10 ข้อควรรู้กับการ ปลูกไม้ผลในบ้าน

บ้านอยู่อาศัยของคนยุคนี้มีเนื้อที่จำกัดโดยเฉพาะพื้นที่บ้านทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์ โฮม หรือคอนโดมิเนียม แต่ไม่เป็นปัญหากับการจะ ปลูกไม้ผลในบ้าน เพียงคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้

ปลูกไม้ผลในบ้าน

ทับทิม เป็นไม้มงคลและไม้ผลในบ้านที่นิยมปลูกกันมาแต่อดีตกาล

1.เลือกชนิดพืชที่เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการปลูกหน้าบ้าน เนื้อที่หน้าบ้านของทาวน์เฮาส์และทาวน์โฮมจะมีพื้นที่ตั้งแต่ 4-10 ตารางเมตร จึงไม่ควรปลูกไม้ผลขนาดใหญ่ เช่น มะม่วง ขนุน ลำไย มะขาม ฯลฯ ควรเลือกปลูกไม้ผลที่มีทรงพุ่มไม่ใหญ่มากนัก เช่น กล้วยเล็บมือนาง น้อยหน่า ทับทิม หม่อน มะเดื่อฝรั่ง มะยม มะเฟือง มะละกอ ฝรั่ง ส้มจี๊ด หรือไม้เลื้อยเช่น เสาวรส แก้วมังกร ซึ่งต้องทำซุ้มให้เลื้อยพัน และต้องหมั่นตัดแต่งอยู่เสมอ ที่สำคัญ

คือ ควรปรับสภาพพื้นดินให้มีความอุดมสมบูรณ์  พื้นที่รอบบ้านจัดสรรส่วนใหญ่มีเศษปิน อิฐ หิน ทับถมใต้พื้นที่สวน ควรขุดออกให้หมด แล้วปรุงดินใหม่ก่อนปลูกจะดีกว่า ถ้าปลูกริมระเบียงคอนโดมิเนียม ซึ่งมีพื้นที่น้อยและได้รับแสงแดดไม่มากนัก และต้องปลูกในกระถาง เช่น ทับทิม มะเดื่อฝรั่ง ส้มจี๊ด เป็นต้น

มะเดื่อฝรั่งที่ปลูกในกระถางขนาดใหญ่ก็สามารถให้ผลผลิตได้

2.พื้นที่ปลูกต้องมีแสงส่องถึงอย่างน้อยหกชั่วโมง ถ้ามีแสงส่องเพียงด้านเดียว จะทำให้ต้นเอียงหาแสง หรือต้นจะยืดยาวสูงชะลูดเพื่อรับแสง และออกดอกติดผลเฉพาะบริเวณที่รับแสงแดดเท่านั้น ทำให้ทรงพุ่มไม่สวยงาม หรือาจไม่ออกดอกติดผลเลย

3.สิ่งสำคัญอีกประการของการปลูกต้นไม้ผลในเมืองคือ สายไฟหน้าบ้าน ก่อนปลูกควรเลือกตำแหน่งที่ไม่อยู่ใกล้กับสายไฟ และควรคำนึงถึงว่า เมื่อต้นไม้ผลของเราโตเต็มที่จะสูงถึงระยะความสูงของสายไฟหรือไม่

4.เมื่อเลือกไม้ผลที่ต้องการปลูกแล้วจงเริ่มเตรียมดินปลูก โดยขุดหลุมให้มีความกว้าง ความยาวและลึกประมาณ 50 เซนติเมตร แล้วปรุงดินใหม่ ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเก่า ผสมกับดินคลุกเคล้าให้ทั่ว ผึ่งดินตากแดดไว้ 5-7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อในดิน

ปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายแล้ว ใช้โรยรองก้นหลุม

5. การย้ายปลูกลงดิน ควรทำให้ช่วงบ่าย โดยแกะถุงดำพลาสติก ซาแรนที่หุ้มตุ้มดิน หรือพลาสติกหุ้มตุ้มกิ่งตอนออกทุกครั้ง ระวังอย่าให้ตุ้มดินแตก ถ้าต้นที่ปลูกในเข่งไม้ไผ่ สามารถย่อยสลายได้ อาจไม่ต้องแกะออก กลบดินให้แน่น ไม่ให้ต้นโยกคลอน ถ้าปลูกในฤดูแล้ง ควรปลูกให้ผิวดินต่ำกว่าหลุมเล็กน้อย เพื่อให้มีน้ำขังรอบต้นบ้าง ในทางตรงข้าม ถ้าปลูกในฤดูฝนควรพูนโคนต้นให้สูงกว่าระดับดิน เพื่อป้องกันน้ำขังแฉะเวลาฝนตก สิ่งสำคัญคือ หลังปลูกอย่าลืมกรีดพลาสติกที่หุ้มรอยทาบกิ่งหรือเสียบยอดออก

ก่อนย้ายปลูกลงดิน ควรนำถุงดำออกอย่าให้ตุ้มแตก หลังปลูกกรีดพลาสติกบริเวณรอยทาบกิ่งออก

6. หากต้องการปลูกสองสามชนิด ควรเลือกต้นที่มีความสูงลดหลั่นกัน อาจมีทั้งไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม ตัวอย่างเช่น ปลูกกล้วยลงดิน และปลูกหม่อนกับมะเดื่อฝรั่งไว้ในกระถางขนาดใหญ่ และควรวางกระถางให้ห่างจากพุ่มใบกล้วย รับรองว่าได้ผลไม้จะผลิดอกออกผลแน่นอน
7. กรณีที่ต้องการปลูกไม้ประดับด้วย ควรเลือกชนิดที่ต้องการแสงแดดและน้ำคล้ายกัน ไม่ควรนำพืชที่ไม่ชอบดินแฉะมากปลูกใกล้กับตำแหน่งที่มีดินชุ่มชื้นตลอดเวลา เพราะอาจทำให้ต้นตายได้ หรือปลูกเป็นไม้กระถางวางตกแต่งรอบทรงพุ่มตามรูปแบบที่เราต้องการก็ได
8. ถ้าเป็นไม้ใหญ่ ควรค้ำต้นหลังปลูก มี 3 วิธีให้เลือก คือ ค้ำแบบโยงยึด ค้ำแบบง่าม และค้ำแบบมีคาน

9.เมื่อต้นเติบโตมากขึ้น ควรหมั่นตัดแต่งกิ่งให้มีทรงพุ่มกะทัดรัด ไม่เก้งก้าง หรือเกะกะทางเดินและเพื่อนบ้าน หรือตอนกิ่งไว้ก่อนตัดก็ได้ เมื่อแตกตากรากจึงตัดมาปลูก ถ้ากิ่งที่ตัดทิ้งเป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน อาจนำมาปักชำเพิ่มจำนวนต้นไว้แจกจ่ายเพื่อนบ้าน กรณีที่ปลูกกล้วย ควรหมั่นตัดหน่อใหม่ออกบ้างให้เหลือแค่ 2-3 ต้น ริดใบล่างเป็นประจำทรงพุ่มกล้วยจะดูสวยงาม แต่ต้องระวังน้ำยางกล้วย อาจเปรอะเลอะเสื้อผ้าได้

หลังตัดแต่งกิ่งหม่อน นำกิ่งมาปักชำต่อได้
ตอนกิ่งทับทิมไว้ เมื่อแตกรากจึงตัดมาปลูกต่อในกระถาง

10.หมั่นให้ปุ๋ยคอกสลับกับปุ๋ยเคมี รอบชายพุ่ม ไม่ควรโรยปุ๋ยใกล้กับโคนต้น แล้วรดน้ำทันที พืชจะได้ประโยชน์จากปุ๋ยอย่างเต็มที่

หากไม้ผลกำลังให้ผลผลิต มักมีแมลงวันทองเข้าทำลายผลทำให้เสียหาย
อาจทำกับดักล่อแมลงวันทองในช่วงที่ให้ผลผลิตก็ได้

มาเริ่มลงมือกันนะคะ เพียงเลือกชนิดให้เหมาะกับพื้นที่ เข้าใจความต้องการของพืช รับรองว่าได้กินผลไม้ฝีมือปลูกของคุณอย่างแน่นอนค่ะ

เรื่อง : อุไร จิรมงคลการ
ภาพ : อภิรักษ์ สุขสัย