สวนอังกฤษ

อัพเดตเทรนด์สวน ชวนดูดอกไม้ในงาน Chelsea Flower Show 2018

สวนอังกฤษ
สวนอังกฤษ

ทุกโซนที่กล่าวไปข้างต้นตั้งอยู่ภายนอกอาคารทั้งหมด ซึ่งทีมงานจะรีบขยันเดินเก็บภาพกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะตอนที่มีแดดหรือฝนไม่ตก แต่หากฟ้าครึ้มหรือฝนเริ่มตก เราก็จะรีบเข้าไปยังส่วนจัดแสดงภายในอาคารที่เรียกว่า The Great Pavilion ซึ่งบรรดาเนิร์สเซอรี่จากทั่วทุกมุมโลกจะขนพรรณไม้เด็ดของตัวเองมาโชว์กัน รับรองว่าคนชอบต้นไม้ต้องมีความสุขมากแน่นอน นอกจากนี้ยังพร้อมใจกันขนไอเดียมาจัดสวนตัวเองได้อย่างอลังการ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมงานได้เป็นอย่างดี     

สวนอังกฤษ
สวน The David Harber and Savills Garden ออกแบบโดย Nic Howard
จำลองบรรยากาศในสวนให้เป็นเหมือนโรงละครที่แสดงให้เห็นว่าประติมากรรมและการจัดสวนสามารถสร้างเรื่องราวต่างๆ ได้ แต่ละตำแหน่งของสวนแสดงถึงความสัมพันธ์ที่กำลังพัฒนาของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม เช่น ประติมากรรม Aeon ซึ่งเปรียบเหมือนศูนย์กลางของพลังงานที่ช่วยให้โลกอยู่ในสถานะสมดุล
แบบสวนโมเดิร์น
สวน Urban Flow Garden ออกแบบโดย Tony Woods ได้รับรางวัลสวนยอดเยี่ยมประเภท Space to Grow Garden การจัดสวนนี้คำนึงถึงสภาพแวดล้อม โดยเลือกใช้วัสดุที่ให้อารมณ์เป็นธรรมชาติอย่างอิฐดินเผา พอร์ซเลน และเหล็กที่ทำให้เกิดสนิม ส่วนพรรณไม้เน้นที่มีรูปทรงและสีสันน่าสนใจ โดยบางชนิดก็ทนต่อสภาพอากาศที่ไม่อาจคาดเดาได้ เช่น พืชที่ทนต่อความชื้น หรือพืชที่ทนต่อความแห้งแล้ง ภายใต้การจัดวางพื้นที่ใช้สอยในสวนได้อย่างพอเหมาะพอดี
สวนอังกฤษ
สวน The David Harber and Savills Garden ออกแบบโดย Nic Howard
สวนโมเดิร์น
สวน The Lemon Tree Trust Garden ออกแบบโดย Tom Massey สวนนี้ได้แรงบันดาลใจจากแคมป์ผู้ลี้ภัย Domiz ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิรัก เลือกใช้วัสดุอย่างคอนกรีตและเหล็กภายใต้การออกแบบตามแบบอย่างของศาสนาอิสลาม ปลูกพืชที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี เช่น มะเดื่อ มะนาว ทับทิม ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ใช้ปรุงอาหารในแถบตะวันออกกลาง กลางสวนออกแบบเป็นแท่นน้ำพุที่มีน้ำไหลลงมายังพื้นสวนที่ทำเป็นร่องให้น้ำไหลผ่านไปยังแปลงต้นไม้
แบบสวน
ไอเดียออกแบบผนังสวนสีสันสดใสใน Artisan Garden

เมื่อเดินมาจนทั่วงาน เราได้เห็นสิ่งที่นักออกแบบหลายๆ คนมักนำมาใช้ตกแต่งสวน เพื่อสร้างความความน่าสนใจจนอาจเรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่แนะนำในปีนี้ นั่นคือ Traditional Garden เป็นสวนที่มีการผสมผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตสอดแทรกเข้าไปในสวน หรือสวนที่สะท้อนถึงสภาพความเป็นอยู่ของสถานที่หรือเมืองนั้นๆ ว่ามีบรรยากาศและการใช้ชีวิตอย่างไร นอกจากนี้สวนสำหรับคนรักสุขภาพอย่าง Edible Garden ก็ยังเป็นที่นิยม จนถือเป็นรูปแบบพื้นฐานไปแล้ว เพราะหลายๆ สวนจะแบ่งพื้นที่เพื่อปลูกพรรณไม้กินได้ ทั้งสมุนไพรและพืชผัก ต่อด้วยการใช้  Water Feature หรือองค์ประกอบของน้ำเข้ามาสร้างบรรยากาศในสวนให้มีเสียงและความชุ่มฉ่ำ ถือเป็นท่าไม้ตายที่นักออกแบบเลือกใช้กันอย่างสนุก ซึ่งครั้งนี้มาในหลายรูปแบบเลยทีเดียว

นอกจากนี้กระแสของ Nature Form & Texture ซึ่งเน้นการออกแบบให้สวนมีความเป็นธรรมชาติผสมผสานกันก็ยังมาแรง โดยเลือกใช้วัสดุที่โชว์ผิวสัมผัส ทั้งหิน ไม้ และเหล็ก รวมถึงรูปทรงโค้งมนและเส้นสายที่แสดงถึงความเป็นธรรมชาติ ไปจนถึงการเลือกใช้พรรณไม้เมืองร้อน ซึ่งมีรูปทรงและผิวสัมผัสของใบสวยงามโดดเด่น บางสวนเลือกนำสีสันของใบและดอกมาสร้างความน่าสนใจตามแบบฉบับสวนทรอปิคัล ซึ่งดูแปลกตาสำหรับสวนที่ตั้งอยู่ในซีกโลกตะวันตก

นอกเหนือจากเทรนด์ที่กล่าวมา เรายังสังเกตว่านักออกแบบสวนจะชอบใช้เทคนิคการบิดแนวแกนของสวนเพื่อความน่าสนใจและสร้างจุดเด่นให้พื้นที่ รวมถึงการเพิ่มผนังประดับหรือแบ่งสวนออกเป็นสวนย่อยๆหลายสวน เพื่อเพิ่มมิติและฟังก์ชันเข้าไปด้วย

การเดินชมงานอย่างทั่วถึงทุกโซนที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาถึงสองวัน ซึ่งเราได้รวบรวมภาพสวยๆ มาให้คุณผู้อ่านชมกันอย่างเต็มอิ่มในฉบับนี้แล้วครับ

สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมของงานนี้ คลิกไปที่ www.rhs.org.uk/shows-events/rhs-chelsea-flower-show

ชมบรรยากาศในงาน

เรื่อง: “อรรถ”

ภาพ : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ


ไอเดียจัด สวนอังกฤษ พร้อมพรรณไม้ปลูกได้จริง

5 แบบ สวนอังกฤษ ขนาดเล็ก

10 ไอเท็มยอดฮิต ก่อนคิดมีสวนอังกฤษ

French Cottage Garden กลิ่นอายสวนฝรั่งเศส

เป็นเพื่อนกันเราได้ใน [email protected] : https://line.me/R/ti/p/%40slo7204x