“สวนศิลป์บินสิ” บ้านดินกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

เนาว์เล่าว่าเวิร์กชอปบ้านดินแต่ละหลังใช้เวลานาน ทำต่อ กันไปเรื่อย ๆ หลายรุ่นจึงเสร็จสมบูรณ์ และบ้านเหล่านี้ก็กลายมา เป็นที่พักของผู้ที่มาเวิร์คชอปด้วย ภายหลังจึงเปิดคอร์สหลากหลาย ขึ้น เช่น อบพิซซ่า ทำขนมปัง ปั้นดิน ทอผ้า โยคะ รวมทั้ง ค่ายเด็กและครอบครัว “หลายคนโหยหาเรื่องเหล่านี้ อยากกลับมาอยู่กับธรรมชาติ อยากได้แรงบันดาลใจ ตอนหลังเราตั้งชื่อคอร์สว่า ‘กลับบ้าน’ เพราะคนอยากกลับมาหา ‘บ้าน’ บ้านที่ไม่ใช่แค่วัตถุสิ่งของ แต่ เป็นบ้านที่มีครอบครัว ความฝัน ความรัก ความสุข

คอร์สกลับบ้านและคอร์สต่าง ๆ จึงกลายเป็นคอร์สสุดสัปดาห์วันหยุดยาว ที่ทำให้คนได้มาเติมพลัง กลับมาเจอบ้านในใจคุณ ค้นพบตัวเอง ว่าคุณคือใคร ได้ทดลองทักษะทุกอย่าง รู้คุณค่าเมล็ดผัก เห็น คุณค่าของงานทำมือ กินผักปลอดภัย อยู่กับชุมชน เดินป่า บางคนไม่ได้มาเอง แต่ส่งพ่อแม่มาก็มี

“เนาว์ไม่ได้บอกว่าเราต้องกลับมาเป็นเกษตรกร แต่เกษตรกรรม ธรรมชาติอยู่ในวิถี ที่นี่เป็นพื้นที่ให้คนกลับมาหาศิลปะการใช้ชีวิต ให้สมดุล สอนเรื่องการจัดการที่ดินและทำเกษตรอย่างยั่งยืน ทักษะเหล่านี้ ทั้งทำบ้านดิน ปลูกข้าวเกี่ยวข้าว ทำของกินของใช้เอง มันทำให้เราสามารถพึ่งตนเองได้โดยไม่ต้องไปแสวงหาเงินมาแลกซื้อ”

เนาว์ออกแบบวางผังบริเวณที่นี่เองทั้งหมดอาศัยสังเกต ธรรมชาติ ดูทิศทางลม แสงแดด ชุมชน วิถีป่า รู้จักรอบ ๆ บ้าน เป็นอย่างดี ก่อนจะลงมือสร้างบ้านในตำแหน่งที่ดีที่สุด “เจ้าของที่ดินเดิมตั้งเสาไว้แล้ว 9 ต้น เทคานอย่างดี เรา เลยเรียกช่างมาถามว่าทำบ้าน 2 ชั้นได้ไหม เพราะถ้าทำเป็นบ้าน ชั้นเดียวจะไม่เห็นแม่น้ำ มุมนี้ต้องส่งเสริมการทำงานและสร้าง พลังกับตัวเรา”

บ้านหลังนี้ออกแบบเรียบง่าย ชั้นล่างซึ่งเป็นสตูดิโอบ้านดิน ปล่อยเป็นโถงโล่งใช้งานได้อเนกประสงค์ มีมุมทำงานเล็ก ๆ ส่วน ชั้นบนใช้ไม้ไผ่สานกรุผนังเป็นห้องนอนของเนาว์ มีโต๊ะทำงาน ที่เปิดรับทัศนียภาพสวยที่สุดมองออกไปเห็นแม่น้ำ มีหน้าต่าง รอบด้านเปิดรับแสงสว่าง รวมทั้งเปิดหน้าจั่วโล่งและปล่อยให้ ลมพัดเข้ามา เหมือนอยู่อาศัยเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มีเพียง หลังคาคุ้มแดดกันฝนเท่านั้น เรือนครัวสร้างแยกออกมาเป็นสัดส่วนอยู่ฝั่งหนึ่งของบ้าน อีกฝั่งหนึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวอยู่สบายของคุณพ่อทำจากยุ้งข้าว เก่า มีระเบียงรอบบ้านและปลูกพืชสมุนไพรเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้านดิน ส่วนที่เหลือทำบนเนินขึ้นไป ไม่อยู่บนที่ลุ่มด้านล่างเพื่อป้องกัน ปัญหาน้ำท่วม

สำหรับเฟอร์นิเจอร์ในบ้านทั้งหมดเนาว์ออกแบบเอง โดยใช้ช่างจากบ้านม้าและบ้านธิ แหล่งทำเฟอร์นิเจอร์ของลำพูน รวมทั้งเสาะหาไม้เก่าจากแหล่งไม้ท้องถิ่น ทั้งหน้าต่าง ประตู ไม้พื้น “การเดินทางตามหาตัวเองมันสอนเราว่า จริง ๆ แล้วตัวตน เราเล็กมาก เราได้เจอเรื่องยิ่งใหญ่มาแล้วตอนดูแลพ่อ เราพบว่า เดินทางตั้งไกลครึ่งค่อนโลกแต่กลับมาเจอความหมายของการ มีชีวิตจริง ๆ อยู่ที่บ้านที่เราเติบโตมา มีคนที่รักเราเลี้ยงดูเรารอเรา กลับมาดูแลเขา ดูแลซึ่งกันและกัน เราได้กลับมาบ้านที่มีความรัก ที่แท้จริงสถิตอยู่

“พอทุกอย่างเริ่มลงตัว เรารู้สึกว่าปีกเราเริ่มกระพือ และเชื่อ ว่าสักวันเราจะได้ออกเดินทางตามความฝันอีกครั้ง แต่การเดินทาง ต่อจากนี้ไปเรารู้ว่าเรามีรัง มีบ้านที่อบอุ่นให้กลับมา” สวนศิลป์บินสิวันนี้เป็นทั้งบ้านและโรงเรียนที่มีผู้คนหลาก หลายมุ่งหน้ามาเรียนรู้ศิลปะการใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง

“เนาว์พูดอยู่เสมอว่า เราไม่จำเป็นต้องหวนกลับบ้านด้วย การลาออกจากงานที่เรามี เป็น อยู่ คำว่างานมีสามแบบ Job คือ งานที่ทำเพื่อเงิน อาจเป็นงานที่เราถนัด ทำได้โดยไม่ต้องมี ความชอบทั้งหมดเสียทีเดียว Career คือ งานอาชีพที่อุตส่าห์ ร่ำเรียนมา งานที่อาจทำให้เกิดความก้าวหน้า และ Calling Work (Dream Work) คือ งานที่เรารู้สึกว่าเราเกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้ เกิด มาแล้วไม่ได้ทำจะเสียชาติเกิด หากเราค่อย ๆ ทำงานทั้งสามนี้ ไปด้วยกัน แบ่งสมดุลเพื่อในที่สุดเราจะไม่ต้องทำสักงานเพราะ ทั้งหมดนั้นมันกลายเป็นชีวิต เป็นธรรมชาติ เป็นธรรมดา อย่างที่เราเป็น การเป็นฟิล์มเมคเกอร์ ฟาร์มเมอร์ หรือทีชเชอร์ ทุกอย่างมันกลายเป็นอิสรเสรี นี่คือชีวิตที่ดีเพียงพอแล้ว”

การมาเข้าคอร์สสั้น ๆ ทำให้หลายคนได้ค้นหาตัวเอง เปิด ประสบการณ์ชีวิต ทดลองใช้ชีวิตเรียบง่าย เนิบช้า พบความสุข ที่ไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้า และเห็นความสำคัญของครอบครัว ทุกวันนี้เนาว์พบ “บ้าน” ที่แท้จริงในใจของเธอ บ้านที่มีพ่อแม่ ครอบครัวน้องชายซึ่งประกอบด้วยภรรยาและลูก 2 คน เป็นบ้าน ที่เต็มไปด้วยความรัก ความสุข ความฝัน และความสัมพันธ์ที่ดี กับคนที่ได้เข้ามาร่วมทาง และหากสนใจมาทดลองใช้ชีวิตเรียบง่าย และกิจกรรมต่าง ๆ ของสวนศิลป์บินสิ

สามารถติดต่อได้ที่ facebook : สวนศิลป์บินสิ filmsfarmschooluniversity

 

สนใจสั่งซื้อหนังสือได้ที่ สำนักพิมพ์บ้านและสวน 

เรื่อง : วรัปศร

ภาพ: อภิรักษ์ สุขสัย