ชนิดของข้าว ประเภทของข้าว ข้าวมีกี่ชนิด ข้าวที่นิยมทาน

ทำความรู้จักกับ ข้าว 7 ประเภท ที่คนไทยนิยมทาน

ชนิดของข้าว ประเภทของข้าว ข้าวมีกี่ชนิด ข้าวที่นิยมทาน
ชนิดของข้าว ประเภทของข้าว ข้าวมีกี่ชนิด ข้าวที่นิยมทาน

3. ข้าวเหนียว

ชนิดของข้าว ข้าวเหนียว

เมล็ดมีสีขาวขุ่น เมล็ดยาวเรียวตลอด ไม่มันวาว เมื่อหุงสุกแล้วจะมีความเกาะตัวกันเชื่อมติดเมล็ดต่อเมล็ดได้เหมือนกาว ทานแล้วอยู่ท้อง ข้าวเหนียวในบ้านเราถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ นั้นก็คือข้าวเหนียวขาวและข้าวเหนียวดำ (หรือเรียกว่าข้าวก่ำตามแบบฉบับของชาวเหนือ ลักษณะของเมล็ดค่อนข้างแข็ง มีสีเข้ม เคี้ยวยากกว่าข้าวเหนียวขาว จึงนิยมนำมาทำเป็นของหวานมากกว่าของคาว ) ปลูกมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเพราะได้ผลผลิตดีกว่าภาคอื่น ๆ พันธุ์ข้าวเหนียวที่นิยมปลูกกันมีตั้งแต่ ข้าวเหนียวเขาวง ที่เป็นข้าวเหนียวที่โด่งดังในเรื่องความนุ่มและไม่แฉะติดมือ , ข้าวเหนียว กข6 พัฒนาพันธุ์มาจากข้าวขาวดอกมะลิ 105 หุงสุกแล้วนุ่มมม มีกลิ่นหอม แถมเป็นข้าวเหนียวที่ให้ผลผลิตสูง ต้นข้าวยังทนแล้งได้ดี นอกจากจะนำข้าวเหนียวมาบริโภคโดยตรงแล้ว ยังสามารถแปรรูปมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตแป้งข้าวเหนียวเพื่ออุตสาหกรรมอาหารและสุราพื้นถิ่น

 

ประโยชน์จากข้าวเหนียว

นับว่าเป็นอาหารที่ทำให้เราผ่อนคลาย อิ่มท้องได้นานเมื่อเทียบกับข้าวชนิดอื่น ๆ ในปริมาณที่เท่ากัน ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการทำงานให้กับกระเพาะอาหาร

 

วิธีการหุงข้าวเหนียว

  1. นำข้าวเหนียวมาแช่น้ำเพื่อให้ข้าวอิ่มน้ำ ไม่อย่างนั้นแล้วเวลาหุงข้าวเหนียวจะไม่สุก เมล็ดจะไม่อวบอิ่ม ทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง ( หากเป็นข้าวเหนียวใหม่ใช้เวลาน้อยกว่านั้น )
  2. เมื่อครบเวลาก็ซาวข้าว เทน้ำออก แล้วเทใส่หวด
  3. ตั้งไฟแล้ววางหวดลงบนหม้อที่ใส่น้ำนึ่งไว้ แล้วปิดฝา
  4. ตั้งไฟต่อ เมื่อข้าวเริ่มสุกให้ใช้ไม้พายพลิกข้าวด้านบนลงด้านล่าง เพื่อให้สุกเท่า ๆ กัน
  5. เมื่อข้าวสุกให้เทข้าวพักไว้ ใช้ไม้พายเกลี่ยให้คลายความร้อน ข้าวจะค่อย ๆ เย็นแบบไม่มีไอน้ำสะสมทำให้ข้าวชื้นและอาจจะเสียได้

 

4 . ข้าวไรซ์เบอร์รี่

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ชนิดของข้าว ข้าวเพื่อสุขภาพ

เป็นข้าวที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พันธุ์พ่อ) กับ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 (ข้าวหอมมะลิ) จากสถาบันวิจัยข้าว (พันธุ์แม่)  จึงทำให้ข้าวไรส์เบอร์รี่มีสีม่วงเข้มจนเกือบดำ โดดเด่นจากข้าวชนิดอื่น ๆ อย่างชัดเจน ในข้าวไรซ์เบอร์รี่นั้นมีส่วนประกอบที่เรียกว่าสารแอนโทไซยานิน ซึ่งก็คือสารสีสามารถละลายน้ำได้ดี จัดอยู่ในกลุ่มของฟลาโวนอยด์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ลักษณะเมล็ดของข้าวพันธุ์นี้จะมีความเรียวยาว ผิวมันวาว เมื่อนำไปหุงสุกจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรสชาติหวานกลมกล่อม เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม มีเส้นใยค่อนข้างเยอะจึงทำให้อิ่มท้องได้นาน

 

ประโยชน์จากข้าวไรซ์เบอร์รี่

มีสารที่ชื่อว่าโพลิฟีนอล ช่วยทำลายฤทธิ์ของอนุมูลอิสระซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นของข้าวชนิดนี้  ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยป้องกันโรคหัวใจ มีโฟเลตสูง แต่มีดัชนีน้ำตาลที่ค่อนข้างต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณน้ำตาล

 

วิธีหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่แบบไม่ผสม

1.เพื่อความนิ่มทานง่าย ก่อนจะนำข้าวไปหุงด้วยแช่น้ำทิ้งไว้ก่อนโดยให้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 1 ถ้วยตวง ต่อน้ำสะอาด 1.5 ถ้วยตวง แช่ทิ้งไว้ประมาณ 20 – 30 นาที

2.นำไปหุงตามปกติ เมื่อหุงเสร็จแล้วอบข้าวในหม้อต่ออีก 20 นาที จะทำให้ได้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่นุ่มน่าทาน

 

วิธีหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่แบบผสมข้าวขาว

1.ผสมข้าว 2 ชนิดเข้าด้วยกันในอัตราส่วน ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 40 % ต่อข้าวขาว 60 %

2.ซาวข้าวด้วยน้ำสะอาดก่อนหุงเพื่อล้างสิ่งสกปรก

3.หุงข้าวที่ผสมแล้วโดยใช้น้ำในอัตราส่วน ข้าว 1 ถ้วยตวง ต่อน้ำสะอาด 1.5 ถ้วยตวง แล้วหุงตามปกติ

4.เมื่อข้าวสุกแล้วอบต่อในหม้ออีก 15 นาที จะได้ข้าวที่นุ่มน่ารับประทาน