Tropical Gently Classic สวนป่าละมุนละไม

การผสมผสานความต่างของสองสไตล์อย่างลงตัวระหว่างพรรณไม้ที่เหมาะกับสวนเมืองร้อนและการตกแต่งสวนสไตล์ยุโรป กลายเป็นรูปแบบที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของ คุณม่วย – อุบลรัตน์ สุวรรณโพธิ์ศรี ที่ต้องการบรรยากาศของสวนที่ร่มรื่น ดูโปร่ง ไม่ปิดทึบจนรู้สึกอึดอัด แต่ยังให้ความเป็นส่วนตัวเวลาใช้งานในสวน “ก่อนหน้านี้บ้านกับสวนมีสภาพเก่าทรุดโทรมมาก ต้นไม้ใหญ่ขึ้นเบียดเสียดอยู่ในพื้นที่เดียวกันจนแสงแดดส่องลงมาไม่ถึงสนามหญ้ากับไม้พุ่มเล็กที่อยู่ด้านล่าง ทำให้หญ้าและต้นไม้ส่วนใหญ่แห้งตาย มีบ่อเลี้ยงปลาที่ใช้หินกั้นทำเป็นขอบบ่อซึ่งเจ้าของเดิมทำไว้ เวลาฝนตกน้ำจะพาเอาดินที่ชะล้างไหลซึมเข้าในบ่อ เป็นสาเหตุให้น้ำขุ่นและปลาในบ่อทยอยตาย จึงตัดสินใจนำปลาที่เหลือไปปล่อยลงบึงธรรมชาติใกล้บ้าน ปัญหาใหญ่ของที่นี่คือเรื่องดินทรุดจนเกิดเป็นโพรงใต้บ้าน กลัวจะกลายเป็นที่อยู่ของสัตว์เลื้อยคลาน จึงติดต่อให้นักจัดสวนเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งถมดินตรงบ่อน้ำเก่าเพื่อใช้เป็นที่ปลูกต้นไม้แทน ส่วนรูปแบบสวนเราให้โจทย์ผู้ออกแบบ คุณปุ้ย – เฉลิมศักดิ์ บุญทวี และ คุณอ๊อบ – ภาณุยศปริกสุวรรณ จาก P_do Landscape Studio ไปว่าต้องการสวนและพรรณไม้ที่ดูแลง่าย มีต้นไม้ใหญ่บ้าง โดยเก็บต้นเดิมเอาไว้บางส่วน และอยากได้กลิ่นอายความเป็นสวนยุโรปนิดหน่อย เห็นช่วงนี้เขากำลังฮิตกัน” เจ้าของบ้านพูดพรางหัวเราะไปด้วย คุณอ๊อบอธิบายถึงการแก้ปัญหา แนวทางการออกแบบ รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานในสวนให้ฟังว่า “ของเดิมดินอยู่ในระดับต่ำกว่านี้มากเห็นเป็นโพรงใต้บ้านเลย ผมจึงใช้วิธีขุดหลุมลึกประมาณ 70 – 80 เซนติเมตร วางแผ่นคอนกรีตสำเร็จแนบชิดกับผนังรอบบ้าน ก่อนใช้ปูนเชื่อมติดเป็นผืนเดียวกันอีกครั้ง ลดปัญหาดินสไลด์ใต้โพรงบ้าน บรรเทาเรื่องการทรุดตัวของดินได้พอสมควร จากนั้นนำดินมาถมเพิ่มให้ได้ระดับความสูงที่ต้องการและเผื่อดินยุบตัวในอนาคต […]

พักกาย พักใจ ในสวนเมืองร้อน

“กรุงเทพฯนั้นเต็มไปด้วยรถรา มองไปทางไหนก็มีแต่ตึกรามบ้านช่อง มีป่าคอนกรีตขึ้นแทนต้นไม้ การได้พบเจอธรรมชาติเป็นสิ่งที่ผมโหยหา จึงได้เป็น สวนเมืองร้อน อย่างที่เห็น” นั่นคือความในใจที่เจ้าของบ้านหลังนี้บอกกับเรา สวนเมืองร้อน บนเนื้อที่ประมาณ 225 ตารางวา แบ่งเป็นที่พักอาศัย 100 ตารางวาที่เหลือใช้เป็นพื้นที่จัดสวน แม้เทรนด์การจัดสวนจะมีให้เลือกหลากหลาย ทว่า “สวนเมืองร้อน” ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอบรรยากาศรอบตัวที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของต้นไม้และสายน้ำ มีลมพัดโชยมาตลอดเวลา ชวนให้รู้สึกน่าพักผ่อน จึงเป็นความต้องการหลักของเจ้าของบ้าน   คุณไห – ทินกร ศรีวัฒนะธรรมา ผู้ออกแบบสวนเล่าว่า “ตอนผมเข้ามาจัดสวนนี้ เจ้าของบ้านอยู่อาศัยมาได้ประมาณ 6 ปีแล้ว จึงพอมีพื้นที่สวนอยู่บ้าง ความต้องการหลักคืออยากได้อารมณ์แบบสวนป่า มีธารน้ำตก ศาลานั่งเล่น และพื้นที่กิจกรรมของสมาชิกในครอบครัว ผมออกแบบให้ทั้งบ้านและสวนมีความต่อเนื่องกัน เริ่มจากเพิ่มร่มเงาให้บริเวณหน้าบ้านที่ต้องโดนแดดตลอดทั้งวัน โดยปลูกปาล์มหางกระรอก ไม้ทรงสูงฟอร์มสวยงาม ดูแลง่าย ที่สำคัญใบไม่ร่วงมาก ตลอดแนวรั้วเลือกปลูกคริสตินาเพื่อบังสายตาจากภายนอก สร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้งานในสวน ตบท้ายด้วยการปลูกไม้พุ่มและไม้คลุมดินอย่างหมากผู้หมากเมีย พุดศุภโชค เข็มชมพู คล้า และเฟินใบมะขาม ให้มีความต่อเนื่องกัน บริเวณนี้เคยเป็นสนามหญ้า นอกจากต้องคอยตัดแต่งเป็นประจำแล้ว ในช่วงฤดูฝนยังค่อนข้างเฉอะแฉะ เจ้าของบ้านจึงขอเปลี่ยนมาปูแผ่นหินทรายแทน […]

หลง (ใหล) ในป่า

  วันนี้เรามีนัดกับ คุณบอย – สุรพงค์ โอวรารินท์ นักจัดสวนจาก Scenery Concept Landscape Design & Contractor ที่บ้านหลังหนึ่งในย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เราเดินทางมาถึงก่อนเวลานัดหนึ่งชั่วโมงเพื่อสัมผัสความสดชื่นของสวนในยามเช้า ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานั้นระบบรดน้ำอัตโนมัติทำงานพอดี บรรยากาศรอบตัวจึงเหมือนมีฝนตกพรำๆ อากาศเย็นและชื้น มองเห็นละอองน้ำเกาะพราวอยู่ตามใบไม้ การได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ ฟังเสียงนกร้องคลอไปกับเสียงน้ำไหล นี่แหละคือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติอย่างแท้จริง “ผมอยากได้สวนอารมณ์แนวป่าๆมีต้นไม้เยอะ ดูเขียวๆ ร่มรื่น เห็นแล้วสบายตา” คุณหมี – สกนธ์ ตันโชติกุล เจ้าของบ้านกล่าว ก่อนจะเล่าต่อว่า “น้ำตกกับบ่อปลาเพิ่งมาเพิ่มทีหลัง เนื่องจากกังวลว่าตัวเองจะไม่ค่อยมีเวลาดูแลมากนัก เลยขอให้คุณบอยทำเป็นลานสนามหญ้าไปก่อน ซึ่งเขาก็แนะนำเราตั้งแต่ทีแรกแล้วว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่ร่ม แสงอาจไม่เพียงพอสำหรับหญ้า แต่ขอเขาไว้ว่าลองดูก่อน ผลปรากฏว่าอยู่ได้แค่ไม่กี่เดือนก็ตายเรียบ (หัวเราะ) ครั้งที่สองคุณบอยเลยเสนอทางเลือกให้ว่าอยากเปลี่ยนเป็นอะไร ระหว่างพื้นกรวด ลานกิจกรรม หรือบ่อปลา คิดอยู่สักพัก ไหนๆ จะทำทั้งที ขอทำในสิ่งที่ตัวเองชอบก็แล้วกัน ตัดสินใจเลือกทำบ่อปลาแทน ผู้ออกแบบก็ทำออกมาได้สอดรับกับแนวสวนของเรามาก เป็นน้ำตกสองชั้นคล้ายลำธารไหลต่อเนื่องไปยังมุมศาลานั่งเล่น” คุณบอยกล่าวเสริมว่า “ศาลากับผนังน้ำตกเป็นของแถมมาพร้อมกับบ้าน ที่เหลือรื้อออกหมด แต่เก็บไม้ใหญ่อย่างคูนและชงโคไว้สองต้น […]

Jungle Book ป่าศึกษา

หลายคนคงได้ยินข่าวคราวของ “โครงการป่าในกรุง” โดย ปตท. ผ่านสื่อหลายแขนงกันมาพอสมควร บางคนอาจกำลังตัดสินใจว่าควรไปชมดีหรือไม่ ครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ผมได้ไปเยือนและเก็บภาพรวมของโครงการดังกล่าวมาฝากคุณผู้อ่านทุกท่านกันครับ โครงการป่าในกรุงตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาล 2 ในเขตชานเมืองของกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกป่าตามวิถี ปตท. ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการปลูกป่า 1 ล้านไร่ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ให้แก่ประชาชนทั่วไปและนักศึกษาที่สนใจ ทันทีที่เข้ามาภายในโครงการผมรู้สึกได้ถึงความเย็นสบายจากพื้นดินชุ่มน้ำใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แตกต่างกับความร้อน จากไอแดดของถนนคอนกรีตด้านนอก พื้นทางเดินหญ้าสีเขียวทอดนำไปสู่ทางเดินที่ขนาบด้วยนิทรรศการเมล็ดพันธุ์แห่งป่าที่จัดวางตลอดแนวผนังดินบดอัดสีสวย ก่อนนำไปสู่อาคารนิทรรศการที่จัดแสดงนิทรรศการน่าสนใจมากมาย ตั้งแต่บอกเล่าถึงสภาพป่าเดิมในกรุงเทพมหานคร อันเป็นที่มาของชื่อย่านต่างๆ ไปจนถึงห้องฉายภาพยนตร์ปลุกจิตสำนึกเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมในเมือง อาคารแห่งนี้ยังมีพื้นที่ดาดฟ้าซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันความร้อนให้เข้าสู่ตัวอาคารน้อยลง และยังเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ของโครงการอีกจุดหนึ่งด้วย ส่วนพื้นที่ภายนอกจัดเป็นสวนป่าเลียนแบบระบบนิเวศเดิมของพื้นที่บริเวณนี้คู่กับบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่จัดให้มีระบบหมุนเวียนน้ำและความลึกในระดับต่างกัน เพื่อให้เกิดลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ริมน้ำ ป่าน้ำตก เขาหินปูน ป่าดิบลุ่มไปจนถึงป่าเบญจพรรณ โดยเราสามารถศึกษาระบบนิเวศต่างๆ ในป่าได้จากการเดินบนทางเดินชมเรือนยอด (skywalk) อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญและน่าสนใจไม่น้อยคือลักษณะและรูปแบบการสร้างป่านิเวศตามแนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร.อาคิระ มิยาวากิ ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 – 3 ปีในการสร้างป่าที่สมบูรณ์ มีหลักการง่ายๆ ที่สามารถทำตามได้ไม่ยาก เริ่มต้นจากการสร้างเนินดินและเตรียมดิน โดยดินชั้นล่างเป็นดินเหนียวที่มีความเป็นกรดเล็กน้อย จากนั้นถมดินชนิดเดิมแต่ผสมทรายขี้เป็ดในอัตราส่วน […]

Modern Zen & Tropical Rainforest สัมผัสที่แตกต่างใน สวนธรรมชาติ

ท่ามกลาง สวนธรรมชาติ แสนผ่อนคลายด้วยสีเขียวของเหล่าพรรณไม้ แซมด้วยสีสันเล็กๆ ของไม้ดอกดูเพลินตา สัมผัสได้ถึงความชุ่มเย็นจากสายน้ำที่ส่งเสียงสร้างความชุ่มชื่นใจ รอบๆ สวนธรรมชาติ บริเวณนั้นปกคลุมด้วยไอหมอกจางๆ ลอยฟุ้งดังภาพในความฝัน นี่เป็นบรรยากาศของสวนสวยเบื้องหน้าที่ผู้เขียนได้สัมผัส โดยมี คุณเหน่ง – โชคชัย รัตนภราดร เจ้าของบ้าน แบ่งปันเรื่องราวที่มาของสวนให้เราฟังอย่างน่าสนใจ “ครอบครัวเราอาศัยอยู่คอนโดมาหลายสิบปี พื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้หรือได้เห็นธรรมชาติใกล้ๆ ก็แทบไม่มี พอคิดจะเลือกซื้อบ้านสักหลัง สิ่งแรกที่ผมคิดไว้คืออยากได้บ้านที่มีพื้นที่สวนกว้างๆ เพราะตัวผมเองชอบธรรมชาติและชอบบรรยากาศความชุ่มชื้นของสวนแนวทรอปิคัลมานานแล้ว ก็เลยเริ่มมองหาผู้ออกแบบ เพื่อเตรียมให้มาจัดสวนก่อนจะซื้อบ้านได้เสียอีกครับ จนผมมีโอกาสได้เห็นผลงานของ คุณวุฒิ – วรวุฒิ แก้วสุก รู้สึกว่าชอบมากๆ ดูสวยเป็นธรรมชาติดี และเป็นสไตล์ที่อยากได้ เมื่อได้พูดคุยกัน ผมบอกความต้องการกับคุณวุฒิไว้ว่าอยากมีสวนที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงป่า มีน้ำตก ลำธาร บ่อปลา คุยไปคุยมาจากการให้มาออกแบบสวนก็เลยได้เพื่อนมาช่วยเลือกซื้อบ้านด้วยครับ (หัวเราะ) ว่าหลังไหนมีพื้นที่ที่เหมาะสำหรับจัดสวน ซึ่งตัวคุณวุฒิเองเขามีความรู้ทางด้านฮวงจุ้ย เลยช่วยให้คำแนะนำเราเป็นอย่างดี “จนตกลงมาซื้อบ้านในย่านพุทธมณฑลสาย 1 หลังนี้ มีพื้นที่รวมแล้วประมาณ 200 ตารางวา เดิมมีสวนของโครงการที่จัดไว้ให้แล้วครับ เป็นสวนเรียบๆ มีสนามหญ้า ไม้พุ่ม และลานพื้นหิน ดูแล้วรู้สึกไม่ค่อยร่มรื่นเท่าไหร่นัก […]

สวนสวย เหมือนอยู่กลางป่า ในเมืองกรุง

รูปแบบของสวนทรอปิคัลที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ดูชุ่มชื่นสบายตา และได้บรรยากาศของป่าเขาในเขตอากาศร้อนชื้นอย่างเป็นธรรมชาติ นับเป็นสไตล์การจัด สวนสวย ที่หลายคนชื่นชอบ สวนสวยแห่งนี้ มีลักษณะของพรรณไม้และการปลูกเลี้ยงที่ดูแลง่าย เจริญเติบโตเร็ว เหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเราเป็นอย่างดี จึงเป็นเหตุผลให้ครอบครัวของ คุณฮับเซาะห์ – นภาพร สาดและ และ คุณสุรชัย – คุณทัศนัย มะแก้ว ทั้งสามคนพี่น้องเลือกจัดสวนสวยสไตล์นี้ คุณฮับเซาะห์น้องสาวคนกลางของบ้านเล่าถึงที่มาของสวนแห่งนี้ให้ฟังว่า “ครอบครัวเราเป็นครอบครัวใหญ่ มีบ้านพักอาศัยของเราสามคนพี่น้องปลูกติดกันสามหลังอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกัน ซึ่งอยู่มานานกว่า 20 ปีแล้ว เดิมพื้นที่ย่านพัฒนาการตรงส่วนนี้เป็นสวนมะม่วง ตอนเข้าอยู่ก็ต่อเติมเรื่อยมา จนรอบบ้านกลายเป็นพื้นที่สวนสำหรับพักผ่อนของครอบครัว แต่หนึ่งปีที่ผ่านมามีเหตุให้ต้องจัดสวนกันใหม่ เนื่องจากการก่อสร้างขยายคลองข้างบ้านกระทบถึงสวนโดยตรง จึงต้องรื้อและปรับเปลี่ยนขนาดสวนให้เล็กลง ตอนนั้นรู้สึกเสียดายมากค่ะ เพราะสวนที่จัดไว้ต้นไม้เติบโตดีแล้ว ก็ต้องทำใจ และเริ่มสร้างสิ่งที่เรารักกันอีกครั้ง”   คุณฮับเซาะห์อาศัยจากสิ่งที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง ร่างแบบบนกระดาษคร่าวๆกำหนดฟังก์ชันใช้งาน ทำแนวทางเดินบนพื้นสวนโดยปูแผ่นหินธรรมชาติ ไม้หมอนรถไฟ และสร้างสะพานไม้ขนาดเล็กข้ามลำธารไปยังส่วนต่างๆ ของสวนที่มีพื้นที่ขนาบข้างอยู่รอบบ้าน จากนั้นทำมุมนั่งเล่นจากท่อนไม้เก่า ตั้งวางชิงช้าไม้จริงและมีชุดม้านั่งโต๊ะหินรูปฟอร์มอิสระให้สามารถนั่งเล่นพักผ่อนกันได้ทุกจุด อีกทั้งมีน้ำตก ลำธารขนาดเล็กไหลผ่าน สร้างเสียงและความชุ่มชื้น รวมถึงเคลื่อนย้ายศาลาน็อกดาวน์จากบริเวณสวนด้านข้างไปตั้งไว้ด้านหน้า ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน โดยจ้างช่างมาสร้างงานฮาร์ดสเคป ลงต้นไม้ใหญ่ และวางก้อนหินธรรมชาติที่มีน้ำหนักมากตามแบบที่เจ้าของสวนได้ออกแบบไว้ อ่านต่อหน้า2 

สวนลอยฟ้า จากแนวคิด อวตาร

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ราวกับสรวงสวรรค์อวตารมาปรากฏอยู่เบื้องหน้า นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดหลังจากลิฟต์มาถึงยังชั้นดาดฟ้าของอาคารกรมดิษฐ์บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และได้พบสวนสวยแห่งนี้ของ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจและนักเขียนผู้มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัทอมตะคอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ทางเดินพื้นคอนกรีตตกแต่งด้วยกรวดแม่น้ำสลับสีอย่างเป็นธรรมชาติทอดยาวผ่านพรรณไม้ไทยโบราณ อาทิ อินจัน จำปี ชงโค จันทน์กะพ้อและหมากเม่า แทรกไปกับไม้พุ่มทรงสูงอย่างมะเขือต้น แก้วเจ้าจอม และพุดชนิดต่างๆ ซึ่งแผ่กิ่งก้านแตกแขนงออกเป็นทรงพุ่มดูสวยงาม บางต้นยังออกดอกสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไปทั่ว โดยมีไม้ระดับล่างอย่างเฟิน คล้า บุก บอน กล้วยไม้ดิน สับปะรดสี และมอสส์ขึ้นเขียวชอุ่มอยู่รอบโคนต้นจนไม่น่าเชื่อว่าสวนนี้จะอยู่เหนือพื้นดาดฟ้าคอนกรีตของอาคารใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งถมพื้นดินหนาเพียงแค่ประมาณ 15 เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้ผมต้องถามถึงเคล็ดลับการดูแลสวนให้ดูอุดมสมบูรณ์ได้นานกว่า 8 – 9 ปีเช่นนี้ คุณวิกรมให้คำตอบว่า “การทำสวนไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ สวนเป็นสิ่งที่มีชีวิต เราจึงต้องแบ่งเป็นเฟสๆ สวนนี้ไม่ได้มีแปลน ทำไปเรื่อยๆ เฟสแรกคือทดลองปลูกเมื่อก่อนมีมอสส์และเฟินเติบโตได้ดี ถัดมาเราก็ดูว่าอะไรที่ควรจะปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา พอมันลงตัวแล้วจะได้รู้และดูแลรักษาให้ดีได้ เฟสสุดท้ายคือเฟสที่ลงตัว ถ้าเราแบ่งการจัดสวนเป็นเฟสจะดูยั่งยืนกว่าการจัดสวนครั้งเดียว เพราะแรกๆ ก็ดูดีแต่หลังๆ อาจเปลี่ยนไปตามกาลเวลา” สวนแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงามชั่วครั้งชั่วคราว สิ่งสำคัญคือการดูแลเอาใจใส่พืชพรรณต่างๆ […]

keyboard_arrow_up