ARATA ISOZAKI สถาปนิกชาวญี่ปุ่นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในวิชาชีพ PRITZKER PRIZE 2019

ARATA ISOZAKI
ARATA ISOZAKI

“สถาปนิกที่มีความสามารถหลากหลาย มีอิทธิพล และมีความเป็นสากลอย่างแท้จริง” คำจำกัดความนี้เป็นของคณะกรรมการตัดสินรางวัลพริตซ์เกอร์ (Pritzker Prize) ที่มีต่อ Arata Isozaki สถาปนิกวัย 87 ปี ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นสถาปนิกยุคหลังสงครามโลกที่ทรงอิทธิพลที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับรางวัล Pritzker Prize 2019 มาหมาด ๆ เมื่อวานนี้

Arata Isozaki ถูกยกให้เป็นผู้มองการณ์ไกลแห่งโลกสถาปัตยกรรม ด้วยเอกลักษณ์การออกแบบอันล้ำสมัยในสไตล์ Futurist ที่เขาสร้างสรรค์มันขึ้นมากว่า 100 แห่ง หลายผลงานของ Isozaki ได้สร้างชื่อเสียงไปทั่วเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย

Doha’s Qatar National Convention Centre หนึ่งในหลายผลงานออกแบบอาคารในแถบตะวันออกกลางของ Isozaki (ภาพ: Hisao Suzuki)

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เขาเกิดในปี 1931 ที่จังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชูแห่งประเทศญี่ปุ่น  ความสนใจต่อสถาปัตยกรรมของ Isozaki เริ่มต้นจากโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ของโลกในช่วงเวลานั้น ในตอนที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิถูกทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านเกิดของเขาถูกเผาราบคาบระหว่างสงครามซึ่งเขามีอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น

“ผมรู้สึกอยู่ตลอดว่าสิ่งสำคัญคือการตามหาช่องทางหลบหนีจากกรอบหรือจิตสำนึกแห่งความสุทนทรีย์ที่ผมแบกอยู่”

“ตอนที่ผมโตพอที่จะเข้าใจโลกใบนี้ บ้านเกิดของผมก็ถูกไฟเผา ข้ามฝั่งไป ระเบิดนิวเคลียร์ถูกทิ้งลงฮิโรชิม่า ดังนั้น ผมจึงโตขึ้นมาบนกราวนด์ ซีโร่ (จุดทิ้งระเบิด) ทุกอย่างย่อยยับ และไม่มีสถาปัตยกรรม ไม่มีตึก ไม่มีแม้แต่เมือง ดังนั้นประสบการณ์แรกเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมของผมก็คือช่องว่างแห่งสถาปัตยกรรม ผมเริ่มครุ่นคิดว่าผู้คนจะสร้างบ้านและเมืองใหม่ของพวกเขากลับมาอย่างไร”

Isozaki เอาความสงสัยนี้ติดตัวไปยังมหาวิทยาลัยโตเกียวด้วย เขาเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมศาสตร์จากที่นั่นในปี 1954 จากนั้นก็เรียนต่อจนจบระดับดุษฎีบัณฑิตจากคณะเดิม ก่อนเริ่มต้นอาชีพของเขาด้วยการทำงานให้กับผู้ชนะรางวัลพริตซ์เกอร์ และสถาปนิกชาวญี่ปุ่น Kenzo Tange ที่นี่ Isozaki กลายเป็นคนโปรดของ Tange อย่างรวดเร็ว เขาทำงานใกล้ชิดกับสถาปนิกเจ้าของรางวัลพริตซ์เกอร์แห่งปี 1987 ก่อน 9 ปีหลังจากนั้นเขาจะแยกมาเปิดสำนักงานของตัวเอง Arata Isozaki & Associatesในปี 1963

ญี่ปุ่นในตอนนั้นคือช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนครั้งใหญ่และการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ พวกเขาพึ่งได้รับเอกราชมาเมื่อทศวรรษก่อนหน้าเท่านั้น แผ่นดินอาทิตย์อุทัยยังคงซวนเซจากผลกระทบของสงครามและการถูกยึดครองโดยฝั่งสัมพันธมิตร

“เพื่อหาหนทางอันเหมาะสมในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ผมไม่สามารถหยุดอยู่เพียงแค่สไตล์เดียว” Isozaki กล่าว “การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา อาจฟังดูขัดแย้ง แต่มันกลายเป็นสไตล์ของผม”

ARATA ISOZAKI City in the Air
City in the Air (ภาพ: https://theartstack.com/artist/arata-isozaki/joint-core-system)

แน่นอนว่าผลงานช่วงแรกของ Isozaki นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของการดีไซน์แบบล้ำสมัยอันแน่วแน่  เห็นได้ชัดจาก City in the Air แม่แบบสุดอลังการสำหรับย่านชินจูกุ ในรูปแบบอาคารสูง ที่อยู่อาศัย และเส้นทางสัญจรลอยตัวอยู่เหนือเมืองเก่า (ในตอนนั้น) มันคือผลตอบรับแบบสุดขั้วต่ออัตราการขยายตัวของเมืองและการปรับปรุงทุกอย่างให้ทันสมัยอันก้าวกระโดดในญี่ปุ่น แม้แปลนนี้จะไม่ได้สร้างจริง แต่มันก็ได้กำหนดสไตล์ให้แก่งานต่าง ๆ ของ Isozaki ในอนาคต นำไปสูแม่แบบผังเมือง สำหรับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก

ภาษาทางการที่ใช้บ่งบอกประเภทงานส่วนใหญ่ของ Isozaki คือ การฟิวชันระหว่าง Metabolism และ Brutalism วลีนี้ได้รับการคิดค้นขึ้นมาในตอนที่เขาออกแบบผลงานร่วมกับ Kenzo Tange เมนเทอร์ผู้ชี้แนะและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นบิดาแห่งสถาปัตยกรรม Metabolism ของญี่ปุ่น

สไตล์ Metabolism แต่เดิมคยถูกเรียกว่า Burnt Ash School ตามสถานที่ที่มันถือกำเนิด คือการผสมผสานระหว่างแนวความคิดเรื่องการเติบโตตามธรรมชาติและสถาปัตยกรรมโครงสร้างขนาดยักษณ์แห่งอนาคต Isozaki เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและตั้งตัวของ Metabolism เป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากโครงการต่าง ๆ อย่าง หอสมุดประจำจังหวัดโออิตะ หรือโรงเรียนมันธยมสตรีอิวาตะ และตึกของธนาคาร Fukuoka City Bank อีกหลายแห่ง

หอสมุดประจำจังหวัดโออิตะ (Ōita Prefectural Library) (1966) (ภาพ Yasuhiro Ishimoto)

ในปี 1970 Isozaki สร้างชื่อให้ตนในระดับนานาชาติ จากงาน Festival Plaza ที่ EXPO70 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก นอกจากนี้เขาได้สร้างผลงานอันโดดเด่นไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหอศิปล์มิโตะ Art Tower Mito พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งแอลเอ และ Palau Sant Jordi ในบาร์เซโลน่า ส่วนผลงานที่พึ่งแล้วเสร็จไปเมื่อไม่นานได้แก่ห้องสุมด Hunan Provincial Museum ฮอลล์แสดงคอนเสิร์ตในฮาร์บินและกรากุฟ และ Allianz Tower ในมิลาน

Mito Art Tower (ภาพ: Wikimedia user Korall licensed under CC BY-SA 3.0)
Palau Sant Jordi (ภาพ: Hisao Suzuki)
Palau Sant Jordi (ภาพ: Hisao Suzuki)

“ผลงานศิลปะของ Isozaki ถูกอธิบายว่าเป็นลักษณะที่ผสมผสานตั้งแต่นวัตกรรมท้องถิ่นไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง” กรรมการผู้ตัดสินรางวัลพริตซ์เกอร์กล่าว “สิ่งที่ชัดเจนคือเขาไม่ได้ตามกระแสแต่เดินตามหนทางตน”

Isozaki ได้รับรางวัลมากมายในเส้นทางของสถาปนิก รางวัลใหญ่ได้แก่ Annual Prize จาก Architectural Institute of Japan ในปี 1974, RIBA Gold Medal ในปี 1986 และรางวัลเกียรติยศจาก American Institute of Architect ในปี 1992 ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ชื่อของ Isozaki นับว่ามีอิทธิพลอย่างมากในหมู่สถาปนิกจากยุคเดียวกัน และในวันนี้เขาคือผู้ที่ได้รับรางวัลพริตซ์เกอร์คนที่ 46 และเป็นสถาปนิกชาวญี่ปุ่นคนที่ 8 ที่ได้รับเกียรติยศนี้

Kitakyushu Central Library อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบ brutalism ชิ้นสำคัญของเขา (ภาพ: Yasuhiro Ishimoto)
Museum of Modern Art ใน Gumna ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Yasuhiro Ishimoto)

งานประกาศรางวัลพริตซ์เกอร์ไพรซ์ประจำปี 2019 จะจัดขึ้นที่พระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส เดือนเมษายนนี้ พร้อมกับการกล่าวปาฐกถาจาก Isozaki และนี่คือส่วนหนึ่งของความคิดเห็นจากคณะกรรมการตัดสินผลงานที่สะท้อนแก่นทางความคิดของ Isozaki ได้เป็นอย่างดี

“ระหว่างการค้นหาสถาปัตยกรรมซึ่งเปี่ยมไปด้วยความหมายของเขา Isozaki ได้สร้างอาคารอันยิ่งใหญ่ที่จนถึงวันนี้มันยังคงท้าทายต่อกรอบจำแนกประเภทที่เคยมีมา สะท้อนถึงวิวัฒนาการอันไม่สิ้นสุดของตัวเขา และยังคงสดใหม่ในวิธีการของมันอยู่เสมอ”


เรื่อง : พิชชามล
ภาพถ่ายของ ARATA ISOZAKI บนปกจาก : www.pritzkerprize.com
ข้อมูลอ้างอิง : www.pritzkerprize.com, archdaily, dezeen

อ่านต่อ: MEET THE MASTERS

TADAO ANDO
TADAO ANDO จากคนขับรถบรรทุก นักมวย สู่สถาปนิกผู้เป็นหน้าตาของเอเชีย

keyboard_arrow_up