ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ บ้านและสวน
เครื่องทอผ้าที่มีการตั้งโปรแกรมลายสำหรับด้ายพุ่งให้เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตามกำหนด โดยทอลายตัวผ้าสลับกับลายช่วงหัวและท้ายไปเรื่อยๆ
12345
ผ้าขาวม้า ไทยนิยม
ผ้าขาวม้า ถือได้ว่าอยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมานาน คนไทยใช้ผ้าขาวม้ากับกิจกรรมแทบทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะใช้นุ่งอาบน้ำ เช็ดทำความสะอาดร่างกาย ใช้แทนผ้านุ่ง โพกศีรษะ คาดเอว ปูรองนั่ง ผูกเปลเด็ก ใช้แทนย่าม ฯลฯ ในอดีตผ้าขาวยังมีเพียงไม่กี่ลาย แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลง การพัฒนาลวดลายผ้าขาวม้าก็เพิ่มขึ้น การผลิตเปลี่ยนรูปแบบจากทอมือมาใช้เครื่องจักร ทำให้สามารถผลิตลายผ้าได้หลากหลาย ปัจจุบันนอกจากการใช้ประโยชน์แบบเดิมๆแล้ว ยังมีการนำผ้าขาวม้ามาประยุกต์เข้ากับการดีไซน์ พัฒนาจนเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมาย และกลายเป็นสินค้าที่ไม่เชยอีกต่อไป คอลัมน์ “ดูเขาทำฟังเขาพูด” ฉบับนี้ จะพาไปเจาะลึกการผลิตทุกขั้นตอนว่ากว่าจะมาเป็นผ้าขาวม้าผืนหนึ่งนั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยอะไรบ้าง ตามมาดูกันค่ะ

ผ้าขาวม้าบ้านไร่อันโด่งดัง
หากเอ่ยถึงชื่อ “ผ้าขาวม้าบ้านไร่” คนสมัยนี้อาจไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก แต่ถ้าไปถามคนรุ่นคุณตาคุณยาย รับรองว่าทุกคนต้องตอบรับเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้จักแน่นอน เพราะที่นี่เป็นแหล่งผลิตผ้าขาวม้าที่มีชื่อเสียง (บ้านไร่คือชื่อตำบล ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองฯ จังหวัดราชบุรี) ความพิเศษของผ้าขาวม้าบ้านไร่คือเนื้อแน่น สีสวย เมื่อใช้ไประยะหนึ่งเนื้อผ้าจะนิ่มมาก ตราหรือยี่ห้อที่นิยมได้แก่ ตรารถไฟ ตราช้าง ตรามังกร ฯลฯ ซึ่งในความเป็นจริงแต่ละตราก็คือผ้าชนิดเดียวกัน ความนิยมจะขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่น ตามโรงงานแต่ละแห่งจึงมีตราเกือบทุกแบบตามแต่ยี่ปั๊วหรือผู้ค้าส่งระบุ นอกจากผ้าขาวม้าบ้านไร่แล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิตผ้าขาวม้าแบบอื่น ๆ เช่น ผ้าขาวม้าเชียงใหม่ ซึ่งความแตกต่างอยู่ที่เส้นใยทอ รวมทั้งสีและลวดลายของผ้า

เยี่ยมโรงงานผ้าขาวม้า
เราเดินทางมายัง โรงงานยิ่งเจริญ จังหวัดราชบุรี ผู้ผลิตผ้าขาวม้ามายาวนานกว่า 35 ปี คุณยุทธนา โกมลกิตติพงศ์ เจ้าของโรงงานรุ่นที่สอง เล่าว่า สมัยก่อนการผลิตผ้าขาวม้ามีเพียงลายตาหมากรุกซึ่งถือเป็นลายคลาสสิก กระทั่งการทอมีความทันสมัยขึ้นจึงมีการเพิ่มสีและขนาดลายได้มากขึ้นที่เรียกว่า “ลายสก๊อต” หรือ ”ลายไส้ปลาไหล” ในแต่ละเดือนโรงงานแห่งนี้จะผลิตผ้าขาวม้า 15-20 ลาย หากนับที่ผลิตมาทั้งหมดจริงๆคงเป็นจำนวนหลายหมื่นลายแล้ว

เดิมจังหวัดราชบุรีมีโรงงานผลิตผ้าขาวม้าหลายสิบแห่ง แต่เมื่อยุคหนึ่งความนิยมในการใช้ผ้าขาวม้าลดลง ทำให้โรงงานบางแห่งเปลี่ยนไปผลิตผ้าทอสีพื้นและขายครื่องจักรไปจนหมด ปัจจุบันจึงเหลือโรงงานเพียง 10 แห่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ผ้าขาวม้ากลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ช่วงที่ขายดีที่สุดคือตั้งแต่เดือนธันวาคม-เมษายน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเทศกาลสำคัญ ทั้งปีใหม่และสงกรานต์ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทยที่ยังคงซื้อหาผ้าขาวม้าเป็นของฝากหรือนำไปร่วมงานบุญเหมือนเช่นในอดีต

กว่าจะมาเป็นผ้าขาวม้า
การผลิตผ้าขาวม้ามีรายละเอียดแตกต่างจากการทอผ้าทั่วไป กว่าจะออกมาเป็นผ้าแต่ละผืนนั้นเริ่มจาก

- ไจด้าย นำด้ายออกมาจากม้วนพันแยกไว้แต่ละไจ ซึ่งเป็นวิธีแบบดั้งเดิม โดยใช้ด้ายเหลือใช้จากโรงงานผลิตเสื้อเชิ้ตหรือผ้าขนหนูประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด เนื่องจากการผลิตผ้าขาวม้าไม่ต้องการเส้นด้ายยาวมากนัก จึงช่วยลดต้นทุนด้วย (ภาพที่ 3)

- ย้อมสี ที่นี่ย้อมสีเองทั้งหมด หากด้ายเก่าที่นำมาใช้มีสีไม่สวยต้องย้อมสีเข้มทับ เช่น ดำ น้ำเงิน เขียว การย้อมจะนำด้ายลงแช่ครึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปสะเด็ดน้ำ ล้าง แช่น้ำยาฟิกส์สีเพื่อป้องกันสีตก ผ่านแป้งข้าวเจ้า นำเส้นใยมาทุบให้ฟู แล้วนำไปตาก (ภาพที่ 4)

- กรอด้าย ขั้นตอนนี้จะนำด้ายที่ย้อมเรียบร้อยกรอกลับใส่หลอดอีกครั้ง จากนั้นจึงนำด้ายไปสืบผ้า การสืบผ้า คือ การนำด้ายมาเรียงสีสำหรับด้ายยืน โดยกำหนดชุดสีหลัก จากนั้นจึงแทรกสีรองเข้าไป สำหรับผ้าลายตาหมากรุกจะเรียงด้ายแต่ละสีเป็นจำนวนเท่าๆกัน แต่หากเป็นลายไส้ปลาไหลก็จะแทรกสีรองเข้ามาเป็นเส้นเล็ก ๆ จากนั้นจึงนำไป ร้อยตะกรอ คือการนำด้ายร้อยเข้าเครื่องทีละเส้น ผ้าผืนหนึ่งจะใช้ด้ายยืน 2,000 เส้น ใช้เวลาร้อยประมาณ 3 ชั่วโมง

- การทอ ใช้เครื่องจักรตั้งโปรแกรมสำหรับด้ายพุ่ง ซึ่งการทอผ้าขาวม้าจะทอเป็นผืนยาวราว 60 เมตร ผ้าผืนยาวนี้จะนำไปตัดเป็นผืนย่อยอีกครั้ง โดยเครื่องทอจะกำหนดระยะหัวท้ายของผ้าไว้เรียบร้อย จึงง่ายต่อการนำไปตัดทีละผืน จากนั้นจึงนำไปลงแป้งและตากให้แห้ง ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

Tip ผ้าขาวม้าทั่วไปมีอยู่ 4 ขนาด คือ 60X160 เซนติเมตร 70X170 เซนติเมตร 80X180 เซนติเมตร และ 90X200 เซนติเมตร การขายผ้าขาวม้าจะนับขายกันเป็นกุลี ผ้า 1 กุลี มีทั้งหมด 20 ผืน โดยทางโรงงานจะคละลายให้ผู้ซื้อ


จากผ้าขาวม้าสู่ PAKAMIAN
คุณณัฐวรรณ โกมลกิตติพงศ์ ลูกสาวเจ้าของโรงงานยิ่งเจริญ มองเห็นว่าผ้าขาวม้าน่าจะนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้อีกมากมาย โดยมี คุณกฤติน ทวีผลจรูญ รับหน้าที่ออกแบบสินค้าทั้งหมดจนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ “Pakamian”

“เรามองว่าผ้าขาวม้าทำอะไรได้อีกมาก เพราะมีลวดลายให้เลือกใช้เยอะ จึงเริ่มคิดจากสิ่งใกล้ตัว ผลิตของตกแต่งบ้าน เช่น หมอนอิง เบาะรองนั่ง กระเป๋า รวมทั้งของพรีเมียมอื่นๆ ดังนั้นการเลือกใช้สีสันลวดลายต้องทันสมัย บางลายมีการสั่งทอเป็นพิเศษ ซึ่งผ้าขาวม้าที่เรานำมาใช้คือขนาดใหญ่สุดที่เรียกว่า ‘ผ้าขาวม้าบ้านไร่ผ้าหนาใหญ่พิเศษ’ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นสามารถซักทำความสะอาดได้ แต่เน้นว่าต้องซักมือ รับรองว่าสีไม่ตกแน่นอน”

ขอขอบคุณ
โรงงานยิ่งเจริญ 92 หมู่ 2 ตำบลคูบัว อำเภอเมืองฯ จังหวัดราชบุรี
Pakamian 2/1ถนนรามอินทรา กม. 8 แขวงคันนายาว กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 08-6344-5059 ,08-1584-3550

เรื่อง: “วรัปศร”
ภาพ: ชัยพฤกษ์ โพธิ์แดง

เพียงเขียนบอกเล่าความประทับใจเกี่ยวกับผ้าขาวม้าของคุณในไปรษณียบัตร และส่งมาที่ นิตยสารบ้านและสวน 65/101-103 ถนนชัยพฤกษ์ (บรมราชชนนี) เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 (วงเล็บมุมซองว่า “ดูเขาทำฯ”) ผู้โชคดี 3 ท่านรับไปเลย เบาะรองนั่ง จาก Pakamian มูลค่ารางวัลละ 420 บาท

Article by tag

Amarin Training