ทำความรู้จัก กับ แพรรีด็อก (Prairie dog) หรือ กระรอกดิน

ยุคนี้มองไปทางไหนก็เห็นคนเลี้ยงสัตว์แปลกๆ กันมากขึ้น อาจเป็นเพราะว่าการขนส่งสะดวกสบายและรวดเร็ว เอื้อให้สัตว์ จากอีกซีกโลกหนึ่งเดินทางมายังต่างประเทศได้ง่ายขึ้นก็เป็นได้ แพรรีด็อก จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงยอดนิยมในช่วงเวลาหนึ่ง

วันนี้ my home จึงพา แพรรีด็อก หรือ กระรอกดิน มาแนะนำให้รู้จักยิ่งขึ้นกัน

 

ลักษณะโดยทั่วไป

“แพรรีด็อก” (Prairie dog) หรือ “กระรอกดิน” มีใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cynomys จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีฟันแทะ ขนสั้นสีน้ำตาลอ่อน ใบหูเล็ก ดวงตากลมโต ฟันแข็งแรง ชอบยืนสองขา หางไม่ยาวนัก เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักประมาณ 1 – 2 กิโลกรัม เดิมมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง ตั้งแต่แคนาดาไปจนถึงเม็กซิโก มักหากินและทำรังด้วยการขุดโพรงอยู่ตามพื้นดินในบริเวณทุ่งราบกว้างและพื้นที่ที่เป็นดินโล่งรวมกันเป็นฝูงใหญ่ ซึ่งเวลาที่เจอกันครั้งแรกจะทักทายกันด้วยการยิงฟันและแตะกันคล้ายกับการโอบกอดหรือจูบ แต่เมื่อนำมาเลี้ยงจะรู้สึกว่าดื้อและซนมาก นอกจากนี้แพรรีด็อกยังมีเสียงร้องที่คล้ายกับเสียงสุนัขเห่า จึงเป็นที่มาของชื่ออีกด้วย

 

Prairie dog
https://amazingpetsforyou.blogspot.com – https://www.flickr.com

 

วิธีการเลี้ยง

แพรรีด็อกถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงง่าย แข็งแรง หากได้รับการ ดูแลดีก็จะไม่ป่วยเป็นอะไรง่ายๆ ทั้งยังเป็นสัตว์เชื่องกับเจ้าของและ สมาชิกในบ้าน แรกๆ อาจตื่นกลัวและใช้เวลาในการปรับตัวอยู่บ้าง แต่ก็เป็นสัตว์ที่เรียนรู้ได้เร็วและฉลาด สามารถจำชื่อของตัวเองได้ ภายในเวลาสั้นๆ และส่งเสียงร้องขานรับได้อีกด้วย แต่ไม่เชื่องกับ คนแปลกหน้าและคนที่ไม่คุ้นเคย หากเอามือไปจับก็อาจโดนกัดได้

1.เรื่องอาหารการกินก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพราะมีผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปสำหรับ แพรรีด็อกโดยเฉพาะมาให้ใช้กันแล้ว นอกจากนี้อาจให้หญ้าแห้งจำพวกหญ้า ทิโมธี หญ้าแพงโกล่า และหญ้าขน เสริมด้วยแอ๊ปเปิ้ล ฝรั่ง และมันเทศ ได้บ้าง ไม่ควรให้ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เพื่อป้องกันอาการท้องเสีย

2.สถานที่เลี้ยงแพรรีด็อกนั้นควรแยกเป็นสัดส่วน เพราะมันชอบแทะ ทุกอย่างที่ขวางหน้า หากปล่อยในบ้านโดยมีคนนั่งอยู่ก็ยังห้ามปรามได้บ้าง แต่ ถ้าปล่อยเอาไว้ทั้งวันก็จะเป็นอันตรายต่อเฟอร์นิเจอร์ตัวโปรดและวอลล์เปเปอร์ ของคุณอย่างแน่นอน ทางที่ดีควรเลี้ยงไว้ในคอกบนพื้นที่ไม่ใช่สนามหญ้าหรือ พื้นดิน เพื่อป้องกันมันขุดรูออกมา หรือถ้าใช้กรงก็ควรจะมีพลาสติกรองพื้น ให้มันยืนได้สบายตัว หลีกเลี่ยงการใส่ในกรงที่เป็นตะแกรงเหล็ก และนำออกมา วิ่งเล่นบ้างเป็นเวลาก็พอแล้ว

Tips การลงโทษที่ได้ผลสำหรับแพรรีด็อก คือ การให้เข้าไปอยู่ในกรง หรือ การงดเล่นด้วย ส่วนเคล็ดลับของการเอาใจที่ได้ผลดีที่สุด คือ การเกา นั่นเอง

https://amazingpetsforyou.blogspot.com

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำแพรรีด็อกมาเลี้ยงใหม่ๆ จำเป็นจะต้องพาไปพบ สัตวแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพและถ่ายพยาธิ แพรรีด็อกที่อายุเกิน 4 เดือน ควรให้แพทย์ฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และนำมาฉีดซ้ำตามที่สัตวแพทย์นัด อีกครั้งหลังจากได้รับเข็มแรกไปแล้วราว 1 – 3 เดือน หลังจากนั้นจึงนำมาฉีด ปีละครั้งเหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป เพื่อความปลอดภัยของตัวสัตว์เลี้ยง และความสบายใจของเจ้าของ

ข้อแนะนำอีกอย่างคือควรนำแพรรีด็อกไปคลินิกที่รักษาสัตว์พิเศษโดยเฉพาะ เนื่องจากมีบุคลากรเฉพาะทางที่คุ้นเคยกับสัตว์ประเภทนี้ประจำอยู่ ปัจจุบันมีอยู่หลายแห่ง สามารถหาข้อมูลได้ในอินเทอร์เน็ต หากจะไปหาที่คลินิกทั่วไป คงต้องสอบถามกันให้ดีเสียก่อน จะได้ไม่เสียเวลา เพราะคุณหมอบางท่าน ก็ไม่คุ้นเคยกับการรักษาสัตว์พวกนี้และอาจถูกปฏิเสธได้ การเลี้ยงแพรรีด็อกจึงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ละตัวก็มีราคาไม่สูงมากนัก เพียงแต่ผู้เลี้ยงจะต้องมีความรักและเข้าใจในตัวสัตว์เป็นอย่างดี ลองพิจารณาดู ว่าอุปนิสัยของมันนั้นเหมาะกับการใช้ชีวิตของเราหรือไม่ มิเช่นนั้นแล้วอาจเป็น ภาระใหญ่ที่สร้างความลำบากให้ทั้งเราและผู้อื่นได้เหมือนกัน

 

เรื่อง : ภวพล ศุภนันทนานนท์

เรียบเรียง : สริดา


 

ทำความรู้จัก กับ ชูการ์ไกลเดอร์ (sugar glider)

ทำความรู้จัก กับ เต่าญี่ปุ่น หรือ เต่าแก้มแดง (Red-eared Slider)