FILMS TO INSPIRE YOUR HOME ไอเดียแต่งบ้านสวยปัง จากหนังโปรด!

ไอเดียแต่งบ้านสวย
ไอเดียแต่งบ้านสวย

FILMS-INSPRIE_03

SEX AND THE CITY 2
(2010)

เชื่อว่าในบรรดาหนังที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่น Sex and the City คงเป็นหนึ่งในนั้นที่สร้างสีสันให้วงการภาพยนตร์ และวงการแฟชั่นได้ไม่น้อย โดยเฉพาะการดำเนินเรื่องสนุกสนานด้วยความสัมพันธ์ของเพื่อนสาวสุดจี๊ดทั้งสี่ในแบบของสาวยุคใหม่ ที่พูดถึงเรื่องการงาน ช็อปปิ้ง สินค้าแบรนด์เนม ความสัมพันธ์ แม้กระทั้งเรื่องเซ็กซ์ ซึ่งมีให้เห็นกันมาตั้งแต่ยังเป็นซีรีย์โทรทัศน์เมื่อ 16 ปีที่แล้ว จนมีฐานแฟน ๆ มากมายทั่วโลกกับบทละครที่ลึกซึ้งสอดคล้องกับชีวิตคนเมือง เช่น บทสนทนาอันคมคาย จนมีคำพูดสุดฮิตอย่าง “Fabulous” รวมถึงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่โดดเด่นตามสไตล์สาวนิวยอร์ก แต่ปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดังระเบิดคงไม่มีอะไรเด่นไปกว่า “ไลฟ์สไตล์” อันเปรี้ยวซ่าของสี่สาวที่กลายโมเดลให้กับสาว ๆ ทั่วโลก ผู้มีฐานะ รายได้ และมีวิถีชีวิตฟู่ฟ่าแบบเดียวกับตัวละครในภาพยนตร์

และในปี 2008 ซีรีย์เรื่องนี้ได้กลับมาใหม่ในฐานะภาพยนตร์ตามคำเรียกร้องของแฟน ๆ โดยการกำกับของ Michael Patrick King พร้อมด้วยทีมงานสุดเจ๋งอย่างผู้กำกับภาพJohn Thomas, ผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์ Jeremy Conway และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายสุดชิคอย่าง Patricia Field มาช่วยเนรมิตภาคต่อกับบทสรุปของแครี่และบิ๊ก ที่ลากยาวมาตั้งแต่ภาคแรกด้วยการแต่งงาน ซึ่งตำนานแห่ง Sex and the City ก็ดูจะสิ้นสุดแค่นั้น แต่ด้วยธรรมเนียมปฏิบัติของฮอลลีวู้ด แบรนด์ดังย่อมเหมาะแก่การผลิตซ้ำเพื่อทำเงินบ่อย ๆ ตำนานของสี่สาวซ่าแห่งนิวยอร์กจึงต้องกลับมาปรากฎตัวบนจอเงินอีกครั้งกับ Sex and the City 2 ซึ่งเข้าฉายในปี 2010

ในภาคนี้เป็นเหมือนการพูดถึงชีวิตที่เปลี่ยนไปพร้อม ๆ กับปัญหาที่เกิดขึ้นของทั้งสี่สาว ไม่ว่าจะเป็นชีวิตหลังแต่งงานของแครี่ ความกดดันเรื่องงานของมิแรนด้า การเลี้ยงลูกสองคนของชาร์ล็อต รวมถึงวัยทองของซาแมนธา ในระหว่างที่ปัญหาชีวิตยังคาราคาซัง ซาแมนธาก็ได้รับคำเชิญจากชีคแห่งอาบูดาบีให้ไปเที่ยวโรงแรมในตะวันออกกลาง เพื่อโปรโมทโรงแรม 7 ดาวในตลาดสหรัฐ ซาแมนธาจึงถือโอกาสนี้ชวนแก๊งเพื่อนสาวทั้งสามไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน โดยได้โรงแรมสุดหรูอย่าง Mandarin Oriental Jnan Rahma Hotel มาเป็นโลเคชั่น กับการตกแต่งในสไตล์โมรอกโกสุดโดดเด่น ทั้งยังแฝงความทันสมัย และนำสไตล์คลาสสิกมาผสมผสานได้อย่างลงตัว เหมือนเป็น Sex and the City ในเวอร์ชั่นผจญภัย นอกจากจะเห็นการตกแต่งภายในโรงแรมแบบจัดเต็มแล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตแบบพื้นเมืองกับการเดินเที่ยวตลาดของแครี่และมิแรนด้าที่มีกลิ่นอายอาหรับ รวมถึงการขี่อูฐเพื่อไปนั่งชิลกลางทะเลทราย ดูแตกต่างไปจากภาพการใช้ชีวิตในภาคก่อน ๆ ของทั้งสี่สาวอย่างสิ้นเชิง

MOROCCO ORIENTAL

จากความอลังการที่ได้เห็นในฉากผจญภัยในอาบูดาบี ทั้ง Mandarin Oriental Jnan Rahma Hotel หรือแม้แต่ฉากอื่น ๆ ในทริปนี้ ทำให้เราได้เห็นมุมมองการประยุกต์สไตล์โมรอกโกให้มีความทันสมัยขึ้น โดยไม่จำเป็นว่าของทุกชิ้นที่นำมาตกแต่งจะต้องอยู่ในสไตล์เดียวกันทั้งหมด เราสามารถดึงเอาของใช้ต่างสไตล์มาผสมผสานให้ชิคแบบสุด ๆ ได้ อย่างในฉากห้องโถงที่เชื่อมห้องนั่งเล่นกับห้องรับประทานอาหาร เลือกใช้ผนังบางส่วนเป็นไม้ฉลุช่วยเพิ่มความโปร่งสไตล์อาหรับ เข้ากับวงกบประตูหน้าต่างแบบ Over Scale โดดเด่นด้วยสีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อนตัดกับผนังสีเข้ม เพิ่มเลเยอร์อีกนิดด้วยการใช้ม่านโปร่ง ๆ แขวนแทนการใช้ประตู พอจบเรื่องโครงสร้างก็มาถึงขั้นตอนการตกแต่งที่เราสามารถนำเฟอร์นิเจอร์ต่างสไตล์อย่างโซฟาหนังยึดหมุดทรงคลาสสิก หรือโต๊ะหลุยส์ปิดทองมาใช้ผสมให้ดูหรูหรา ร่วมกับเชิงเทียนทองเหลือง โคมไฟ หรือกระจกตกแต่งผนังก็ช่วยเพิ่มมิติให้ห้องมีบรรยากาศน่าหลงใหลได้ไม่น้อย