รู้หรือไม่…ว่าเราสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งให้สุนัขและแมวของเราได้

เมื่อมีสุนัขและแมวเป็นโรคมะเร็งมารับการรักษา คำถามที่เจ้าของหลายๆ คนมักจะถามหมอคือ สัตว์เลี้ยงสามารถเป็นมะเร็งได้ด้วยหรือและอะไรคือสาเหตุของการเกิดโรค วันนี้หมอจะมาคลายความสงสัยให้ค่ะ

สุนัขและแมวมีโอกาสเกิดโรคต่างๆได้เหมือนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคไต โรคสมองเสื่อมหรือแม้แต่โรคมะเร็ง สาเหตุการเกิดโรคมะเร็งส่วนใหญ่ในสัตว์เลี้ยงนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเป็นผลมาจากเซลล์ในร่างกายมีการพัฒนาตัวอย่างผิดปกติ ซึ่งอาจจะมาจากความผิดปกติขององค์ประกอบดีเอ็นเอภายในเซลล์หรือเป็นความผิดปกติที่มีผลโน้มนำมาจากหน่วยพันธุกรรม(gene: ยีน)โดยเป็นการถ่ายทอดมาตามสายพันธุ์หรือผ่านทางพ่อแม่ของสัตว์เลี้ยงตัวนั้นๆ และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถควบคุมความผิดปกติเหล่านี้ได้ โรคมะเร็งจึงเกิดขึ้นในสุนัขและแมวของเรา จะเห็นได้ว่าสาเหตุการเกิดมะเร็งที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของสัตว์ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมได้ แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งอีกหลายอย่าง ซึ่งหากผู้เลี้ยงสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้ได้ อาจสามารถป้องกัน หรือ ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง บางชนิดได้มากทีเดียว

 

อะไรบ้างที่เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งในสุนัขและแมว

ขอบคุณภาพจาก : http://whatculture.com

1.สารเคมีที่สัตว์เลี้ยงสัมผัสในชีวิตประจำวัน ตัวที่ถือว่าเป็นสารก่อมะเร็งทั้งในคนและสัตว์เลี้ยงที่ชัดเจนที่สุดคือ ควันบุหรี่ ในคนนั้นทราบกันมานานแล้วว่าบุหรี่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปอดและมะเร็งอีกหลายชนิด ในสุนัขและแมวพบว่าอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งมีความสัมพันธ์อย่างมากกับการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีควันบุหรี่ โดยมีรายงานการเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง(Lymphoma: ลิมโฟม่า)สูงขึ้นในสุนัขและแมวที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงการเกิดโรคมะเร็งชนิดSquamous cell carcinoma(SCC)ในช่องปากของแมวซึ่งเกิดจากการรับควันบุหรี่โดยการดมหรือเลียกินสารที่ติดอยู่ตามขนเข้าสู่ร่างกาย สารเคมีอีกชนิดที่มีรายงานว่าเป็นสารก่อมะเร็งในสุนัขคือ สารเคมีกำจัดวัชพืชกลุ่ม 2,4-D(2,4-dichlorophenoxyacetic acid) พบว่าสุนัขที่สัมผัสสารเคมีเหล่านี้บ่อยครั้งจะเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้เช่นกัน ส่วนยากดภูมิคุ้มกันชนิดไซโคลฟอสฟาไมด์(Cyclophosphamide) ซึ่งใช้ในการรักษาโรคมะเร็งหลายชนิดและภาวะโลหิตจางเนื่องจากภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดแดงของตัวเอง (Immune mediated hemolytic anemia: IMHA)นั้นมีรายงานความเสี่ยงต่อการพัฒนามะเร็งที่กระเพาะปัสสาวะของสุนัขเมื่อใช้เป็นระยะเวลายาวนาน

 

2.สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น แสงอาทิตย์ที่เราสัมผัสในชีวิตประจำวันเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อโรคมะเร็งผิวหนังทั้งในสุนัขและแมว แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันค่ะ เพราะไม่ใช่แสงจากดวงอาทิตย์ทั้งหมดที่สามารถกระตุ้นการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ เพราะจริงๆแล้วมีเพียงรังสีอัลตราไวโอเลต B หรือ UV-B ที่เป็นตัวอันตราย และรังสีUV-B นั้นมีอยู่เพียง5%ในแสงอาทิตย์ และไม่สามารถส่องผ่านกระจกได้ ดังนั้นเราสามารถลดโอกาสการเกิดมะเร็งผิวหนังจากการกระตุ้นโดยรังสีUV-B ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการหลีกเลี่ยงไม่ให้สัตว์เลี้ยงอยู่นอกบ้านและสัมผัสแสงแดดระหว่างวันมากเกินไปนั่นเอง ส่วนปัญหาการอักเสบเรื้อรังในตำแหน่งอวัยวะต่างๆของร่างกายแล้วมีการพัฒนากลายเป็นมะเร็งนั้นมีการพบในบางอวัยวะเช่น สุนัขที่มีกระจกตาอักเสบเรื้อรังร่วมกับมีการสะสมของเม็ดสีที่กระจกตา(Chronic pigmentation keratitis) มีการพัฒนาเป็นมะเร็งชนิดSquamous cell carcinoma รวมถึงการเกิดโรคมะเร็งซาร์โคม่าในแมวที่ถูกเหนี่ยวนำจากการฉีดวัคซีน(Vaccine associated feline sarcoma) ซึ่งความเสี่ยงการเกิดมะเร็งที่มาจากการอักเสบเรื่อรังเหล่านี้ เราสามารถป้องกันหรือลดความรุนแรงได้โดยนำสัตว์ป่วยที่มีอาการผิดปกติเช่น มีบาดแผลหายช้า มีการขยายใหญ่ของอวัยวะในตำแหน่งที่มีประวัติถูกกระทบกระแทกหรือเคยมีการทำหัตถการเช่น การฉีดยาที่บริเวณเหล่านั้น มาเข้ารับการตรวจรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม รวมถึงติดตามอาการอย่างต่อเนื่องเพื่อเฝ้าระวังการเกิดโรคมะเร็ง

 

3.ฮอร์โมนเพศ ถือว่าเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งระบบสืบพันธุ์โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านมในสุนัขและแมวเพศเมียเป็นอย่างยิ่ง ส่วนในสุนัขเพศผู้นั้นพบว่าฮอร์โมนเพศผู้มีผลสำคัญต่อการเกิดโรคเนื้องอกต่อมรอบทวาร (Perianal gland adenoma) และ มะเร็งอัณฑะ ดังนั้นการทำหมันให้แก่สัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงการเป็นมะเร็งได้เช่นกัน