TOYO ITO สถาปนิกผู้สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมไร้กาลเวลา

Toyo Ito
Toyo Ito

Toyo Ito (โตโย อิโตะ) สถาปนิกชาวญี่ปุ่น สุดยอดสถาปนิกผู้มีพลังสร้างสรรค์และมีอิทธิพลในวงการสถาปัตยกรรมมากที่สุดคนหนึ่ง แนวคิดด้านสถาปัตยกรรมของเขาทำให้เกิดสถาปัตยกรรมที่ไม่จำกัด

Ito เกิดวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1941 ที่ Keijo ประเทศเกาหลีใต้ ในปี ค.ศ. 1943 คุณแม่, พี่สาว 2 คนและเขาได้ย้ายกลับญี่ปุ่น อีกสองปีถัดมาคุณพ่อของเขาจึงได้ย้ายกลับญี่ปุ่นด้วย หลังจากนั้นครอบครัวก็ย้ายกลับไปบ้านเกิดของพ่อที่ Nagano

ในวัยเด็ก Ito สนใจศิลปะเพียงเล็กน้อย ไม่มีความฝันที่จะเป็นสถาปนิกเลย เขาชื่นชอบเบสบอลและใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเบสบอลมืออาชีพ อย่างไรก็ตามมีอิทธิพลหลายอย่างที่เป็นสิ่งขับเคลื่อนให้เขาสนใจด้านศิลปะ เช่น คุณปู่ของเขาทำธุรกิจค้าไม้ คุณพ่อเป็นนักธุรกิจที่มีความสนใจลึกซึ้งเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาโบราณของเกาหลีและภาพวาดสไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้คุณพ่อยังชอบออกแบบแปลนบ้านให้เพื่อนอีกด้วย

ในช่วงที่ Ito เรียนมัธยมคุณแม่ของเขามอบหมายให้สถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น Yoshinobu  Ashihara  ผู้ออกแบบตึก SONY Building (1966) ที่เพิ่งเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกาและทำงานที่สตูดิโอออกแบบของ Marcel Breuer (สถาปนิกและเฟอร์นิเจอร์ดีไซเนอร์ชื่อดังซึ่งเป็นหนึ่งกลุ่มนักออกแบบ Bauhuas) ให้มาออกแบบบ้านสำหรับครอบครัวในโตเกียว ช่วงที่เขาศึกษาในระดับอนุปริญญาด้านการออกแบบ ผลงานออกแบบการบูรณะสวนสาธารณะ Ueno Park ของเขาได้รับรางวัลชนะเลิศจากมหาวิทยาลัยโตเกียว หลังจากนั้นเขาจึงเริ่มหันมาสนใจด้านสถาปัตยกรรมอย่างจริงจัง Ito จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว (the University of Tokyo) ในปี ค.ศ. 1965 เข้าทำงานในบริษัท Kiyonori  Kikutake & Associates ต่อมาในปี ค.ศ.1971 เขาได้เปิดสตูดิโอออกแบบของตัวเองภายใต้ชื่อ Urban Robot (Urbot) และในปี ค.ศ.1979 เปลี่ยนชื่อเป็น Ito & Associates, Architects

“I think of architecture as a piece of clothing to wrap around human beings”      

“สถาปัตยกรรมเปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มมนุษย์หรือผู้ใช้อาคาร ในการออกแบบจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงดุลยภาพระหว่างชีวิตส่วนตัวกับชีวิตสาธารณะของปัจเจกชน”

– Toyo Ito –

 

White U | ภาพ: Koji Taki – Archdaily

Creator of Timeless Buildings 

ในช่วงแรกหรือในยุค 70 งานออกแบบของเขาส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยในโตเกียวและชานเมืองรอบ ๆ ได้แก่  Aluminum House (1971), ผลงานที่มีชื่อเสียงชิ้นแรก คือ White U (1976) บ้านพี่สาวของเขา

ต่อมาในยุค 80 เขาพยายามลบความหมายเดิมของผลงานที่ผ่านมาด้วยวิธีออกแบบเชิงทดลอง ค่อย ๆ พัฒนาโดยใช้ความเรียบง่ายเป็นหลัก เช่น  Silver Hut (1984) บ้านของเขาเองและเป็นช่วงที่เริ่มพัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับชุมชนเมืองขนาดใหญ่ เช่น Tower of winds (1986) เมือง Yokohama โปรเจ็กต์ที่สื่อถึงวิธีการเข้าถึงทางสถาปัตยกรรมของ Ito โดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องความสำคัญของเทคโนโลยี และบทบาทสำคัญในอนาคตของสถาปัตยกรรม

โปรเจ็กต์นี้ไม่เพียงรวมเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงสนทนากับเมืองแต่รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ระหว่างธรรมชาติและเทคโนโลยีอีกด้วย จนกระทั่งในยุค 90 ผลงานของ Ito ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ ได้แก่ Sendai  Mediatheque  ที่เมือง Sendai ซึ่งโปรเจ็กต์นี้เป็นการสร้างนิยามใหม่ของการใช้พื้นที่ในเชิงวัฒนธรรม

Aluminum House
Aluminum House
Silver Hut
Silver Hut | ภาพ: Archdaily
Tower of winds
Tower of Winds โดย Toyo Ito & Associates | ภาพ Tomio Ohashi : Archdaily
Sendai  Mediatheque
Sendai  Mediatheque | ภาพ: Archienvironment : Archdaily 

ผลงานของเขาคือการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรม และนวัตกรรมผสานธรรมชาติผ่านการค้นหาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงระหว่างรูปทรง, ที่ว่าง, โครงสร้าง, ธรรมชาติและบริบทของอาคาร ซึ่งผลลัพธ์คืองานสถาปัตยกรรมสุดสร้างสรรค์ดูไร้กาลเวลา  Ito ไม่ยึดติดกับสไตล์ , วัสดุและรูปทรง เพราะกุญแจสำคัญของเขาคือสถาปัตยกรรมต้องมีความสัมพันธ์กันระหว่างอาคาร, บริบทโดยรอบ, ธรรมชาติและผู้ใช้งาน (Users) เขาเชื่อว่าสถาปัตยกรรมจะมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นเมื่อเวลามีผู้คนเข้ามาใช้งาน

สำหรับเขาสถาปัตยกรรมเป็นสิ่งแรกและสิ่งสำคัญที่ต้องรับใช้มนุษย์ งานสถาปัตยกรรมจึงไม่เพียงต้องตอบสนองความต้องการทางกายภาพเท่านั้น แต่ต้องตอบสนองต่อความรู้สึกด้วย Ito เคยให้สัมภาษณ์ว่า “แรงบันดาลใจในการออกแบบของผมมาจาก 3 สิ่งที่เป็นองค์ประกอบของธรรมชาติ อย่าง อากาศ ลมและน้ำ

A Sense of Uniqueness and Universality

กว่า 40 ปีในการทำงาน Ito ได้สร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมที่ผสานกันระหว่างแนวคิดทางนวัตกรรม กับโครงสร้างผ่านผลงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากมาย แต่ละโปรเจ็กต์เขาได้สร้างความเป็นไปได้ให้กับงานสถาปัตยกรรมโดยใช้แนวทางและกระบวนการค้นหาคำตอบจากที่ตั้งโครงการ ทำให้รูปทรงของอาคารที่เขาออกแบบไม่ได้อ้างอิงกับแนวทางใด ๆ แต่มาจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2013 เขาได้รับรางวัล Prizker  Prize ถือเป็นสถาปนิกญี่ปุ่นคนที่ 6 ที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งคณะกรรมการรางวัล Pritzker Prize ให้คำจำกัดความผลงานของเขาว่าเป็นการเติมเต็มงานออกแบบด้วยมิติแห่งจิตวิญญาณและมีความงามเชิงบทกวีอยู่ในงานของเขาเสมอ

Ito ได้รับการขนานนามว่าเป็นที่สุดของการออกแบบในยุคสมัยใหม่ ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในการทำงานของเขาและเป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ Sendai  Mediatheque อาคารสาธารณะที่ให้บริการกิจกรรมหลัก ๆ ได้แก่ ห้องสมุด ศูนย์กลางข้อมูลโสตทัศนูปกรณ์ ฯลฯ จุดเด่นของอาคารคือโครงสร้างทั้งหมดรับน้ำหนักด้วย Tubes หรือท่อที่มีลักษณะเป็น Organic Line จำนวน 13 อัน , การนำเทคโนโลยีมาใช้รองรับและใกล้ชิดมนุษย์ในแบบสามัญธรรมดา, ความเป็นมิตรของอาคารและผู้ใช้งาน

เขามีผลงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นหลายแขนง อาทิ ห้องสมุดมหาวิทยาลัย Tama Art University, National Taichung Theater  ประเทศไต้หวัน ฯลฯ รวมถึงได้รับการยกย่องผ่านรางวัลมากมาย ได้แก่  The Royal Gold Medal from the Royal Institute of British Architects (2006) และ The Golden Lion for Lifetime Achievement ในงาน The Venice Biennale 2002  ผลงานของเขาได้รับการตีพิมพ์และจัดแสดงตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษในหลายมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นและต่างประเทศ อาทิ the University of Tokyo, Columbia University,UCLA, Kyoto University และ Tama Art University ฯลฯ

Tama Art U. Library
Tama Art U. Library | ภาพ: Iwan Baan – Archdaily
Tama Art U. Library
Tama Art U. Library | ภาพ: Iwan Baan – Archdaily
National Taichung Theater
National Taichung Theater | ภาพ: Lucas K. Doolan – Archdaily
National Taichung Theater
National Taichung Theater | ภาพ: Lucas K. Doolan – Archdaily

“ The biggest change in my philosophy has been my understanding of nature ”

“ การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในปรัชญาของผมคือการเข้าใจธรรมชาติ ”

– Toyo Ito –

สถาปนิกญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีความเคารพและอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ Ito ก็เช่นกันเขาเชื่อว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นกัน ในขณะเดียวกันวิถีชีวิตของมนุษย์ในยุคนี้โดยเฉพาะคนเมืองส่วนใหญ่ถูกตัดขาดจากธรรมชาติจึงเป็นสิ่งที่ยากที่เราจะเชื่อมธรรมชาติเข้ามาสู่สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ เขาสนใจการหาวิธีที่จะเชื่อมโยงทั้งสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันผ่านแนวคิดและความเข้าใจคุณค่าของวัสดุธรรมชาติในการสร้างความสมดุลที่กลมกลืนระหว่างอาคารและบริบทโดยรอบ การใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ผสานกับการออกแบบผ่านความพิถีพิถัน, การเลือกใช้วัสดุและแหล่งพลังงานที่เหมาะสม การนำเสนอรูปลักษณ์อาคารที่แตกต่างจากขนบดั้งเดิม ซึ่งงานออกแบบในช่วงหลัง ๆ ของเขาส่วนใหญ่จะเน้นย้ำที่โครงสร้างที่ส่งผลถึงการ Form Space ขึ้นมา รูปทรงทางสถาปัตยกรรมในงานออกแบบของเขาต่อยอดออกจากโครงสร้างเหล็กที่ดูโปร่งเบาไปสู่โครงสร้างคอนกรีตรูปทรงอิสระดูลื่นไหล มีความต่อเนื่อง ไม่สิ้นสุด เรียบง่าย สมดุล ใกล้ชิดธรรมชาติ โดยมีโครงสร้าง, ที่ว่างและรูปทรงอาคาร การเชื่อมโยงกับที่ตั้งและภูมิทัศน์โดยรอบ รวมถึงการใช้มิติทางจิตใจเข้ามาสร้างสรรค์ด้วย

Toyo Ito Museum
Toyo Ito Museum | ภาพ; Daici Ano

สถาปัตยกรรมมักผูกพันกับข้อจำกัดทางสังคมมากมาย ซึ่งตลอดเวลาที่ผมออกแบบสถาปัตยกรรมมักจะคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่จะสร้างพื้นที่ที่เราสามารถเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์ต่าง ๆ แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่ทุกครั้งเมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ผมได้ตระหนักถึงความไม่สมบูรณ์ที่เกิดขึ้นและสิ่งนั้นได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้เราทำสิ่งที่ท้าทายในโครงการต่อ ๆ ไป ดังนั้นผมจึงไม่เคยที่จะเปลี่ยนรูปแบบการออกแบบและไม่เคยพึงพอใจกับผลงานของตัวเองเลย

“I would like to use architecture to create bonds between people who live in cities, and even use it to recover the communities that used to exist in every single city”  

“ผมอยากใช้สถาปัตยกรรมในการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองและใช้สถาปัตยกรรมฟื้นฟูชุมชนในแต่ละเมืองให้ดีขึ้น”

– Toyo Ito –

 

HOME FOR ALL | ภาพ: Koichi Torimura
HOME FOR ALL | ภาพ: Koichi Torimura

Sense of Social Responsibility  

นอกจากจะเป็นสุดยอดสถาปนิกระดับโลกแล้ว Ito ยังเป็นสถาปนิกผู้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย  “HOME-FOR-ALL” คือองค์กรไม่หวังผลกำไรก่อตั้งโดย Toyo Ito จากความเชื่อว่าสถาปัตยกรรมสามารถช่วยยกระดับชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น ในปี ค.ศ.2011 เกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนะมิในพื้นที่โทะโฮะคุ เมือง Soma จังหวัด Fukushima  ซึ่งภัยพิบัติทำลายบ้านเรือนกว่า 250,000 หลังคาเรือน บ้านฉุกเฉินถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งด่วน เหล่าสถาปนิกในญี่ปุ่นนำโดย Toyo Ito & Associates และ Klein  Dytham Architecture ได้เข้ามารวมตัวช่วยกันทำงานสถาปัตยกรรมเพื่อแก้ปัญหาผู้คนไร้ที่อยู่อาศัย เกิดเป็นอาคารศูนย์ชุมชนที่พักพิงชั่วคราว ด้วยการออกแบบอาคารจากวัสดุรีไซเคิลที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ

HOME FOR ALL | ภาพ: Koichi Torimura
HOME FOR ALL | ภาพ: Koichi Torimura
HOME FOR ALL | ภาพ: Koichi Torimura
HOME FOR ALL | ภาพ: Koichi Torimura

ปัจจุบัน Itoในวัย 78 ปี ยังคงเปี่ยมด้วยพลังและสร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอุทิศตนเพื่อสังคมอยู่เสมอ เขาโปรดปรานช่วงพลบค่ำที่บรรยากาศของเมืองเปลี่ยนไป ชอบฟังเพลงคลาสสิกของปรมาจารย์เพลง Johann Sebastian  Bach และ Takemitsu Toru  นักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่น ยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากการสังเกตสิ่งน่าสนใจรอบตัว โดยเฉพาะเวลาเดินสำรวจเมืองต่าง ๆ สิ่งที่ไม่เคยหยุดยั้งพลังสร้างสรรค์ของเขาคือความรักในสถาปัตยกรรม, นวัตกรรมและธรรมชาติ ทั้ง 3 สิ่งหล่อหลอมให้เป็น Toyo Ito ผู้ที่เคยใฝ่ฝันอยากเป็นนักเบสบอลมืออาชีพแต่โชคชะตาพลิกพลันให้เป็นสถาปนิกระดับโลก

ในสังคมสมัยใหม่นี้ ผมคิดว่า 99% ของงานสถาปัตยกรรมได้กลายเป็นเครื่องมือของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งผมผิดหวังมากเพราะผมคิดว่าสถาปัตยกรรมถูกกำหนดให้เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง สถาปัตยกรรมจะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาทำงานร่วมกันและมีการรวมตัวกัน ดังนั้นจึงไม่ควรถูกบังคับด้วยเศรษฐกิจแต่ควรถูกสร้างให้สัมพันธ์กับผู้ใช้และนี่คือสิ่งที่สถาปนิกควรจะต้องทำเพื่อสร้างสรรค์สถาปัตยกรรม ”

ซึ่งเราก็เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิดของ Toyo Ito เพราะสถาปนิกคือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการใช้องค์ความรู้ คิดหาวิธีการออกแบบสิ่งปลูกสร้างผ่านการออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่เอื้อให้มนุษย์ใช้ประโยชน์และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน


เรื่อง :  Sara’
ภาพปกdezeen.com
ข้อมูลอ้างอิง :  www.pritzkerprize.com, www.archdaily.com, www.designboom.com, www.toyo-ito.co.jp

อ่านต่อบทความแนะนำ

สถาปนิกระดับโลก
รวมเรื่องราวชวนอ่านของตำนานสถาปนิกและนักออกแบบของโลก