อาหารสัตว์ป่วยโรคไต

การจัดการอาหารสำหรับสัตว์ป่วยโรคไตและสารอาหารสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

อาหารสัตว์ป่วยโรคไต
อาหารสัตว์ป่วยโรคไต

 

จะเห็นว่าการรักษาโรคนั้น ไม่ใช่ว่าทุกโรคจะต้องรักษาด้วยยาเสมอไป การดูแลเรื่องอาหารในสัตว์ป่วยโรคไตนั้น ถือเป็นการรักษาที่สำคัญ และช่วยชะลอการดำเนินไปของโรคได้จริง รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์ และยืดอายุขัยของสัตว์ป่วยได้อีกด้วย ดังนั้นความเข้าใจของเจ้าของสัตว์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการจัดการอาหาร ปัจจุบันการจัดการอาหารนั้นค่อนข้างสะดวกมาก เนื่องจากมีอาหารสำเร็จรูปสำหรับรักษาโรคอยู่แล้ว แต่หลายครั้งที่พบว่าเจ้าของสัตว์เข้าใจว่าเมื่อให้กินอาหารสำหรับโรคไตแล้ว สามารถกินของเสริมอื่นๆได้ตามใจชอบ เช่นลูกชิ้น หมูทอด หมูหยอง ไส้กรอก ปลาหมึกย่าง เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งของโปรตีน และฟอสฟอรัสทั้งสิ้น หากต้องการเสริม สิ่งที่เป็นโปรตีนอื่นๆ นอกเหนือจากอาหารสำหรับรักษาโรคไตที่กินอยู่ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรึกษากับสัตวแพทย์ประจำของท่าน เพื่อจะได้ทราบถึงปริมาณโปรตีนที่สัตว์ควรได้รับต่อ แล้วทำการวิเคราะห์ว่าสัตว์กำลังได้รับโปรตีนเกินกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่ อย่างไร หากมีความจำเป็นต้องกินจริงๆ เช่นบางครั้งต้องใช้เนื้อสัตว์ในการห่อยาเพื่อป้อน สามารถใช้ได้ในปริมาณเท่าไหร่ ที่จะไม่ทำให้ไตทำงานหนักเกินไป หรือหากต้องการให้อาหารแบบปรุงเอง จะต้องปรุงตามสูตรที่สัตวแพทย์คิดคำนวณให้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สารอาหารเป็นไปตามความเหมาะสมที่สัตว์ควรได้รับจริงๆ

นอกจากชนิดของอาหารที่เหมาะสมแล้ว ปริมาณของอาหารที่สัตว์ควรได้รับต่อวันนั้นเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก เนื่องจากถ้ากินอาหารที่เหมาะสม แต่ปริมาณของอาหารน้อยเกินไป จะทำให้สัตว์ขาดสารอาหาร และน้ำหนักลด ในทางกลับกัน ถ้ากินมากเกินไปก็จะทำให้สัตว์อ้วนตามมาได้ ดังนั้นในการให้อาหารกับสัตว์เลี้ยง ต้องถูกต้องทั้งชนิด และปริมาณของอาหาร

ขอบคุณภาพจาก : http://blog.pinpet.net/

อีกข้อหนึ่งที่ควรระวังมากในการเริ่มให้สัตว์กินอาหารสำหรับรักษาโรคไต คือ สัตว์ที่ป่วยเป็นโรคไตนั้น มักเป็นสัตว์ที่อายุมาก หรือเข้าสู่วัยชรา ทำให้การรับรส หรือรับกลิ่นนั้น ด้อยลง อีกทั้งบางครั้งสัตว์ป่วยเหล่านี้มีความไม่สบายตัวจากภาวะไตวาย ส่งผลให้ความอยากอาหารลดลงอยู่แล้ว ในการเปลี่ยนอาหารเป็นอาหารโรคไต อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังมาก คืออย่าเปลี่ยนอาหารแบบหักดิบในทันที เพราะจะทำให้สัตว์ป่วย เกลียดอาหารโรคไต และปฏิเสธการกินอาหารนั้นไปตลอด ในการเปลี่ยนอาหาร ควรจะค่อยๆเปลี่ยนอย่างใจเย็น โดยผสมอาหารใหม่ ลงในอาหารเดิมทีละน้อย แล้วค่อยๆถอนอาหารเดิมออก จนเหลือแค่อาหารที่เราต้องการให้สัตว์กิน กระบวนการนี้อาจจะต้องใช้เวลานานสักหน่อย บางตัวอาจจะใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์เลยทีเดียว นอกจากนี้ เราสามารถเพิ่มความน่ากินของอาหารได้ โดยอุ่นอาหารให้สัตว์กินก่อนสักเล็กน้อย เพื่อให้มีกลิ่นของอาหารกรุ่นๆขึ้นมา ทำให้เด็กๆของเราสามารถรับกลิ่นของอาหารได้ดีขึ้น และมีความอยากอาหารมากขึ้น หรือสามารถใช้วิธีต้มน้ำซุปจากเนื้อสัตว์แบบไม่ปรุงรส ช้อนไขมันออก แล้วนำซุปนั้นราดบนอาหาร จะช่วยเพิ่มกลิ่นจากเนื้อสัตว์ ช่วยเพิ่มความน่ากินของอาหารได้

สุดท้ายนี้หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับความรู้ และมีความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของอาหารในการรักษาโรคมากขึ้น รวมถึงสามารถนำไปปรับใช้กับสัตว์เลี้ยงของท่านได้อย่างเหมาะสม หลักการจัดการอาหารในโรคไตนั้น ไม่ได้ทำแค่ในสัตว์เลี้ยงเท่านั้น หลักการรักษาโรคไตในคนก็ใช้หลักการเดียวกันในการชะลอการดำเนินไปของโรค ดังนั้นหากเราทราบว่า สัตว์เลี้ยงของเราเริ่มป่วยเป็นโรคไต ควรเริ่มคุมอาหารเสียตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าแพ้สายตาวิงวอนของลูกๆ เพราะจะทำให้เขาอายุสั้นลง รวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่างๆของโรคก็จะเกิดได้ง่ายขึ้นด้วย ใจแข็ง และสร้างความเคยชินใหม่ๆให้กับทั้งตัวเรา และลูกๆ อาจจะยาก และบีบหัวใจในช่วงแรก แต่ถ้าทำได้ก็จะได้อยู่ด้วยกันต่อไปอีกนานๆ ค่ะ

 

บทความโดย

สพ.ญ. ฐิตา เตโชฬาร

Thita Taecholarn DVM, MS

คลินิกระบบขับถ่ายปัสสาวะ คลินิกหัวใจ และคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

Urology clinic , Cardiology clinic and Diabetic clinic

Small Animal Teaching Hospital , Faculty of Veterinary Science , Chulalongkorn University