การดูแลรักษาตู้เย็น ที่ช่วยลดงานหนัก ยืดอายุการใช้งาน

รักษา ตู้เย็น ดูแลตู้เย็นอย่างไร
รักษา ตู้เย็น ดูแลตู้เย็นอย่างไร

ตู้เย็นเป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นสำคัญของทุกบ้านที่เปิดใช้งานกันตลอดเวลา จนหลาย ๆ คนแทบลืมไปซะสนิท ซึ่งการทำให้อาหารและวัตถุดิบสดใหม่อยู่ตลอดนั้นก็เป็นงานหนักอยู่แล้ว ตู้เย็นจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาและระมัดระวังในการใช้รวมทั้งไม่เพิ่มงานหนักให้กับตู้เย็นมากขึ้น รักษา ตู้เย็น

ซึ่งถ้าหากยังไม่อยากรีบซื้อตู้เย็นใหม่ล่ะก็ my home เล็งเห็นว่าเราควรดูแล รักษา ตู้เย็น โดยใส่ใจในหลาย ๆ จุด เพื่อให้ตู้เย็นของเรานั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นนั้นเองค่ะ

 

1. ไม่ใส่ของในตู้มากเกินไป

รักษา ตู้เย็น ดูแลตู้เย็นอย่างไร
www.thespruce.com

อะไรที่ต้องทำงานหนักจนเกินพอดีก็ทำให้เกิดผลเสียอย่างแน่นอน ตู้เย็นก็เช่นเดียวกันค่ะ แม้จะถูกออกแบบมาให้เก็บอาหารให้ยาวนานขึ้น แต่การยัดทุกอย่างเข้าตู้เย็นจนแน่นไปหมดนั้นจะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักเกินไป เพราะต้องคอยทำความเย็นให้กระจายอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอเพื่อรักษาคุณภาพอาหารเอาไว้ นอกจากภายในตู้ก็ต้องระวังน้ำหนักบริเวณประตู้เย็นเหมือนกันค่ะ เพราะส่วนนี้จะมีผลกับระยะการใช้งานทั้งส่วนประตูและขอบยางที่อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร

 

2. เหลือพื้นที่ด้านนอก

รักษา ตู้เย็น ดูแลตู้เย็นอย่างไร
www.apartmentguide.com/

แม้ต้องการจะจัดบ้านแบบให้เป๊ะขนาดไหนก็ไม่สามารถวางตู้เย็นให้ชิดผนังหรือมุมแบบเต็มพื้นที่เหมือนเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ แต่ควรเว้นพื้นที่รอบ ๆ โดยเฉพาะด้านหลัง ควรมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้ตู้เย็นได้มีพื้นที่ระบายความร้อนออกมาได้ดีขึ้น ทำให้ระบบการทำงานเป็นปกติไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

 

3. หลีกเลี่ยงวางตู้เย็นใกล้ความร้อน

รักษา ตู้เย็น ดูแลตู้เย็นอย่างไร
http://flash-freeze.net

การเลือกพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นนั้นก็มีผลเหมือนกันค่ะ โดยบริเวณใกล้ ๆ ตู้เย็นนั้นไม่ควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิด ๆ อื่น ที่ให้ความร้อนอย่างเตาอบ เตาแก๊สหรือหม้อไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ต้องใช้เป็นประจำ เพราะตู้เย็นต้องรับมือกับความร้อนที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งมีโอกาสเข้ามาในตู้ได้มากขึ้น ตู้เย็นจึงต้องทำงานหนักจากการผลิตความเย็นเพิ่มขึ้น ยังไงอย่าลืมจัดสรรพื้นที่สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดให้เหมาะสมนะคะ

 

4. ไม่ควรงัดน้ำแข็งที่เกาะอยู่ภายในตู้

รักษา ตู้เย็น ดูแลตู้เย็นอย่างไร
http://flash-freeze.net

อีกปัญหาที่มักเกิดขึ้นหากปล่อยไว้นาน ๆ ก็คือปัญหาเรื่องของน้ำแข็งที่เกาะในช่องแช่แข็งและสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจจะทำให้ปิดฝาช่องแช่เข็งได้ไม่สนิทสำหรับตู้เย็นบางรุ่น แต่การใช้ทางลัดโดยวิธีงัดแงะให้น้ำแข็งหลุดล่อนออกมานั้นเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุและไม่ใช่วิธีที่ควรทำเหมือนกันค่ะ ถ้าไม่อยากให้เกิดเป็นปัญหาควรเริ่มหันมาใส่ใจโดยหมั่นกดละลายน้ำแข็งอย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่เหมาะสมจากการสังเกตปริมาณน้ำแข็งที่เกาะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

 

5. รอให้อาหารเย็นลงก่อนนำเข้าตู้

รักษา ตู้เย็น ดูแลตู้เย็นอย่างไร
https://ak2.picdn.net

หลังอุ่นแกงเสร็จใหม่ ๆ หรือเพิ่งซื้อเมนูโปรดมาตั้งใจเก็บไว้ทานเป็นมื้อถัดไป ก็อย่างเพิ่งรีบร้อนจับใส่เข้าตู้เย็นนะคะ เพราะนี่เป็นอีกปัจจัยที่หลาย ๆ คนคิดว่าคงไม่เป็นไร แต่ทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักเพิ่มอีกเป็นเท่าตัว เพราะกว่าตู้เย็นจะปรับอุณหภูมิของอาหารที่ร้อนลงมาได้นั้นต้องใช้ความเย็นมากกว่าปกติ ทางที่ดีควรรอให้อาหารเหล่านี้เย็นลงจนอยู่ในอุณหภูมิปกติก่อนจึงค่อยนำเข้าตู้เย็นดีกว่าค่ะ

 

6. การเปิดตู้เย็นบ่อย ๆ หรือค้างไว้

รักษา ตู้เย็น ดูแลตู้เย็นอย่างไร
https://assets.epicurious.com/

หน้าที่หลักของตู้เย็นก็คือการทำให้อาหารต่าง ๆ สดใหม่ อยู่ได้นาน โดยรักษาคุณภาพด้วยการใช้ความเย็น แต่การเปิดปิดตู้เย็นบ่อย ๆ หรือเปิดไว้นาน ๆ นั้นจะยิ่งเป็นการทำให้ความร้อนจากภายนอกเข้ามาในตู้มากขึ้น ระบบภายในจึงต้องเพิ่มการทำงานเพื่อให้ความเย็นกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม คราวนี้คอมเพรสเซอร์ก็ต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานลดลงเร็วขึ้นอีก

 

7. การติดตั้งเต้ารับให้เหมาะสม

รักษา ตู้เย็น ดูแลตู้เย็นอย่างไร
Refrigerator Maintenance

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกประเภทที่ใช้กำลังไฟฟ้าเยอะ จึงไม่ควรใช้เต้าเสียบรวมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ที่ต้องใช้งานหนักเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้อบหรือหม้อหุงข้าว แต่ควรติดตั้งเต้าเสียบที่แข็งขึ้นมาแยกต่างหากโดยเฉพาะ ให้รองรับกับการใช้งานที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ตู้เย็นทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและเพิ่มความปลอดภัยด้วย

 

8. คอยตรวจเช็คขอบยางประตูตู้เย็น

รักษา ตู้เย็น ดูแลตู้เย็นอย่างไร
www.familyhandyman.com

อีกส่วนสำคัญที่หลาย ๆ บ้านอาจละเลยไปก็คือขอบยางที่ประตูตู้เย็นนั่นเองค่ะ ซึ่งนอกจากการทำความสะอาดแล้วก็ยังต้องคอยตรวจเช็คสภาพเสมอ โดยอาจใช้วิธีง่าย ๆ อย่างการเหน็บกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ไว้และปิดประตูตู้เย็นเพื่อดูว่าขอบยางยังแข็งแรงพอที่จะสามารถหนีบแผ่นกระดาษไว้ได้หรือไม่ เพราะถ้าเกิดประตูตู้เย็นปิดได้ไม่แน่น ก็จะมีความชื้นเข้าไปได้มากขึ้นทำให้กลายเป็นน้ำแข็งเกาะสะสมตัวมากขึ้นและลดประสิทธิภาพในการทำความเย็น

 

story : Kamonchanok.L


อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม