มะเร็งและเนื้องอกที่พบบ่อยในสุนัข รู้ไว้ก่อนสายเกินแก้

มะเร็ง สุนัข
มะเร็ง สุนัข

มีหลายคนมักจะถามหมอว่าเนื้องอกหรือมะเร็งในสุนัขที่เราเจอกันเป็นประจำมีชนิดไหนบ้าง สุนัขแต่ละพันธุ์มีแนวโน้มเป็นเนื้องอกชนิดไหนบ้าง ถ้าพบก้อนเนื้อในตำแหน่งต่างๆ เราจะคิดถึงโรคอะไรบ้าง แต่ละชนิดที่เจอมีโอกาสรักษาหายมากน้อยแค่ไหน และสามารถใช้วิธีใดในการรักษาได้บ้าง ซึ่งก่อนจะเข้าเรื่อง เรามาเริ่มต้นรู้จักคำจำกัดความกันก่อนครับ

มะเร็ง (cancer หรือ malignant tumor) เป็นคำศัพท์ที่ใช้อธิบายโรคที่เกิดขึ้นจากเนื้องอก (tumor หรือ neoplasm) ซึ่งเป็นกลุ่มเซลล์ที่ผิดปกติที่เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในร่างกายโดยไม่หยุด ทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อขึ้นตามส่วนต่างๆของร่างกายและมีแนวโน้มลุกล้ำอวัยวะข้างเคียงและมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆเลือดและระบบน้ำเหลือง

ส่วนเนื้องอกที่ไม่ได้มีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นและไม่ได้มีการลุกล้ำไปยังอวัยวะข้างเคียง ภาษาอังกฤษเรียกว่า benign tumor

ถ้าเราได้มีโอกาสอ่านผลชิ้นเนื้อในรายงานของพยาธิสัตวแพทย์ การอ่านผลชิ้นเนื้อว่าเป็นเพียงเนื้องอกธรรมดาหรือมะเร็งมีหลักการง่ายดังนี้ครับ

  • ถ้าเป็นกลุ่มเนื้องอกทั่วไปไม่มีแนวโน้มการแพร่กระจาย (benign tumor) ชื่อจะลงท้ายว่า oma เช่น lipoma เป็นเนื้องอกไขมันที่ไม่รุนแรง
  • ถ้าเป็นกลุ่มมะเร็ง ชื่อจะลงท้ายด้วย carcinoma หรือ sarcoma เช่น liposarcoma จะเป็นมะเร็งของเนื้อเยื่อไขมัน

แต่ก่อนคุณหมอจะทำการรักษา หรือบอกถึงการพยากรณ์โรคว่ามีโอกาสในการรักษามากน้อยขนาดไหนได้นั้น มักจะต้องมีการตรวจเซลล์หรือชิ้นเนื้อก่อนทุกครั้ง การตรวจเซลล์และชิ้นเนื้อไม่ได้ทำเพียงการตรวจตรงก้อนเนื้อที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งเท่านั้น เรายังต้องตรวจที่ตำแหน่งต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงด้วยทุกครั้ง ซึ่งคุณหมอจะทำร่วมกับการวินิจฉัยด้วยภาพ เช่น เอ็กซเรย์ อัลตราซาวด์ CT scan หรือ MRI เพื่อหาขอบเขตของมะเร็งว่ามีการกระจายตัวไปอวัยวะข้างเคียงและแบ่งระยะของมะเร็งที่เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง การวินิจฉัยด้วยภาพทำเพื่อใช้ในวางแผนการผ่าตัดหรือการฉายแสง การตรวจเลือดและปัสสาวะบอกถึงการทำงานต่างๆ ของอวัยวะในร่างกาย

วันนี้คุณหมอจะมาเล่าถึงเนื้องอกและมะเร็งที่พบบ่อยในสุนัขบ้านเราให้ฟังครับ

1.เนื้องอกก้อนไขมันหรือ Lipoma เป็นเนื้องอกชนิดที่ไม่ร้ายแรงและพบได้ตามปกติในสุนัข วัยกลางสุนัขจนถึงวัยชรา พบในเพศเมียมากกว่าเพศผู้และพบในสุนัขอ้วนมากกว่าสุนัขซึ่งมีน้ำหนักตัวปกติ สามารถพบได้ในทุกพันธุ์ มีรายงานว่าพบในพันธุ์ที่อุบัติการของโรคสูง ได้แก่ Labrador Retrievers, Doberman pinschers, miniature schnauzers,  Cocker Spaniels dachshunds, Weimaraners ตามปกติจะพบเนื้องอกก้อนไขมันในชั้นใต้ผิวหนังลักษณะเป็นก้อนกลมหรือรีที่นุ่ม โดยส่วนใหญ่จะพบเป็นก้อนเดี่ยวที่ขาและใต้รักแร้ เนื่องจากเนื้องอกชนิดนี้มักจะโตช้ามากและไม่ลุกลามไปอวัยวะอื่นทำให้ไม่มีความจำเป็นจะต้องทำการผ่าตัดรักษายกเว้นในกรณีที่เนื้องอกเข้าไปอยู่ในบริเวณที่ทำให้สุนัขเดินเหินได้ลำบากเช่น ซอกรักแร้ ขาหนีบ

เนื้องอกก้อนไขมัน //ขอบคุณภาพจาก https://dogtime.com

2.เนื้องอกที่อวัยวะเพศ Transmissible venereal tumor หรือ TVT อีกชื่อคือ venereal granuloma หรือ VG ในเมืองไทยเรียกกันง่ายๆ ว่า ทีวีที หรือ วีจี พบมากในกลุ่มสุนัขจรจัด ซึ่งจะเห็นสุนัขป่วยลักษณ์นี้ได้บ่อยตามเพจระดมทุนต่างๆ  เนื้องอกชนิดนี้ติดต่อด้วยการผสมพันธุ์และการเลียบริเวณอวัยวะเพศของสุนัข ลักษณะที่พบคือเนื้องอกสีขาวอมชมพูคล้ายกับดอกกะหล่ำที่บริเวณอวัยวะเพศทั้งเพศผู้และเพศเมีย บางครั้งมีเลือดออก การเลียอวัยวะเพศทำให้เกิดการติดเนื้องอกเข้าไปที่บริเวณใบหน้า โพรงจมูก ปาก

การวินิจฉัยสามารถทำได้โดยง่ายโดยการตรวจเซลล์หรือตรวจชิ้นเนื้อ การรักษาหลักคือใช้วิธีการทำเคมีบำบัดทุกอาทิตย์ต่อเนื่องกัน 6-8 อาทิตย์ ในกรณีที่มีเนื้องอกขนาดใหญ่มากอาจจะทำร่วมกับการผ่าตัดด้วยก็ได้ การพยากรณ์โรคดี นั่นคือมีโอกาสประสบความสำเร็จในการรักษาสูงมาก ยกเว้นตัวที่มีการลามไปบริเวณใบหน้า โพรงจมูกและต่อมน้ำเหลือง ซึ่งอาจจะต้องทำการฉายแสงเพื่อทำการรักษา

มะเร็งในปากสุนัข
เนื้องอก TVT //ขอบคุณภาพจาก https://dermvets.com

3.เนื้องอกเต้านมหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า mammary gland tumor ถือว่าเป็นเนื้องอกชนิดที่พบบ่อยมากที่สุดชนิดหนึ่งในประเทศไทยโดยเฉพาะทางเพจโดยระดมทุนเพื่อช่วยเหลือหมาจรจัด 50% ของเนื้องอกชนิดนี้จะเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง อีก 50% ที่เหลือจะเป็นเพียงเนื้องอกธรรมดา ในกรณีที่เป็นมะเร็งมักจะมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น ปอด ระบบประสาท เป็นต้น เนื้องอกชนิดนี้พบมากในสุนัขเพศเมียที่ยังไม่ได้ทำหมัน การรักษาสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดก้อนเนื้องอก ซึ่งอาจทำร่วมกับเคมีบำบัด หรือฉายแสงได้ การพยากรณ์โรคถือว่าดีมีโอกาสหายโดยเฉพาะเนื้องอกที่ไม่เป็นมะเร็ง หรือในกรณีที่ผลเนื้องอกที่ได้เป็นมะเร็งแต่มีขนาดเล็กกว่า 5 เซนติเมตร ถ้าสามารถตัดออกได้หมด การพยากรณ์โรคก็ถือว่าดี

เจ้าของสุนัขสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นเนื้องอกชนิดนี้ได้โดยการทำหมันสุนัขเพศเมีย โดยเฉพาะการทำหมันก่อนการเป็นสัตว์หนแรก โอกาสเกิดเนื้องอกชนิดนี้จะมีเพียง 0.5% ถ้าไม่ได้ทำหมันสุนัขก่อนการเป็นสัตว์ครั้งแรก คุณหมอก็ยังแนะนำให้ทำหมันช้าที่สุดคือหลังการเป็นสัตว์ครั้งที่ 2 แต่ก่อนอายุ 2.5 ปี โดยการทำหมัน หลังการเป็นสัตว์ครั้งที่ 2 นั้นมีโอกาสเกิดโรคเพียง 26% เเต่ถ้าทำหมันหลัง 2.5 ปี จะไม่มีผลการลดอุบัติการณ์การเกิดโรคเลย

 

4.มะเร็งต่อมน้ำเหลืองหรือ lymphosarcoma (อ่านว่า ลิมโฟซาร์โคมา) หรืออาจเรียกว่า lymphoma (อ่านว่า ลิมโฟมา)เป็นมะเร็งซึ่งมีเซลล์ต้นกำเนิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า lymphocyte พบมากในสุนัขพันธุ์ boxers, Bassett hounds, golden retrievers, Saint Bernards, Scottish Terriers, Airedale Terriers, bulldogs มะเร็งชนิดนี้จะมีการกระจายตัวไปอวัยวะต่างๆ ได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง ม้าม ตับ ทางเดินอาหาร ไต ระบบประสาทส่วนกลาง ตา ผิวหนัง ปอดและหัวใจ เป็นต้น อาการหลักที่พบคือต่อมน้ำเหลืองขยายขนาดทั่วตัว อาการอื่นๆ ที่พบร่วมขึ้นอยู่กับว่ามะเร็งได้ลุกลามไปยังอวัยวะใด เช่น อาเจียนท้องเสียในกรณีที่มีการลุกลามไปยังทางเดินอาหาร หรือหอบหายใจ

ในกรณีที่มีการบวมโตของต่อมน้ำเหลืองภายในช่องอก การพยากรณ์โรคถือว่าค่อนข้างดีเนื่องจากตอบสนองต่อวิธีการรักษาด้วยเคมีบำบัดด้วยการใช้ยาผสมผสานหลายชนิดเป็นอย่างดี การทำเคมีบำบัดมีโอกาสที่มะเร็งจะยุบลงเต็มที่ประมาณ 58-90% ของเคสที่พบ ค่ามัธยฐานหรือค่ากลางในการมีชีวิตอยู่หลังจากเริ่มทำการรักษาอยู่ที่ 6-12 เดือน

 

5.มะเร็งชนิด mast cell หรือ mast cell tumor (MCT) (อ่านว่า แมสท์เซลล์ทุเมอร์ หรือ เอ็มซีที) มะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งที่ผิวหนังซึ่งเกิดจากเม็ดเลือดขาวชนิด mast cell ซึ่งเม็ดเลือดขาวชนิดนี้จะมีการหลั่งสารฮีสทามีนและเฮปารินออกมา ทำให้ผิวหนังที่ปกคลุมด้านบนของเนื้องอกชนิดนี้มีสีแดงเหมือนกับผิวหนังอักเสบ มักจะขึ้นเป็นก้อนเดี่ยว ติดแน่นกับผิวหนังเนื้อด้านบนสีชมพูหรือแดง อาจจะพบเป็นหลายก้อนก็ได้ ด้านบนจะเป็น ผิวที่มีขนหรือไม่มีก็ได้ เจ้าของมักจะเข้าใจผิดเสมอว่าเป็นแค่ผื่นแดงตามตัวเท่านั้น หรืออาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นผิวหนังอักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย มะเร็งชนิดนี้พบบ่อยในพันธุ์ Golden retrievers, labrador retrievers, Boston terriers, boxers, Pugs มักจะเกิดที่บริเวณ สีข้างและรอบก้น 50% บนบริเวณขา 40% และ 10% บนบริเวณใบหน้าและคอ

การรักษาสามารถทำได้โดยการตัดออกเป็นบริเวณกว้าง (คือต้องตัดห่างจากเนื้องอกไม่น้อยกว่า 2-3 เซนติเมตร) หรือใช้ร่วมกับการใช้เคมีบำบัดและฉายแสง การพยากรณ์โรคขึ้นอยู่กับว่าพบมะเร็งระยะไหน ในกรณีที่ตัดออกไม่หมด จะมีโอกาสเกิดมะเร็งซ้ำในตำแหน่งนั้นสูงถึง 85%

มะเร็งชนิด mast cell //ขอบคุณภาพจาก http://wildpetblends.com

ไปรู้จักมะเร็งในสุนัขอีกในหน้า 2