บ้านริมคลองกับความสุขที่รายล้อมด้วยนิเวศสุดสุนทรี

แบบบ้านริมคลอง บ้านหลังเล็ก แบบบ้าน บ้านราคาประหยัด วิถีเกษตร
แบบบ้านริมคลอง บ้านหลังเล็ก แบบบ้าน บ้านราคาประหยัด วิถีเกษตร

“ ผมอยู่กับวัฒนธรรมข้าวที่ปลูกข้าว ปลูกผักกินเองใน บ้านริมคลอง หลังเล็ก ๆ อยู่กับแสงและลมธรรมชาติ มีความช่วยเหลือเกื้อกูลจากชาวบ้าน นี่คือความสุนทรีของวิถีชีวิตไทย ”

งานบ้านและสวนแฟร์ midyear 2019

จากความทรงจำเมื่อครั้งยังเด็กที่แม้จะไม่ใช่ลูกชาวนา แต่ก็คุ้นเคยอยู่กับเพื่อน ๆ ครอบครัวชาวนามาตลอด ทำให้เด็กชายคนหนึ่งได้ใช้ชีวิตได้วิ่งเล่นอยู่ตามคันนา ไล่จับปลา กระทั่งตักน้ำในทุ่งนากิน ตามวิถีชนบทที่แสนเรียบง่ายและธรรมดา จนรู้สึกผูกพันและรักในผืนนาเหล่านี้ แม้เมื่อเติบโตและได้เข้ามาเรียนศิลปะที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาก็ได้นำเรื่องราวธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ฝังอยู่ในใจมาบอกเล่าผ่านงานศิลปะมาโดยตลอด แล้วเริ่มขยายมาสู่พื้นที่สาธารณะด้วยรูปแบบของวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอก ที่วิจัยเรื่องนาข้าวนิเวศ สร้างผลต่อเนื่องมาสู่การใช้ชีวิตภายใน วันนี้ my home จะพามาเยี่ยม บ้านริมคลอง มหาสวัสดิ์ของ อาจารย์วิจิตร  อภิชาติเกรียงไกร บ้านหลังที่เขาเรียกว่า “ กระท่อมเล็ก ๆ ” แต่อุดมไปด้วยนิเวศสุนทร

บ้านริมคลอง บ้านหลังเล็ก บ้านสวนริมคลอง บ้านสวน

บ้านริมคลอง บ้านหลังเล็ก บ้านสวนริมคลอง บ้านสวน

“ บังเอิญชาวบ้านที่ผมเช่าที่นาของเขาเพื่อทำงานวิจัยพาเข้ามาเดินดูชุมชนริมคลองมหาสวัสดิ์  ก็มาเจอกับบ้านกึ่งโกดังหลังนี้ที่ปิดร้างไว้  ผมเห็นว่าทำเลดี  มีน้ำ  มีทุ่งกว้างของวัดอยู่ใกล้รถไฟที่ผมรัก พอดีเจ้าของขายสิทธิ์ให้  ผมเลยลงมือปรับปรุงบ้านใหม่  ทาสี  ปะรอยร้าวอุดรอยรั่ว  โดยมีชาวบ้านชาวนามาช่วยด้วย  ส่วนพื้นที่ด้านข้างก็ทำนาปลูกข้าว  ทำให้ที่นี่เป็นสตูดิโอศิลปะที่มีนาบ้านอยู่ข้าง ๆ บนพื้นที่แค่แปลงเล็ก ๆ แต่ก็สามารถปลูกข้าวเพื่อกินกันในครัวเรือนได้ ที่มากกว่านั้นคือเรื่องสุนทรียภาพที่ได้จาก กำแพงสีเขียวของต้นข้าวเต็มผืนนา ตามมาด้วยสุขภาพที่ดีจากอาหารที่ผลิตเองในแบบ Slow Food ”

บ้านริมคลอง บ้านหลังเล็ก บ้านสวนริมคลอง บ้านสวน

บ้านริมคลอง บ้านหลังเล็ก บ้านสวนริมคลอง บ้านสวน

ตัวบ้านเป็นอาคารก่ออิฐฉาบปูนที่ยกเพดานไว้สูงพอประมาณ พร้อมช่องหน้าต่าง ช่องลม และช่องแสงจากบล็อกแก้วไว้อยู่แล้ว อาจารย์วิจิตร จึงไม่ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักนอกเหนือไปจาก ทาสีผนังใหม่ แล้วนำเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีจากบ้านเดิม เข้ามาจัดวางเพื่อใช้งานและกำหนดพื้นที่ใช้งานภายใน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตูดิโอทำงานศิลปะ ทั้งมุมจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และศิลปะสื่อผสม พอดีกับที่ภายในมีการยกสเต็ปของพื้นที่ไว้สองระดับ อาจารย์วิจิตรจึงใช้พื้นที่ยกสูงนี้เป็นเหมือนเวทีเล็ก ๆ แขวนฉากผ้าใบที่ตอนนี้เป็นภาพของทุ่งนาเขียวขจี ซึ่งเพิ่งใช้เป็นฉากหลังของการเสวนาเล่าเรื่องงานวิจัยนานิเวศสุนทรีให้กลุ่มผู้สนใจฟัง “ นึกถึงฉากลิเกตอนเด็ก ๆ ก็เลยทำตรงนี้ไว้และมีฉากภาพเขียนอื่นที่ยกขึ้นเปลี่ยนเพื่อใช้เล่าเรื่องได้หลากหลาย  มีเพื่อนมาเล่นดนตรีบ้าง แต่เราไม่ใช่นักดนตรี เลยใช้มุมนี้เป็นเวทีพูดคุยเรื่องโรงนาและสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากวัฒนธรรมข้าว ซึ่งเป็นวิถีไทยใหม่ ”