ดูแลสวน “เก่า” ให้ใช้งานได้เหมือน “ใหม่”

ดูแลสวน
ดูแลสวน

การมีสวนสวยๆในบ้านนอกจากจะช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูร่มรื่นน่าอยู่แล้ว ยังช่วยเพิ่มความสดชื่นมีชีวิตชีวาให้แก่สมาชิกในบ้านและผู้คนที่พบเห็นได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปจากสวนสวยๆ ก็อาจเริ่มชำรุดทรุดโทรม ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่กันบ้าง

วันนี้ my home จึงอยากชวนทุกคนมาปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ดูแลสวน และ ทวงคืนพื้นที่สีเขียวในบ้านให้กลับมาสวยงามอีกครั้งกันค่ะ

 

1.ทำความสะอาดพื้นทางเดิน

เริ่มจากพื้นที่ส่วนพื้นทางเดินหรือบริเวณพื้นที่ฮาร์ดสเคปอย่างลานกิจกรรม ลานพักผ่อน ซึ่งส่วนใหญ่มักปูพื้นอิฐ พื้นปูน กรวดล้าง ทรายล้าง หรือพื้นซีเมนต์สำเร็จรูป ควรหมั่นกวาดเศษใบไม้และเศษขยะออกเป็นประจำ และหากมีปัญหารอยดำหรือตะไคร่น้ำ ก็ให้ขัดพื้นให้สะอาดด้วยผงซักฟอก น้ำยาล้างพื้น หรือน้ำยาทำความสะอาดเชื้อราและตะไคร่น้ำ เพื่อป้องกันอันตรายหรืออุบัติเหตุลื่นล้ม รวมไปถึงควรตรวจสอบและซ่อมแซมแผ่นทางเดินที่อาจยุบตัวหรือชำรุดเสียหาย ด้วยการบดอัดผิวดินใต้แผ่นทางเดินให้แน่นและปรับระดับของดินด้วยทรายหยาบ จากนั้นจึงแซะดินให้เป็นร่องพอดีกับแผ่นทางเดิน แล้วจึงนำแผ่นทางเดินที่ทำความสะอาดเรียบร้อยมาวางใหม่ให้เสมอกับระดับที่โรยกรวดหรือปลูกหญ้า เพื่อความสวยงามและสามารถกลับมาใช้งานได้สะดวกอีกครั้ง

ดูแลสวน

 

2.ตัดแต่งต้นไม้

ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการเจริญเติบโต บ่อยครั้งที่ต้นไม้อาจทำให้สวนดูรกและไม่เป็นระเบียบ รวมไปถึงอาจมีวัชพืชขึ้นปะปนอยู่ ทำให้ต้นไม้หลักที่ตั้งใจปลูกไว้เติบโตได้ไม่เต็มที่ เพื่อให้สวนของเรายังคงสวยงามและเป็นไปตามความตั้งใจ จึงควรหมั่นตัดแต่งกิ่งไม้ที่ยืดยาว เหี่ยวเฉา หรือเป็นพุ่มแน่น ทำให้ลำต้นไม่ได้รับแสงแดดออก ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือฤดูหนาว ประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระยะที่ต้นไม้พักตัว และควรหมั่นกำจัดวัชพืชที่ไม่ต้องการออก ด้วยการใช้จอบขุดพรวนหน้าดิน หรือใช้น้ำส้มสายชู เกลือ เบกกิ้งโซดาฉีดพ่นลงบนบริเวณที่มีวัชพืชขึ้นอยู่ นอกจากนี้ยังควรเลือกใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับชนิดของพรรณไม้ และพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อบำรุงให้สวนสวยงามต่อไปในระยะยาว

ดูแลสวน

 

3.ดูแลสนามหญ้า

สนามหญ้าเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่แสดงให้เห็นว่าสวนได้รับการเอาใจใส่มากพอหรือไม่ การดูแลรักษาสนามหญ้ามีเทคนิคง่ายๆ คือ น้ำต้องถึงและแสงต้องได้ โดยควรรดน้ำในแต่ละครั้งให้มากเพียงพอ แต่ไม่ควรรดน้ำบ่อยเกินไป เพราะน้ำจะไปชะล้างธาตุอาหารในดิน ทำให้ดินแน่น หญ้าอ่อนแอและเกิดโรคได้ง่าย ต่อมาควรหมั่นตัดหญ้าทุกสัปดาห์ให้เหลือความสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 1 นิ้ว โดยเฉพาะในฤดูฝนที่หญ้าสามารถเจริญเติบโตได้ดี เพื่อให้ต้นหญ้าผลิตต้นอ่อนออกมาเรื่อยๆ ทำให้สนามหญ้าดูเขียวสดใสน่ามอง

ดูแลสวน

Tips -การดูแลรักษาสปริงเกลอร์ ควรเปิดน้ำล้างตะกอนในท่อเมนและท่อแขนงอย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการอุดตัน

-ควรใส่จาระบีบริเวณหัวเกียร์ (ส่วนจับใบมีด) ของเครื่องตัดหญ้า อย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ เพื่อถนอมไม่ให้เฟืองชำรุดง่าย และควรใช้ถุงห่อบริเวณหัวของเครื่องตัดหญ้า เพื่อป้องกันแมลงเข้าไปทำรัง

 

4.เก็บอุปกรณ์ทำสวนให้เข้าที่

ห้องเก็บของ (Storage Shed) ถือเป็นห้องที่ช่วยเก็บความรก ความลับในสวนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะ สายยาง ถุงปุ๋ย อุปกรณ์ทำสวน หรือเครื่องตัดหญ้าที่เกะกะขวางทางสายตาและทางเดิน เมื่อนำมาเก็บรวบรวมเอาไว้ในพื้นที่เดียวกันทั้งหมดและจัดระเบียบให้เข้าที่เข้าทางเป็นหมวดหมู่แล้ว นอกจากจะช่วยให้สวนดูไม่รกแล้ว ยังทำให้อุปกรณ์ไม่พังเสียหายได้ง่ายและสามารถหยิบจับมาใช้งานได้สะดวกอีกด้วย

ดูแลสวน

Tips – ทำความสะอาดเครื่องมือให้เรียบร้อยทุกครั้งหลังจากใช้งานเสร็จ โดยการล้างคราบดินหรือสิ่งสกปรกออกแล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาด เครื่องมือที่เป็นโลหะอย่างมีด จอบ เสียม กรรไกร ก็ควรทาน้ำมันเคลือบและหยอดน้ำมันตรงสปริงขากรรไกร เพื่อป้องกันการเกิดสนิม

 

5.ทำความสะอาดบ่อน้ำ

น้ำคือองค์ประกอบที่ทำให้บรรยากาศภายในสวนเย็นสดชื่น ไม่ว่าจะเป็นบ่อปลา บ่อน้ำพุ น้ำตก หรือ บ่อน้ำทั่วไป แต่ก็มักประสบปัญหาเดียวกันคือ บ่อน้ำไม่ใสหรือมีตะไคร่ สาเหตุอาจเกิดจากแสงแดด อุณหภูมิ ปริมาณปลา วัสดุกรอง หรือระบบการไหลเวียนของน้ำ สามารถแก้ไขได้โดยการเติมด่างทับทิมหรือคลอรีน ลงในบ่อที่ไม่ได้เลี้ยงปลา ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน แล้วจึงล้างทำความสะอาดบ่อตามปกติ จากนั้นจึงควรหมั่นทำความสะอาดเครื่องกรองปั๊มน้ำเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และหมั่นนำเศษใบไม้ออกจากบ่อ หรือ เลือกปลูกพรรณไม้ริมบ่อชนิดที่ใบไม่ร่วงง่าย อย่างจั๋ง หมากเขียว ปาล์ม หรืออาจใช้วิธีปลูกลงในภาชนะอย่าง กระถางหรือตะกร้าโปร่ง เพื่อควบคุมการขยายพันธุ์ไม่ให้รวดเร็วจนเกินไป

ดูแลสวน

 

6.องค์ประกอบอื่นๆ

องค์ประกอบอื่นๆ ในสวนอย่าง รั้ว ศาลา ประติมากรรม เก้าอี้ หรือไฟสนาม ซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศสร้างสไตล์สวน และเพิ่มการใช้งานที่เหมาะสม หากเกิดการชำรุดเสียหายหรือหมดสภาพการใช้งานก็ควรต้องซ่อมแซม ปรับปรุง หรือทาสีให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ หรืออาจเปลี่ยนของใหม่ที่จำเป็นมาใช้แทนตามจุดต่างๆ โดยควรเลือกจากรูปแบบและวัสดุที่เหมาะสำหรับการใช้งานภายนอก

ดูแลสวน

Tips – องค์ประกอบหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นโลหะ ควรใช้ไม้ขนไก่ปัดทำความสะอาดหรือใช้ผ้าแห้งเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ และอาจใช้ขี้ผึ้งสำหรับขัดรถยนต์ทาเคลือบ เพื่อป้องกันการเกิดสนิม

– องค์ประกอบหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ ควรระวังเรื่องน้ำและความชื้น เพราะจะทำให้เนื้อไม้บวม
และไม่ควรนำไปวางในที่แดดจัดเป็นเวลานาน เพราะแสงแดดจะทำให้เนื้อไม้เสียหายและเกิดรอยแตกได้

 

เรื่อง :  Inkvisible

ภาพ: คลังภาพบ้านและสวน  นิตยสาร room และ my home

 


พาเลตไม้ กลายร่างเป็น ที่แขวนอุปกรณ์สวน

ไอเดียแต่งสวนให้สวยด้วยวัสดุบ้าน ๆ ในราคาไม่แพง