เครื่องอบผ้า มีกี่ประเภท? เลือกอย่างไรดี?

เครื่องอบผ้า เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ขนาดเล็ก ซึ่งหาที่ตากผ้าหรือระเบียงที่มีเเสงแดดส่องถึงได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนเเบบนี้ การมีเครื่องอบผ้าไว้ใช้งาน สามารถช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ทั้งทำให้ผ้าแห้งไว มีกลิ่นหอม เเละไร้กลิ่นอับชื้นจากเชื้อรา แต่จะเลือกอย่างไรให้คุ้มกับเงินในกระเป๋า วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับเครื่องอบผ้ามาฝาก ว่าแต่ละประเภทมีข้อดีเเละข้อเสียต่างกันอย่างไร ก่อนตัดสินใจซื้อ

รู้จักเครื่องอบผ้าว่ามีกี่ประเภท

เครื่องอบผ้า เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่คิดค้นขึ้นใช้ในประเทศเมืองหนาว ซึ่งไม่สามารถตากผ้าได้ในบางฤดูกาล ทั้งยังช่วยลดเวลาการตากผ้า แก้ปัญหาเสื้อผ้าไม่แห้ง ใช้งานง่าย เเละช่วยถนอมเนื้อผ้า เพราะการนำผ้าออกไปตากแดดนาน ๆ อาจทำให้ผ้ามีสีซีดจากแสงยูวีที่แรงเกินไป หรือทำให้เนื้อผ้าเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร แต่การอบผ้านั้นจะต้องอบผ้าอย่างถูกวิธีด้วย เช่น การแยกผ้าก่อนอบ และไม่อบผ้านานจนเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อผ้าเสื่อมสภาพได้ หากเป็นผ้าที่แห้งเร็วและมีเนื้อผ้าบาง ควรแยกมาอบแห้งพร้อมกันเพราะใช้เวลาน้อยกว่า ช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง มีขั้นตอนการใช้งานง่ายเพียงนำเสื้อผ้าที่ซักสะอาดเรียบร้อยแล้ว ใส่ลงไปในเครื่องอบผ้า จากนั้นเลือกฟังก์ชัน หรือกำหนดเวลาให้เครื่องทำงาน รอเวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับปริมาณของเสื้อผ้า) เสื้อผ้าของเราก็จะแห้งสนิท และปราศจากกลิ่นอับชื้น

เครื่องอบผ้าแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ

1. เครื่องอบผ้าระบบลมร้อน (Venting)

เครื่องอบผ้า เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ในบ้านที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน แต่เครื่องอบผ้าก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท แล้วแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ทำงานด้วยการเป่าลมร้อนใส่เสื้อผ้า แล้วระบายลมออก ทำให้เสื้อผ้าแห้งสนิท ดังนั้นเครื่องอบผ้าระบบนี้ จึงต้องมีการต่อท่อเพื่อระบายลมร้อนและไอน้ำออกไปนอกบ้าน เหมาะกับที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว หรือทาวน์โฮม เพราะมีพื้นที่ในการติดตั้ง โดยมีให้เลือกทั้งแบบอัตโนมัติและแบบตั้งเวลาได้เอง

2.เครื่องอบผ้าระบบลมร้อนแบบพกพา (Portable Venting)

เครื่องอบผ้า เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ในบ้านที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน แต่เครื่องอบผ้าก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท แล้วแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
http://www.eazyblow.com

เครื่องอบผ้าระบบลมร้อนแบบย่อมเยาที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยการใช้กระโจมฟลอยด์ แล้วนำเสื้อผ้าไปแขวนไว้ภายใน ถึงแม้เครื่องอบผ้าระบบลมร้อนแบบพกพานี้จะไม่ได้สร้างลมร้อนได้มากเท่าเครื่องอบผ้าระบบอื่น แต่ด้วยข้อดีในการจัดเก็บและพกพาก็ถือเป็นคำตอบที่ดีของคนเมืองได้เช่นกัน

3. เครื่องอบผ้าระบบควบแน่น (Condensing)

เครื่องอบผ้า เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ในบ้านที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน แต่เครื่องอบผ้าก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท แล้วแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

เหมาะกับที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม หรือบ้านที่ไม่สะดวกกับการต่อท่อระบายอากาศ โดยทำงานด้วยลมร้อนเช่นกัน แต่มีการควบแน่นความชื้นไปเก็บไว้ภายในภาชนะบรรจุน้ำภายในตัวเครื่อง เพื่อเทน้ำทิ้งออกภายหลัง ผ้าที่ได้จะไม่แห้งสนิทเหมือนระบบลมร้อน โดยอาจมีความชื้นหลงเหลืออยู่บ้าง แต่จะได้เรื่องความสะดวกในการติดตั้ง และสามารถจัดวางในตำแหน่งที่ต้องการได้หลากหลาย

4. เครื่องอบผ้าระบบปั๊มความร้อน (Heat Pump)

เครื่องอบผ้า เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ในบ้านที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน แต่เครื่องอบผ้าก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท แล้วแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

เทคโนโลยีปั๊มความร้อน ช่วยลดแรงดันจากความร้อนบนเนื้อผ้า โดยการอบแห้งที่อุณหภูมิต่ำ ช่วยถนอมเสื้อผ้าให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องอบผ้าทั่วไปราว 50 เปอร์เซ็นต์ แต่มีราคาสูงกว่าเครื่องอบผ้าชนิดอื่น

ดังนั้นหากเรามีพื้นที่ในการต่อท่อเพื่อระบายลมร้อน เครื่องอบผ้าระบบลมร้อนสามารถตอบโจทย์ได้ดี แถมมีราคาถูกกว่า แต่ถ้าเราไม่สามารถติดตั้ง หรือต่อท่อระบายลมร้อนได้ เพราะอยู่คอนโดมิเนียม หรืออพาร์ตเมนต์ เครื่องอบผ้าระบบควบแน่น หรือเครื่องอบผ้าระบบปั๊มความร้อน จึงถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แม้มีราคาสูงกว่า แต่ก็เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่จำกัดมาก ๆ

นอกจากนี้ยังมีเครื่องซักผ้าอเนกประสงค์ที่รวมฟังก์ชันซักผ้าและอบผ้าไว้ในเครื่องเดียวกัน  เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ตากผ้าไม่มากนักและผู้ที่ต้องซักผ้าอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน แต่ประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการอบผ้าจะต่ำกว่าเครื่องอบผ้าแบบแยกเครื่อง

การเลือกขนาดของเครื่องอบผ้า

เราควรเลือกขนาดความจุของเครื่องอบผ้าให้เหมาะสมกับจำนวนของสมาชิกในบ้าน รวมไปถึงความถี่ในการทำความสะอาดเสื้อผ้าในแต่ละครั้ง เพื่อให้เครื่องอบผ้าอยู่กับเราไปอีกนาน และไม่ต้องเสียพื้นที่ใช้งานโดยไม่จำเป็น

วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การเลือกเครื่องอบผ้าให้มีขนาดใกล้เคียงกับความจุของเครื่องซักผ้าที่ใช้งานอยู่ เพื่อความสะดวกในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เมื่อเราซักผ้าเสร็จแล้วสามารถย้ายผ้ากองโตมาที่เครื่องอบผ้าได้ทันที ทั้งนี้เครื่องอบผ้าที่นิยมใช้งานกันนั้น มีขนาดความจุตั้งแต่ 6 – 10 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งจะแตกต่างกันไปในเรื่องของปริมาณผ้าที่เครื่องอบผ้าจะสามารถรับได้ กำลังไฟที่ใช้ รวมถึงราคาค่าตัวของเครื่องอบผ้า

ฟังก์ชันเสริมเครื่องอบผ้า เพิ่มความสะดวกสบาย

อย่าลืมสำรวจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานเครื่องอบผ้าที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้งเวลา การปรับระดับความร้อน และโปรแกรมสำหรับอบผ้าประเภทต่าง ๆ ที่ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการอบผ้านวมที่หนาฟู เสื้อผ้าจากเส้นใยที่ต้องการถนอมเป็นพิเศษ หรือฟังก์ชันจดจำโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำ ทำให้เราสามารถใช้งานเครื่องอบผ้าได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ใช้ดี แต่ก็เปลืองไฟอยู่พอตัว

สุดท้ายแล้วแม้ว่าเครื่องอบผ้าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เรา แต่ต้องไม่ลืมว่าเครื่องอบผ้านั้นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟอยู่ไม่น้อย จึงควรใช้งานอย่างเหมาะสม กรณีที่เราไม่มีธุระเร่งด่วน อาจจะอบผ้าให้แห้งพอหมาด ๆ แล้วนำเสื้อผ้ามาตากแดด หรือตากไว้ในร่มให้ลมโกรกอีกครั้ง ก็ช่วยประหยัดพลังงานได้ดีเช่นกันครับ


เรื่อง : “พจน์ ผลิตภัณฑ์”

เรียบเรียง : วุฒิกร สุทธิอาภา

 อ่านต่อ แบบต่อเติม ห้องซักผ้าบนพื้นที่หลังบ้าน

ห้องซักผ้า แบบต่อเติม พื้นที่หลังบ้าน ต่อเติมหลังบ้าน