มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เหนือกว่า กับที่สุดของสังคมคุณภาพและความสมบูรณ์แบบได้ที่ บ้านกลางเมือง รามอินทรา”

เมื่อชีวิตก้าวมาถึงจุดแห่งความสำเร็จอันเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป สิ่งหนึ่งที่สามารถบ่งบอกความสำเร็จของคุณได้นอกจากชื่อเสียงและเงินทองที่มีแล้ว ที่พักอาศัยหรือบ้าน คือสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่มีความหมายต่อชีวิต บรรยากาศภายในบ้านส่งผลต่อจิตใจ และอารมณ์ของทุกคนในครอบครัว ซึ่งบรรยากาศที่ดีส่งผลให้อารมณ์ผ่อนคลาย จิตใจเหมือนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ รวมไปถึงความสะดวกสบายจากการออกแบบที่ลงตัว ล้วนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพกาย และสุขภาพใจของสมาชิกในบ้านแม้ว่าบ้านหลังนั้นจะเป็นบ้านหลังเล็กหรือหลังใหญ่ก็ตาม   

และจะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถเลือกที่จะมีความสุขได้ในแบบของคุณ ด้วยที่พักอาศัยที่เตรียมพร้อมกับความเป็นที่สุดของการใช้ใช้วิตให้คุณเลือกใช้ชีวิตบนที่พักส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ ด้วยรูปแบบของที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด เพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของได้ใช้ชีวิตที่เหนือระดับ มาพร้อมกับสังคมที่ดี มีคุณภาพ เหมาะสมกับครอบครัวของสังคมชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเลคุณภาพที่จะเกิดความทวีค่าในอนาคต ให้ผู้ที่พักอาศัยได้ใช้ชีวิตบนความโอ่อ่าและสะดวกสบาย หรือที่สุดแห่งแนวคิดการออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และมีสไตล์ที่บ่งบอกถึงสถาน และรสนิยมของเจ้าของบ้าน โดดเด่นด้วยสไตล์ที่หรูหรา ดีไซน์ที่ออกแบบมาให้ตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้รวมเอาไว้ในที่เดียวกัน

หลายคนที่อ่านประโยคที่เราบอกไปจบลงคงคิดว่ามันมีด้วยหรือ ที่พักอาศัยที่รวมความเป็นที่สุดของทุกอย่างเอาไว้ขนาดนั้น เราขอการันตีได้ค่ะว่ามี เพราะเราไปสัมผัสมาแล้วด้วยตาของเราเอง กับที่พักอาศัยที่ให้ความสุข “มากกว่า” ในสังคมส่วนตัวที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่สวยงาม และสมบูรณ์พร้อมที่สุด สู่สังคมคุณภาพที่ร่มรื่นรวมถึงทำเลที่ตั้งของโครงการที่มีศักยภาพ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วยความคิดสร้างสรรค์ บนความทันสมัยและคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่า เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต กับการเดินทางที่สะดวกสบายในทุกวินาทีที่มีค่าที่สุด กับทำเลคุณภาพบนถนนรามอินทรา ที่ใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและใกล้ทางด่วน เชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองได้รวดเร็ว และใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกครบครัน กับ โครงการทาวน์โฮม บ้านกลางเมือง รามอินทรา”

โครงการทาวน์โฮม บ้านกลางเมือง รามอินทรา ตั้งอยู่บนถนนซอยกาญจนาภิเษก 6/1 เชื่อมต่อไปยังถนนได้หลาย สายหลักๆ เช่น ถนนรามอินทรา, วัชรพล, คู้บอน, หทัยราษฎร์, สายไหม, ลำลูกกา, ประเสริฐมนูกิจ, ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และทางพิเศษกาญจนาภิเษก วงแหวนกรุงเทพรอบนอกตะวันออก เข้าและออกเมืองได้สะดวก สามารถมุ่งสู่ใจกลางกรุงเทพฯ CBD ต่างๆ สนามบินสุวรรณภูมิ หรือจะออกเมืองไปปทุมธานี บางปะอิน อยุธยาได้  ในบริเวณนี้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยค่อนข้างเยอะทำให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

อย่างเช่นในส่วนของโรงพยาบาลนั้นแถวนี้ก็มีให้เลือกใช้บริการค่อนข้างหลายที่ ทั้งโรงพยาบาลของรัฐ และเอกชน อาทิโรงพยาบาลสินแพทย์ ที่ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราห่างออกไปเพียง 4.3 กิโลเมตรหรือใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น, โรงพยาบาลภูมิพล, โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ และโรงพยาบาลรัตนราชธานี ในส่วนของสถานศึกษาที่ใกล้เคียงก็มีค่อนข้างหลากหลายและครบถ้วนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย เช่น โรงเรียนสาธิตพัฒนา, โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น, Harrow International School และ KPIS International School เป็นต้น หรือหากใครี่เป็นสายชอบเที่ยว หรือขอบทำกิจกรรมในช่วงวันหยุด ในบริเวณใกล้เคียงมีทั้ง สวนสัตว์ขนาดใหญ่อย่าง Safari World, สวนน้ำชื่อดังอย่าง สวนสยาม และถ้าขับไปอีกหน่อยประมาณ 30 นาทีจากโครงการจะพบกับสวนสนุก Dream World 

เรื่องของทำเลที่ดีที่สุดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ โดยบริเวณรอบๆ โครงการนี้ในระยะทางที่ขับรถสักประมาณ 5-10 นาที ก็จะมีทั้งตลาด ร้านค้า ร้านอาหารและบริการระดับชุมชนมากมายตามรายทางถนนคู้บอน ถ้าขับรถออกมาไกลเพิ่มขึ้นอีกนิดนึงที่ถนนรามอินทราจะเจอกับแหล่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งตลาด กม.8, The Promanade, Fashion Island, Plearnary mall, The Walk เกษตร-นวมินทร์, The Crytal Park เป็นต้น เรียกได้ว่าบริเวณนี้ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียวค่ะ

อย่างที่ได้บอกไปว่าการเดินทางเข้า-ออก เมือง ของโครงการนี้แสนจะสะดวกอย่างการการเดินทางเข้าเมือง ตัวโครงการอยู่ใกล้ทางด่วนฉลองรัช(รามอินทรา-อาจณรงค์) ซึ่งจุดขึ้นลงทางด่วนอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 5.4 กม. โดยจากโครงการมาออกถนนเลียบกาญจนาภิเษก วิ่งออกไปจะเจอป้ายบอกไปขึ้นทางด่วน ใช้เดินทางไปเอกมัย พระราม 9 บางนา พระราม 2 ได้เลยสะดวกดี ส่วนการเดินทางออกนอกเมือง ถนนเลียบกาญจนาภิเษกวิ่งออกไปเชื่อมเข้าสายไหม หทัยราษฎร์ ลำลูกกาได้ หรือจะตัดเข้ากาญจนาภิเษกวิ่งออกไปทางรังสิตปทุมธานีได้ หรือถ้ามาอีกฝั่งจะไปโซนลาดกระบัง บางนา สมุทรปราการได้ ถนนคู้บอนวิ่งมาเชื่อมถนนเลียบคลองสองไปออกถนนหทัยราษฎร์ได้ เส้นรามอินทราใช้วิ่งออกโซนมีนบุรี หนองจอก ฉะเชิงเทรา ถนนพหลโยธินวิ่งออกรังสิตยาวไปอยุธยาได้เลย

และที่จะไมพูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ในอนาคตจะมี รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่เป็นสายประเภท Feeder นำส่งคนไปยังจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่วิ่งเข้าเมือง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2564 และรถไฟฟ้าสายสีชมพูยังเชื่อมต่อเข้ากับ รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม หมอชิต-สะพานใหม่ บริเวณสถานีวัดพระศรีมหาธาตุอีกด้วยค่ะ เรียกว่าการเดินทางจะมีความสะดวกแบบสุดๆ

จบเรื่องทำเลทอง หรือทำเลคุณภาพที่หลายคนถวิลหาเพื่อการเดินทางและการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายแล้ว เรามาดูกันต่อในส่วนของตัวโครงการกันดีกว่า ที่นี่เค้ามาพร้อมตอนเซ็ปต์ Connectivity of Perfect Living การเชื่อมต่อสู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ เรียกว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่บ่งบอกถึงความเป็นโครงการได้เป็นอย่างดีทั้งการวางแปลนภายในบ้านที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคนี้ รวมถึงส่วนของการเดินทาง ทุกอย่างเป็นอะไรที่ลงตัวอย่างที่สุด

โดยโครงการนี้จะมีทาวน์โฮมแบบเดียวเหมือนกันหมดทุกยูนิต ทาง AP เรียกแบบทาวน์โฮมสไตล์นี้ว่า New Urbanist มีพื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม. หน้ากว้าง 5 เมตร มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ สามารถจอดรถได้ 2 คัน แม้พื้นที่ใช้สอยจะไม่เยอะมาก แต่ด้วยการออกแบบระดับคุณภาพทำให้เห็นได้ชัดว่าแต่ละหลังมีฟังก์ชันใช้สอยได้มากเกือบเท่าบ้านพื้นฐานทั่วไปเลย

ELEGANCE AT ITS FINEST จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ ที่เหนือกว่า โมเดิร์นทาวน์โฮม 3 ชั้นพร้อม Luxurious Penthouse ฟังก์ชั่นที่ตอบสนองความเป็นส่วนตัวทุกพื้นที่จัดเต็มด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ บนสังคมคุณภาพ ใจกลางเมือง พร้อมคลับเฮ้าส์หรูและพื้นที่สีเขียวใจกลางโครงการ พร้อม Glass House*เพิ่มพื้นที่ความสุข กับพื้นที่ใช้ชีวิตทีใหญ่กว่า

หลังที่เราเข้าไปดูเพื่อเอามาบอกต่อคุณผู้อ่านนั้น ทางโครงการได้จัดทุกอย่างเอาไว้ให้ดูเพื่อเป็นตัวอย่างไว้ครบหมดแล้ว แต่ในส่วนของหลังที่จะซื้อจริงๆ นั้นจะเป็นบ้านเปล่าที่มีการติดตั้งสาธารณูปโภคมาให้เรียบร้อยค่ะ

เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นได้ว่าเป็นบ้านรูปทรงสไตล์โมเดิร์น สีภายนอกใช้โทนสีเบจและน้ำตาล ประตูและหน้าต่างเป็นกระจกใสเขียวตัดแสงกรอบอลูมิเนียมสีดำ มองไปแล้วให้ความรู้สึกสบายตาดู ดูผ่อนคลาย เป็นการคุมสีในกลุ่มเอิร์ธโทนไม่แปลกแยกเมื่อมองภาพรวมกับบริบทโดยรอบ

ชั้น 1 ของบ้านทางเข้าจะอยูด้านหน้าตรงลานจอดรถ เมื่อเปิดเข้ามาจะเจอกับห้องรับแขกเป็นส่วนแรก โดยจะเป็นพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้แบบสบาย ฝั่งตรงข้ามโซฟาจัดเป็นที่วางทีวี เครื่องเสียง แถมยังมีพื้นที่เหลือให้เดินไปยังส่วนด้านในของบ้านได้อีกเยอะเลยล่ะค่ะ 

ถัดเข้ามาอีกหน่อยจะเป็นในส่วนของพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหารสำหรับไว้รับประทานอาหารได้สัก 4-5 ที่นั่ง ส่วนนี้จะเชื่อมต่อกับครัวที่อยู่ทางด้านขวามือ โดยจะเป็นครัวแบบเปิดที่แต่งเป็นครัวปูนรูปตัว L ติดผนัง สามารถเก็บของได้เยอะแถมมีพื้นที่ทำกับข้าวได้มากแบบเหลือเฟือเลยทีเดียวค่ะ 

ส่วนห้องน้ำของชั้นนี้จะอยู่ติดกับส่วนครัว อยู่ข้างๆ กัน โดยโครงการได้จัดทำเป็นประตูแบบบานเลื่อนเพื่อลดปัญหาการใช้พื้นที่ได้ดี แถมยังมองดูเก๋ และเท่ไปอีกแบบ ภายในห้องน้ำก็เป็นแบบ Powder Room แต่ไม่มีในส่วนที่ใช้สำหรับอาบน้ำนะคะ เพราะก็ไม่มีความจำเป็นเพราะว่าชั้นนี้ไม่มีห้องนอน สุขภัณฑ์ภายในก็เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งอ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ และโถสุขภัณฑ์ โดยเลือกใช้ของ American Standard สินค้าคุณภาพทุกชิ้นค่ะ 

ในส่วนของชั้น 1 ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเรียกได้ว่าเป็นไคล์แม๊กซ์อีกแห่งของบ้านก็คือพื้นที่หลังบ้านที่ต่อเติมออกมาเป็นเรือนกระจกที่สวยสะดุดตา สามารถดัดแปลงทำเป็นอีกหนึ่งห้องนั่งเล่นเอาไว้ชมสวน ปลูกไม่ดอกไม้ประดับสวยๆ เป็นสวนหลังบ้านได้อีก ถัดไปด้านหลังจะเป็นในส่วนของพื้นที่ซักล้างที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับวางเครื่องซักผ้าได้แบบพอเหมาะ ถือเป็นความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการใช้ชีวิตของลูกบ้านจากทางโครงการที่น่าชื่นชมมากๆ 

ขึ้นไปดูกันที่ชั้น 2 กันต่อเลยดีกว่าค่ะ ชั้นนี้จะจัดห้องนอนเอาไว้ให้ 2 ห้อง เป็นฝั่งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมีห้องน้ำและโถงทางขึ้นบันไดเป็นตัวกั้นระหว่าง 2 ห้องนี้ เรียกว่าผู้ที่อาศัยชั้นนี้จะใช้ห้องน้ำร่วมกันนั่นเอง มาดูกันที่ห้องนอนห้องแรกทางด้านหน้ากันก่อนเลย เมื่อเข้ามาจะเจอพื้นที่กว้างที่สามารถวางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุต ได้แบบสบายๆ ฝั่งตรงข้ามเตียงมีพื้นที่ค่อนข้างเยอะสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ตู้ใหญ่เลยล่ะค่ะ หรือใคอยากกั้นเป็นห้องเล็กๆ ไว้เป็นที่วางทีวีหรือโต๊ะทำงานขนาดกลางๆ ก็ได้ ห้องนี้มีความพิเศษตรงมีระเบียงส่วนตัวให้ออกมายืนรับลม และปลูกต้นไม้เล็กๆ เพิ่มความสวยงาม สบายตา

 ต่อไปก็มาดูห้องนอนทางด้านหลังที่มีขนาดเล็กกว่าห้องแรกสักหน่อย แต่ก็กะทัดรัดดี สามารถตกแต่งได้สวยงาม น่ารัก เหม่ะกับลูกสว หรือลูกชายตัวน้อยๆ ได้เลย ฝั่งตรงข้ามกับเตียงนอนจะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถหาตู้เสื้อผ้ามาวาง พร้อมตะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะนั่งทำงานได้ ห้องขนาดไม่ใหญ่มาก แต่การจัดสรรพื้นที่เรียกว่าเหลือเฟือเลยล่ะค่ะ 

อ่อ ลืมบอกไปว่าห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันของชั้นนี้ จะมีสุขภัณฑ์ระดับคุณภาพให้เหมือนกับที่ชั้น 1 ทุกอย่าง จะพิเศษกว่าก็ตรงมีพื้นที่ในส่วนอาบน้ำ หรือส่วนเปียกเอาไว้ด้านในสุดเท่านั้นเอง

ขึ้นมาดูต่อกันที่ชั้น 3 ที่เป็นความพิเศษของบ้านเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะชั้นนี้จะมีห้องนอนขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบให้อยู่ด้านหน้าของบ้านเหมือนชั้น 2 แต่จะมีขนาดพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของชั้นนี้เลยก็ว่าได้ สามารถวางเตียงนอนได้ถึง 6 ฟุต ฝั่งตรงข้ามเตียงจะเป็นที่วางตู้เสื้อผ้า โดยสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าแบบ walk-in closet ที่ยาวขนานตามผนังทางเดินไปยังห้องน้ำเลย ใช้เก็บเสื้อผ้าได้เยอะมากๆ ส่วนห้องน้ำภายในชั้นนี้สามารถเข้าได้จากทั้งภายในห้องนอนใหญ่และบริเวณโถงบันได และห้องนี้ก็มีระเบียงที่สามารถออกายืนรับลมเย็นๆ สูดอากาศที่บริสุทธิ์ยามเช้าได้เหมือนกับชั้น 2  

ส่วนห้องน้ำชั้น 3 นี้อุปกรณ์สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำก็จะคล้ายๆ กับห้องน้ำชั้น 2 แต่จะเพิ่มเติมในส่วนของกล่องเก็บของใต้อ่างล้างหน้า และกระจกเงาบานใหญ่แบบยาวเต็มผนัง ด้านในสุดก็เป็นส่วนเปียกที่ไว้อาบน้ำ อุปกรณ์ทุกอย่างเป็นวัสดุคุณภาพที่คัดสรรมาอย่างดี มีระบบระบายอากาศให้พร้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีนั่นเอง

ไฮไลท์อีกอย่างของชั้น 3 คงหนีไม่พ้นห้องอเนกประสงค์อยู่ทางด้านหลังบ้าน ทางโครงการได้ตกแต่งเป็นห้องนั่งเล่นอีกห้องของบ้าน สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้ และส่วนนี้เป็นพื้นที่ส่วนเปิดโล่งทำให้ห้องอเนกประสงค์นี้ดูโล่ง โปร่ง สบาย หากใครต้องการที่จะกั้นทำเป็นห้องนอนอีกหนึ่งห้องที่มีขนาดกะทัดรัดก็ย่อมได้ โดยไม่ต้องไปใช้ห้องน้ำรวมกับห้องนอนใหญ่อีกด้วย นี่สิถึงเรียกว่าการออกแบบระดับคุณภาพเพื่อผู้อยู่อาศับที่แท้จริงง ที่ทางโครงการได้มอบพื้นที่อเนกประสงค์ (Multifunction Space) เอาไว้ให้ โดยห้องนั้นต้องควรที่มีพื้นที่ที่มีฟังชันใช้งานได้มากกว่าหนึ่งอย่าง สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย เรียกว่าชั้น 3 ชั้นเดียวก็เหมือนได้คอนโดมิเนียมดีๆ หนึ่งห้องเลยล่ะค่ะ คุ้มเกินคุ้มแล้วล่ะแบบนี้ 

 โครงการนี้อย่างงที่บอกไปว่าเค้าเน้นคอนเซ็ปต์ การเชื่อมต่อสู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบโดยการจะดูให้โครงว่าโครงการไหนสมบูรณ์แบบมากน้อยแค่ไหน พื้นที่ส่วนกลางเป็นส่วนสำคัญที่จะละเลยเสียมิได้ค่ะ เราต้องดูว่าพื้นที่ส่วนกลางและความเพียงพอในการใช้งานเป็นอย่างไร  ซึ่งที่โครงการนี่เรียกว่าดีเกินพอสำหรับผู้พักอาศัยด้วยซ้ำ ด้วยหลักการออกแบบ Universal Design ที่ออกแบบมาเพื่อให้คนทุกรุ่น ทุกวัย ได้มีความสุขในทุกพื้นที่ส่วนกลางที่ทางโครงได้จัดสรรเอาไว้ให้ได้อย่างเท่าเทียมกัน

 ไม่ว่าจะเป็นคลับเฮ้าส์สไตล์รีอร์ทที่มุ่งสร้างประสบการณ์การใช้งานทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นสระน้ำระบบเกลือ พร้อม Sunken ที่มอบความเป็นส่วนตัว ตบอดการใช้งาน ฟิตเนส และ Co-Working Space ที่สามารถกลายเป็นศูนย์กลางแห่งทุกรอยยิ้มของคนทุกวัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการสร้างพื้นที่ชีวิตที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ ผ่านกระบวนความคิดที่ลึกซึ้งในทุกขั้นตอนการออกแบบ ภายใต้ความใส่ใจในทุกช่วงของการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย ให้สมาชิกทุกคนของครอบครัวได้มีพื้นที่ในการใช้ชีวิตทั้งในบ้านและนอกบ้าน  ด้วยการจัดพื้นที่ส่วนกลางที่มีความเงียบสงบ ร่มรื่น เพื่อให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ทางโครงการยังให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมากโดยกระจายปลูกต้นไม้ไว้ตามพื้นที่ต่างๆ รอบโครงการภายในโครงการมีต้นไม้เยอะค่อนข้างร่มรื่นมีสวนหย่อมตามจุดต่างๆ กระจายอยู่ทั่วโครงการรวมกันมากกว่า 1 ไร่ (1-1-43.9 ไร่) เลยทีเดียว รวมถึงยังให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านอีกด้วยในการออกแบบแปลนให้บ้านแต่ละหลังไม่หันหน้าชนกัน จะมีเพียง 2 ซอยเท่านั้นที่มีบ้านหันหน้าชนกัน ต่อไปในอนาคตหมู่บ้านนี้คงยากที่จะมีปัญหาเรื่องเพื่อนบ้านจอดรถขวางหน้าบ้านกันแน่นอนค่ะ

เรื่องของระบบความปลอดภัยของที่นี่ก็หายห่วงค่ะ อย่างทางเข้าโครงการจะมีซุ้มประตูทางเข้าออก มีประตูเลื่อนอัตโนมัติลูกบ้านใช้ระบบ Katsan App เป็นระบบที่ทางเอพีร่วมพัฒนามาใช้กับลูกบ้าน โดยลูกบ้านต้องเข้าไปลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น หน้าโครงการจะมีกล้องอ่านป้ายทะเบียนและประตูจะเปิดอัตโนมัติ ส่วนผู้ที่มาติดต่อต้องแลกบัตรก่อน โดยถนนหลักในโครงการนี้กว้าง 12 ม. ถนนซอยกว้าง 9 ม. มีรั้วรอบโครงการสูง 3 ม. ภายในโครงการจะติดตั้ง CCTV ที่ทางเข้าออกและจุดสำคัญในโครงการ นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยโดยมี รปภ. ตลอด 24 ชม.เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน

อ่านมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านหลายคนคงคิดในใจแล้วว่าอยากรู้จริงงๆ ว่าโครงการทาวน์โฮมระดับนี้ ที่มีให้พร้อมทุกอย่างในการรองรับไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนยุคใหม่ให้ได้สัมผัสชีวิตที่ล้ำค่า กับความสมบูรณ์แบบทุกรายละเอียดขนาดนี้ อาจจะมีราคาที่สูงจนอาจเอื้อมไม่ถึงสำหรับครอบครัวขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก ที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างครอบครัวกันใหม่ๆ แต่อยากบอกว่าผิดคาดค่ะ เพราะเชื่อหรือไม่ว่าทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ให้ทุกสิ่งที่เหนือกว่าที่อื่นแห่งงนี้มีราคาเริ่มต้นเพียง 3.79 ล้านบาท เท่านั้น หลายคนองเอามือทาบอกว่า ทำไมที่พักอาศัยที่ดีครบขนาดนี้ ถึงมีราคาไม่ถึง 4 ล้านบาทด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้จะมีเหตุผลใดที่คุณจะไม่เลือกที่นี่จริงมั้ยคะ

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลที่เราอยากนำมาฝากคุณผู้อ่านที่กำลังมองหาที่พักอาศัยเพื่อการเริ่มต้นชีวิตที่เหนือกว่า ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ภายใต้ร่มเงาธรรมชาติกับ “โครงการทาวน์โฮม บ้านกลางเมือง รามอินทราเพราะเราเข้าใจดีว่าบ้านที่อยู่แล้วมีความสุขที่สุดอาจไม่ต้องใหญ่หรือมีราคาแพงมากมาย ไม่จำเป็นต้องทันสมัย หรือไฮเทคเกินไป หรือตั้งอยู่แค่ในทำเลใจกลางเมือง แต่ควรเป็นบ้านที่ออกแบบมาอย่างพอดิบพอดีกับผู้อยู่อาศัย แข็งแรง ปลอดภัย อยู่แล้วสบายกาย สบายใจ ซึ่งบ้านกลางเมือง รามอินทราที่นี่แหละค่ะ ที่เป็นทาวน์โฮมที่มีความเรียบง่าย แต่ภายในกลับอีดแน่นไปด้วยรายละเอียดการออกแบบที่ใส่ใจการใช้ชีวิตในทุกจุดของบ้าน ฉะนั้นมาใช้ชีวิตที่พอดีกับความต้องการกันได้ที่นี่แลยค่ะ ที่ “บ้านกลางเมือง รามอินทรา” 

สำหรับผู้ที่สนใจ เข้าชมตัวอย่างโครงการ หรืออยากติดตามรายละเอียดของโครงการ สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ https://www.apthai.com