IEOH MING PEI สถาปนิกที่เชื่อในพลังของรูปทรงเรขาคณิต พอ ๆ กับความจำเป็นพื้นฐานของสถาปัตยกรรม

IEOH MING PEI
IEOH MING PEI

ข่าวเศร้าแห่งวงการสถาปัตยกรรมโลกเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ IM Pei สถาปนิกเจ้าของรางวัล Pritzker จากโลกใบนี้ไปอย่างสงบด้วยวัย 102 ปี เมื่อคืนวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในบ้านพักของเขาในแมนฮัตตัน Li Chung Pei หรือ Sandi Pei บุตรชายของสถาปนิกแห่ง Pei Cobb Freed & Partners เป็นผู้ยืนยันข่าวนี้กับ The New York Times

Ieoh Ming Pei เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายนปี 1917 ในเมืองซูโจว ประเทศจีน แต่เขามาเติบโตในฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ ก่อนที่จะย้ายไปที่สหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาด้านสถาปัตยกรรมที่ University of Pennsylvania ในปี 1935 เขาจบปริญญาตรีในปี 1940 แต่ในขณะนั้นเองได้เกิดสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ขึ้นทำให้แผนการเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดของเขาถูกพับไว้ แต่เหตุการณ์นั้นเองทำให้เขาได้มาเป็นส่วนหนึ่งที่ Graduate School of Design ในฮาวาด ที่ซึ่ง Walter Gropius และ Marcel Breuer กลายมาเป็นผู้ร่วมงานกับเขา โดยก่อนหน้าที่จะมาศึกษาต่อที่นี่ Pei ผ่านการเข้าศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมที่ Massachusetts Institute of Technology (MIT) สถาบันอันเลื่องชื่อมาแล้ว

ภาพ: RIBA via The Telegraph

Pei เริ่มต้นอาชีพของเขาด้วยการเป็นพนักงานใน William Zeckendorf บริษัทอสังหาฯในอเมริกา ในปี 1948 จากนั้นได้ก่อตั้ง I.M. Pei & Associates ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบของตัวเองขึ้นในปี 1955 ร่วมกับพาร์ทเนอร์ของเขา Henry N Cobb และ Eason H Leonard ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Pei & Partners ในปี 1966 และสุดท้ายคือ Pei Cobb Freed & Partners ในปี 1989 เขาเป็นสถาปนิกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นตัวพ่อแห่งโมเดิร์นนิสต์สไตล์ เป็นนักทดลองผู้หาญกล้าในการออกแบบสถาปัตยกรรมรูปทรงเรขาคณิต ผลงานที่ประจักษ์มีทั้งพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และศูนย์พลเมืองชั้นนำมากมาย

Musée du Louvre (ภาพ: Flickr user: Rory Hyde (CC BY-NC-SA), Reji K. A)

หนึ่งในผลงานสำคัญของ Pei ประกอบด้วย Musée du Louvre พิพิธภัณฑ์เหล็กและกระจกทรงพีระมิดชื่อดังในปารีส, Museum of Islamic Art ในโดฮา, ห้องสมุดเมือง JFK Presidential Library หรือ Kennedy Library ในบอสตัน, อาคาร Bank of China ในฮ่องกง, East Building ของ National Gallery of Art ในวอชิงตัน ดีซี, Suzhou Museum ในจีน, Miho Museum ในญี่ปุ่น และอาคาร Rock and Roll Hall of Fame ในอเมริกา ก่อนวางมือในปี 1990 ภายหลังทำงานอย่างหนักอย่างต่อตลอดทศวรรษ

National Gallery of Art (ภาพ: Dennis Brack/Black Star. National Gallery of Art, Washington, Gallery Archives)

ตลอดช่วงเวลาของ Pei เขาได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมายในวิชาชีพสถาปนิก ทั้ง AIA Gold Medal ในปี 1979 รางวัล Pritzker ในปี 1983, เป็นเจ้าของรางวัล Praemium Imperiale คนแรกในปี 1989 และ Royal Gold Meda หรือเหรียญทองของ RIBA ในปี 2010

ด้วยความเป็นสถาปนิกโมเดิร์นนิสต์ รูปฟอร์มอาคารแบบเรขาคณิตทั้งสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และวงกลม ที่กลายมาเป็นลายเซ็นในงานออกแบบของเขา แต่ Pei ก็ไม่ได้ยึดติดกับความเป็นสากลเสมอไป เพราะเขาเชื่อว่าการออกแบบควรคิดคำนึง วิเคราะห์ถึงเวลา สถานที่ตั้ง และวัตถุประสงค์ของมันมากกว่าสิ่งอื่นใด ตัวอย่างเช่นในปี 1974 ที่เขาออกเดินทางไปยังจีนเพื่อออกแบบโรงแรม Fragrant Hills เขาเองเป็นผู้กระตุ้นให้สถาปนิกชาวจีนยึดถือประเพณีการออกแบบสถาปัตยกรรมในแบบฉบับพื้นถิ่น มากกว่าที่จะออกแบบในสไตล์ตะวันตก

ในปี 2010 สถาปนิกอย่าง David Adjaye ระบุว่า Pei เป็นหนึ่งในตัวอย่างของเขา เขาบอกว่า “เมื่อฉันเริ่มเรียนสถาปัตยกรรม IM Pei เป็นยักษ์ในหลักการอันยิ่งใหญ่ที่ผมนับถือ งานของเขาดูเหมือนไม่ยากที่จะสร้าง แต่ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างความชัดเจนจากความซับซ้อนและขัดแย้งกันเป็นพิเศษ”

การเสียชีวิตของ Pei จึงนับเป็นจุดจบของสถาปัตยกรรมแห่งยุคอย่างแท้จริง คำอ้างอิงนี้มาจาก Twitter @paulgoldberger ของ Paul Goldberger นักเขียนและนักวิจารณ์คนดังชาวอเมริกัน

**รายละเอียดเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้

อ้างอิง : https://www.pritzkerprize.com/announcement-im-pei
https://www.nytimes.com/2019/05/16/arts/design/im-pei-buildings.html?module=inline
https://www.archdaily.com/917277/i-m-pei-dies-at-the-age-of-102


แปล/เรียบเรียง : ND24

keyboard_arrow_up