โอบล้อมด้วยขุนเขา

ไม่แปลกที่ธรรมชาติแห่งขุนเขาและกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า รวมถึงสายลมอันบริสุทธิ์สดชื่นรอบๆเขาใหญ่จะกลายเป็นเหตุผลสำคัญของการบอกลาชีวิตในกรุงเทพฯ แต่เหนืออื่นใดก็คงเป็นเพราะ คุณแนน – สุรีย์ สุทธิสาร ภรรยาคนสวยเป็นคนพื้นถิ่นแถวนี้ ทำให้ คุณปั๊บ – ปวริศร์ สุทธิสาร ตัดสินใจมาสร้างครอบครัวและบ้านพักอาศัยหลังใหม่อยู่ที่เขาใหญ่เป็นการถาวร ระยะเวลาร่วม 8 ปีของการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ เหล่านี้ ยังทำให้คุณปั๊บเกิดแนวคิดที่จะแบ่งปันความสุขด้วยการสร้างโครงการบ้าน 1.618 ขึ้นบนพื้นที่กว่า 42 ไร่ ที่ระดับความสูงประมาณ 430 เมตร ซึ่งมีขุนเขาสูงโอบล้อมรอบทิศทาง แถมด้วยช่องลมธรรมชาติที่รับลมได้ตลอดทั้งปี สำหรับแนวคิดการออกแบบมีจุดเริ่มต้นจากอัตราส่วน 1.618 ที่เลโอนาร์โด ฟีโบนัชชี นักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีคิดค้นขึ้นจากสัดส่วนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และกลายเป็นอัตราส่วนมหัศจรรย์ให้วงการศิลปะและสถาปัตยกรรมนำไปประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดโมนาลิซา วิหารพาร์เธนอน หรือโลโก้ของแบรนด์ Apple กระทั่งมาเป็นอัตราส่วนในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้ให้ลงตัวและงดงาม     “ผมอยากสร้างบ้านที่เข้ากับสภาพแวดล้อมของเขาใหญ่ให้มากที่สุด ไม่ใช่เอาบ้านจากประเทศไหนๆมาตั้งอยู่ที่เขาใหญ่เฉยๆ เพราะด้วยสภาพอากาศแบบร้อนชื้น มีฝนตกมาก ผมจึงให้ความสำคัญกับหลังคาเป็นอันดับแรก ใช้เวลาเลือกวัสดุทำหลังคาอยู่นานครับ กว่าจะมาสรุปที่หลังคาชิงเกิ้ล (Asphalt Shingle) ที่ตอบรับเรื่องฝนและเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี ดูแลรักษาง่าย ตามมาด้วยชายคาที่สามารถระบายอากาศได้ ไม่เกะกะสายตา เพื่อเน้นการเปิดมุมมองออกสู่ธรรมชาติได้เต็มที่” คุณปั๊บยังนำแรงบันดาลใจจากรูปทรงของขุนเขาที่ลดหลั่นอยู่รอบๆ […]

เรือนรับรองความสุข

ต้นไม้ใหญ่ แสงแดด และท้องฟ้ามีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก บ้านที่มีธรรมชาติโอบล้อมสร้างความสุขให้ผู้อยู่อาศัยได้เสมอ เหมือนเช่นบ้านของ พันตำรวจเอก เกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ซึ่งทีมงาน “บ้านและสวน” เคยมีโอกาสแวะไปเยือนมาแล้ว แต่ครั้งนี้มีการสร้างเรือนรับรองใหม่ ซึ่งแยกออกจากบ้านหลังใหญ่และอยู่ในระดับต่ำกว่า โดยปลูกไล่ลงไปตามระดับความชันของภูเขา จึงช่วยแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นเอกเทศ และยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้ดี เรือนรับรองนี้สร้างแยกเป็น 2 หลังอย่างเป็นสัดส่วน ออกแบบหน้าตาและขนาดของเรือนให้ดูใกล้เคียงกัน โดยดัดแปลงจากเรือนยุ้งข้าวเก่าสไตล์ล้านนา โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้สักเก่า จึงมีความคงทนแข็งแรง ผู้ออกแบบปรับขนาดของเรือนยุ้งข้าวให้เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ด้วยที่ตั้งที่มีลักษณะเป็นเนินจึงต้องปรับเป็นพื้นที่ราบก่อน เพื่อให้สะดวกกับการก่อสร้าง พร้อมทำกำแพงเตี้ยๆบอกขอบเขต และยังเป็นส่วนกั้นแนวดินด้วยในตัว ชั้นล่างของเรือนดูคล้ายใต้ถุนโล่ง แต่ปรับให้เข้ากับการใช้งานใหม่ด้วยการกรุผนังกระจกโดยรอบ ทั้งสองหลังวางพื้นที่ใช้สอยเหมือนกัน โดยชั้นล่างเป็นส่วนนั่งเล่น และด้านหลังต่อเติมออกไปเป็นห้องน้ำ ชั้นบนเป็นห้องนอน (ไม่มีห้องน้ำ) แม้ว่ารายละเอียดของการตกแต่งจะต่างกัน ทว่าทั้งสองหลังก็ดูน่าอยู่และสวยงามไม่ด้อยไปกว่ากัน แม้บ้านหลังใหญ่จะมีความสมบูรณ์พร้อมต่อการอยู่อาศัยแล้ว แต่คุณเกรียงศักดิ์ก็ให้เหตุผลที่สร้างเพิ่มเติมอีก 2 หลังว่า “เวลาที่ผมมาพักผ่อนเพื่อนฝูงที่สนิทกันมักตามมาสมทบ นัดกันมากินข้าวและก็อยู่จนดึก บางทีก็จัดปาร์ตี้รอบกองไฟ ผมมีเตาย่างบาร์บีคิวเตรียมพร้อมไว้หมด พอสนุกกันก็ไม่อยากกลับบ้านแล้ว จริงๆผมมีพื้นที่พอให้เขากางเต็นท์นอนกันได้ แต่คิดไปคิดมาสร้างเรือนรับรองน่าจะดีกว่า 1 หลังก็เหมือน 1 ห้องสวีท มีส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องนอนในตัว […]

สัมผัสชีวิตริมคลองที่…บ้านบางเชือกหนัง

วิถีชีวิตริมน้ำนับเป็นเอกลักษณ์ความเป็นอยู่อย่างชาวภาคกลางที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไปเพราะมีถนนเข้ามาแทนที่แต่บ้านริมคลองบางเชือกหนังหลังนี้ กลับเชื่อมโยงบรรยากาศแบบบ้านริมคลองยุคเก่าเข้ากับงานออกแบบสมัยใหม่

บ้านสวย เพราะต้นไม้ผสมผสาน

อยากมี บ้านสวย ๆ ดูดีไปได้นานๆ ต้องออกแบบ ต้องแต่งบ้านอย่างไร เริ่มต้นจากอะไร

บนความพอดีของชีวิต

เราได้พบ บ้านไม้ชั้นเดียว หลังหนึ่งหลบซ่อนตัวลึกเข้าไปในเรือกสวนของอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ผ่านสวนผลไม้และสวนยางมากมาย ลัดเลาะไปตามเนินเขาซึ่งเป็นภูมิประเทศเฉพาะของพื้นที่แถบนี้อย่างเงียบเชียบบ้านขนาดกำลังพอดีที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา บ้านไม้ชั้นเดียว หลังนี้เป็นของ คุณนพดล ศรีเกียรติขจร ซึ่งตั้งใจใช้เป็นบ้านสำหรับพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของครอบครัว บนทำเลที่เคยเป็นสวนผลไม้มาก่อน “ที่บ้านชอบต้นไม้ครับ สิ่งแรกที่คิดเลยก็คืออยากมีที่ให้ปลูกต้นไม้ได้ อยากมีสวนเป็นของตัวเองพอได้ทำเลที่นี่ก็คุยกับคุณเล็กผู้ออกแบบว่าอยากได้บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใหญ่มาก เป็นบ้านไม้อารมณ์ไทยๆที่เข้ากับบริบทความเป็นสวนผลไม้ของที่ดินแถวนี้” บ้านหลังนี้จึงวางแปลนโดยมีเรือนเล็กๆ 4 หลังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เชื่อมต่อด้วยระเบียงไม้ซึ่งใช้เป็นทั้งทางสัญจรในบ้านและพื้นที่อเนกประสงค์ในตัว จากถนนใหญ่เมื่อผ่านสวนผลไม้และสระว่ายน้ำเข้ามา จะพบทางเดินที่ขนาบด้วยแนวต้นไผ่ซึ่งนำพาเข้าสู่ตัวบ้าน โดยเดินเข้ามาตามทางเดินไม้ที่เปิดมุมมองสู่บ่อน้ำขนาดใหญ่และวิวภูเขาด้านหลังบ้าน “ด้วยวิวภูเขาด้านหลังและบ่อน้ำที่มีอยู่ก่อนแล้ว เพราะที่นี่เคยเป็นสวนผลไม้ ทำให้เราต้องหันทิศของตัวบ้านมาทางนี้แม้จะเป็นทิศตะวันตกก็ตาม” คุณเล็ก – กรรณิการ์ รัตนปรีดากุล สถาปนิกของบ้านหลังนี้ แก้ปัญหาการรับมือกับแสงแดดยามบ่ายที่ร้อนแรงด้วยการทำชานยื่นออกไปทางทิศตะวันตก เพื่อรับกับแสงแดดที่จะสาดส่องเข้ามา พร้อมปลูกต้นไม้ ซึ่งเมื่อโตเต็มที่ก็จะช่วยให้บรรยากาศของบ้านมีความร่มรื่นมากกว่านี้ เวลาเริ่มคล้อยสู่ช่วงสายและเที่ยง แม้คุณเล็กจะออกแบบให้หลังคาบางส่วนมีความโปร่งแสง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกร้อนแต่อย่างใด หลายองค์ประกอบทำให้บ้านหลังนี้อยู่ใน “ภาวะน่าสบาย” ได้อย่างเหลือเชื่อ ตั้งแต่ทำเลที่อยู่ในสวน มีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ การออกแบบเป็นเรือนหลังเล็กๆ แยกกัน ทำให้สามารถขยับปรับเปลี่ยนแต่ละห้องได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้เป็นเจ้าของและเว้นช่องว่างให้ลมพัดผ่านได้สะดวก บ้านหลังนี้ประกอบด้วยห้องนอนที่แยกออกเป็น 3 หลัง และพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นส่วนนั่งเล่น ครัว และส่วนรับประทานอาหารอีก 1 หลัง […]

วิลล่าสุขเสรี บ้านหลังนี้เพื่อครอบครัว

นิยามของบ้านที่หรูหราในความคิดของบางคนอาจเป็นเรื่องของงานออกแบบที่ดูวิบวับฟู่ฟ่าหรือมีความซับซ้อนจนดูน่าเกรงขาม แต่สำหรับ คุณวัชราวุธ วิคเตอร์ สุขเสรี กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งราชอาณาจักรสวีเดน และผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กลับมองว่าความหรูหราของบ้านคือความรู้สึกที่อยู่สบายปลอดโปร่ง มองเห็นธรรมชาติ และอุ่นอวลพร้อมหน้าไปกับคนในครอบครัว นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามองหาที่ดินสำหรับสร้างบ้านพักตากอากาศขนาดใหญ่เพื่อรองรับทุกคนในครอบครัว โดยใช้เวลากว่า 2 ปีตระเวนหาที่ดินอันเหมาะสม จนมาพบทำเลที่ทุกคนในบ้านถูกใจ ด้วยระยะทางที่ห่างจากทะเลเพียง 20 เมตร จึงสามารถสัมผัสถึงเสียงคลื่น ลมทะเล และความสดชื่นจากธรรมชาติรอบตัวได้ดี “ผมทำงานอยู่ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน นับตั้งแต่โรงแรมเริ่มก่อสร้าง จนถึงวันนี้ก็ 26 ปีแล้ว รวมกับประสบการณ์การเดินทางไปทำงานกับโรงแรมอีกหลายแห่งทั่วโลก ทำให้ผมมีภาพของบ้านพักผ่อนหลังนี้อยู่ในความคิดค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่แรกเมื่อมาเห็นที่ดิน คือมองเอาไว้ต่างจากความคลาสสิกของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อย่างสิ้นเชิง เพราะผมต้องการบ้านหลังใหญ่ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถใกล้ชิดกันได้ด้วย แต่ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่แยกส่วนตัวรูปแบบบ้านเป็นสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารี ซึ่งลักษณะที่ดินนั้นยาวและลึกมากเกือบ 100 เมตร บนพื้นที่ 2 ไร่ เลยเป็นโจทย์ที่ยากหน่อยสำหรับสถาปนิก” แต่ด้วยความคุ้นเคยกับ คุณรุ่งโรจน์ ลีสินสวัสดิ์ สถาปนิกที่ร่วมงานกันมาหลายครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะตีโจทย์และแปลงความต้องการเหล่านี้ให้กลายเป็นบ้านรูปทรงคล้ายตัวเอช (H) เพื่อแยกพื้นที่ใช้งานระหว่างกันและมีความเป็นส่วนตัวที่ค่อนข้างมิดชิด ทว่ายังเน้นมุมมองออกสู่ธรรมชาติของทะเล พร้อมทางเดินส่วนกลางซึ่งเปิดโปร่งเชื่อมโยงกันไว้ “ที่ผมกำหนดไว้ยังมีเรื่องของบ้าน 4 เสาที่เป็นเหมือนตัวแทนของสวรรค์ชั้น 4 […]

บ้านที่มีลมหายใจ…และกำไรของชีวิต

ณ หัวโค้งหนึ่งของทางหลวงชนบทที่ลัดเลาะไปตามท้องทุ่งในตำบลบ้านชัฏป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มองเข้าไปก็จะเห็นบ้านหลังคาแป้นเกล็ดที่ดูแปลกตากว่าบ้านเรือนโดยรอบ ตัวอาคารคอนกรีตแซมด้วยองค์ประกอบไม้แลดูนิ่งสงบและอบอุ่น บ้านหลังนี้คือบ้านของ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ และครอบครัว “มีความคิดว่าเมื่อคุณพ่อเกษียณก็อาจมาอยู่ทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตง่ายๆอยู่ที่นี่” คุณเต้อเล่าถึงสาเหตุที่มาปลูกบ้านอยู่ที่นี่ “เริ่มมาจากตอนหนีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯปี 2554 เราทั้งครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และผมมาเช่ารีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แปลงนี้ และก็เริ่มติดใจบรรยากาศของพื้นที่แถบนี้” แม้จังหวัดราชบุรีจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากขับรถก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ แต่อำเภอสวนผึ้งซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังยังมีบรรยากาศแบบชนบทอย่างเต็มเปี่ยม   “ที่นี่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ ผมสามารถขับรถไปทำงานที่อาศรมศิลป์ได้บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่บ้านตากอากาศ แต่เป็นบ้านอีกหลังที่หากคุณพ่อเกษียณแล้วคงมาอยู่กัน” มองจากภายนอกบ้านหลังนี้ดูใหญ่โตทีเดียว แต่ความจริงแล้วการออกแบบเริ่มมาจากการสร้างพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แล้วจึงนำมาผนวกเข้าด้วยกัน “บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ร่วมกัน บ้านใหม่ก็เลยอยากให้ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็เชื่อมพื้นที่เหล่านั้นด้วยโถงทางเดิน เปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นสวนและกั้นความเป็นส่วนตัวของทุกห้องออกจากกัน แต่ก็ยังหลวมพอที่ลมจะไหลเวียนผ่านทุกส่วนของบ้านได้” บ้านหลังนี้จึงมีรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ที่ทับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีลานหินกรวดซึ่งปลูกต้นไม้ใหญ่สองสามต้นอยู่ตรงกลาง หากมองจากด้านบนก็จะเห็นว่ามีส่วนกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวและเพิ่มความสดชื่นให้ทุกพื้นที่ในบ้าน แต่มองจากด้านล่างกลับดูนิ่งสงบ เข้ากับห้องทำงานของคุณเต้อที่ต้องการสมาธิในการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม ทางเดินทั้งหมดภายในบ้านและระเบียงของแต่ละห้องตั้งอยู่บนคานยื่น (Cantilever) ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม “ผมคิดว่าคานยื่นนั้นเป็นเหมือน ‘กำไรของโครงสร้าง’ เพราะไม่ต้องเสียฐานราก ไม่ต้องเสียเสา ใช้การฝากน้ำหนักไว้กับโครงสร้าง จึงออกแบบให้ทางเดินและระเบียงเป็นโครงสร้างที่ยื่นออกไป 1.50 เมตร ทั้งเพิ่มพื้นที่สัญจรและช่วยกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงทำให้บ้านดูเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นคล้ายยุ้งข้าวอีกด้วย” […]

บ้านต่างวัยแต่ใจเดียวกัน

แม้จะไม่มีข้อมูลทางสถิติมายืนยัน แต่เรามั่นใจว่าเวลาและประสบการณ์ทำให้การเลือกบ้านในฝันของแต่ละช่วงอายุนั้นต่างกันออกไปในวัยรุ่นอาจต้องการเพียงพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว ขณะที่วัยผู้ใหญ่ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มต้นสร้างตัวและครอบครัวคงมีช่วงเวลาหนึ่งที่คิดว่าจะเลือกอยู่บ้านเดิมของพ่อแม่หรือย้ายออกไปหาบ้านใหม่ ส่วนวัยบั้นปลายก็คงต้องการแค่ความสะดวกสบาย ความสบายกายและใจ รวมถึงได้อยู่บ้านพร้อมหน้ากับครอบครัว คงเป็นความโชคดีของครอบครัว อารักษ์เวชกุล เพราะเจ้าของบ้านหลังนี้ค้นหาความต้องการของตัวเองพบตั้งแต่เริ่มต้น คุณพบ – ศีลวัตรและ คุณจอย – ลลิตา อารักษ์เวชกุล สองสถาปนิกที่มีโอกาสสร้างบ้านที่ใช่สำหรับครอบครัวเล็กๆผังของบ้านทั้ง 3 หลังจัดวางเป็นรูปตัวแอล (L) ตัวบ้านออกแบบเป็นสไตล์โมเดิร์นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยวัสดุอย่างปูนเปลือยและไม้ธรรมชาติ ประกอบด้วยบ้านหลังแรกซึ่งเดิมทีอย่อูาศัยกัน 4 คน ได้แก่คุณพบ คุณพ่อ คุณแม่ และน้องชาย โดยอยู่ตำแหน่งตรงกลางที่ดิน คุณพบเล่าว่า เขาได้รับโจทย์จากคุณพ่อให้ออกแบบบ้านนี้ตั้งแต่ตอนเรียนจบใหม่ๆ ถือเป็นผลงานออกแบบชิ้นแรกที่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่   กระทั่งเมื่อคุณพบแต่งงานกับคุณจอยจึงได้ออกแบบบ้านหลังที่สองเพื่อให้เป็นบ้านของน้องชายแยกออกมาต่อมาเมื่อน้องชายแต่งงานจึงแยกบ้านออกไป ส่วนหลังที่สามเป็นของคุณแม่คุณจอย ซึ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันเพื่อจะได้ใกล้ชิดหลาน ทั้งครอบครัวจึงซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อให้ได้อยู่ติดกัน จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือแม้จะปลูกสร้างในพื้นที่เดียวกัน แต่ก็ไม่ได้ใช้พื้นที่ร่วมกันทั้งหมดเพื่อให้ทุกคนยังคงมีความเป็นส่วนตัวด้วย ทว่าก็ยังเว้นที่ไว้สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง และมีพื้นที่ระหว่างกันในบ้านแต่ละหลัง คุณพบและคุณจอยเล่าว่า “เราชอบทำเลย่านพัฒนาการ เพราะยังโล่งและไปไหนมาไหนสะดวก ไม่เคยคิดจะไปอยู่ที่อื่นโครงการที่อยู่นี้ก็เงียบๆ เล็กๆ มีกรรมการหมู่บ้านที่ดี ที่สำคัญคือเราได้ออกแบบเอง เป็นบ้านที่อยู่สบาย มีการระบายอากาศที่ดี” บ้านที่ดีก็คือบ้านที่อยู่สบาย คุณพบวางผังของบ้านแต่ละหลังไม่ให้บดบังทิศทางลมซึ่งกันและกัน เว้นพื้นที่ตรงกลางของบ้านเป็นคอร์ตขนาด 4 × 8 […]

หยุดพะงันไว้ที่…บ้านสมใจ

  “ฟ้า…และท้องทะเลกับลมนั้นมีอยู่…” ท่อนหนึ่งจากบทเพลง “ให้เธอ” โดยอัสนีและวสันต์ โชติกุล นั้นพอจะสื่อถึงบรรยากาศของบ้านหลังนี้ได้เป็นอย่างดี ในวันที่โลกเริ่มจะหมุนเร็วเกินไป ภาพบรรยากาศริมทะเลแบบเดิมๆ ก็เริ่มไกลห่างออกไปจากความทรงจำของเรา แต่ “พะงัน” จะยังคงเป็น “พะงัน” เสมอที่บ้านหลังนี้…“บ้านสมใจ” บ้านและที่พักสำหรับนักเดินทาง คุณนัด – ณัฏฐวุฒิ พิริยประกอบ สถาปนิกจาก NPDA Studio ลูกชายของ คุณบรรจบ และ คุณสมใจ พิริยประกอบ เจ้าของบ้านหลังนี้ เริ่มต้นเล่าให้เราฟังว่า “คุณพ่อและคุณแม่เกษียณมานานแล้ว พื้นเพเดิมของคุณพ่อเป็นคนเกาะพะงัน และมีที่ดินที่คุณย่าแบ่งไว้ให้ ก่อนหน้านี้พะงันเคยเงียบสงบ มีบรรยากาศสบายๆ ถนนหนทางก็ยังไม่ค่อยมี นักท่องเที่ยวที่มาเกาะนี้จึงเป็นผู้ที่รักในความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง จะมาทีก็ต้องไปสมุยก่อนแล้วต่อเรือมาที่พะงัน ที่แห่งนี้ก็เคยเป็นสวนมะพร้าวไม่ได้มีอะไรหวือหวาเป็นพิเศษ ในวันหยุดบางครั้งพวกเราก็กลับมาที่พะงัน มารับบรรยากาศทะเล บรรยากาศสวนมะพร้าว มองไปไกลๆ เห็นเรือประมง นั่นเป็นภาพจำของพะงันสำหรับผมเลย” ทุกวันนี้เราสามารถนำรถข้ามฝั่งจากสุราษฎร์ธานีมาที่เกาะพะงันได้โดยสะดวกด้วยบริการของเรือเฟอร์รี่ ทำให้พะงันมีบรรยากาศคึกคักขึ้นมาก ปัจจัยสำคัญก็คือเทศกาลฟูลมูนปาร์ตี้ที่เลื่องลือกันในหมู่นักท่องเที่ยว “ช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาก็พอดีว่าคุณพ่อและคุณแม่เกษียณอายุราชการ จากที่ทำงานอยู่ที่จังหวัดอื่น สุดท้ายก็เลยตกลงกลับบ้านที่พะงัน และเริ่มทำที่พักคล้ายเป็นโฮมสเตย์ (โคโคนัทแอนด์หนุ่มรีสอร์ต)” คุณพ่อและคุณแม่ของคุณนัดจึงมีกิจกรรมทำหลังเกษียณ “แขกที่มาพักก็หลากหลาย […]

อบอุ่น ละมุน ร่วมสมัย

ประตูไม้บานเล็กเปิดออกให้เห็นสวนหินสไตล์ญี่ปุ่นที่ดูเรียบง่ายสบายตาช่วยเพิ่มความรู้สึกสงบนิ่งเหมือนเช่นตัวบ้านที่ออกแบบให้มีรูปทรงแบบเรขาคณิตดูไม่หวือหวา ทว่าก็มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เจ้าของบ้านตัดสินใจเลือกบ้านหลังนี้ “เดิมทีผมมีบ้านอยู่อีกที่หนึ่ง หลังนั้นค่อนข้างเล็ก ก็เลยอยากได้บ้านที่มีสนามหญ้าหน้าบ้าน มีบ่อปลาคาร์พ มีมุมปาร์ตี้สังสรรค์กันเล็กๆ ภายในครอบครัว และผมก็มาเจอที่นี่ ชอบที่ตำแหน่งของบ้านมีลมพัดผ่านตลอดเวลา บรรยากาศในบ้านจึงเย็นสบาย” เจ้าของบ้านเกริ่นถึงที่มาของบ้านหลังนี้ให้ฟัง บนพื้นที่ประมาณ 360 ตารางเมตรที่มาพร้อมกับตัวบ้านของโครงการ เจ้าของบ้านต้องการแบ่งสัดส่วนและต่อเติมบ้านใหม่ทั้งหมด จึงค้นหาทีมสถาปนิกและนักออกแบบตกแต่งภายในจากอินเทอร์เน็ต จนได้มาพบกับ คุณดาวุค – นิรัติศัย สลาม จากบริษัทพาย จำกัด ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้อย่างครบถ้วน “เจ้าของบ้านอยากได้บ้านที่ดูอุ่นๆ ไม่โมเดิร์นจนเกินไป มีบรรยากาศอบอุ่นแบบโฮมมี่ ผมจึงตีโจทย์เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นผสมกับคอนเทมโพรารีที่มีความร่วมสมัยครับ” คุณดาวุคเล่าถึงแนวทางออกแบบว่า เน้นความเรียบหรูภายใต้โทนสีขาวที่ดูสว่าง เริ่มที่ส่วนรับแขกออกแบบให้เชื่อมต่อไปถึงส่วนรับประทานอาหารและส่วนเตรียมอาหาร วัสดุส่วนใหญ่ที่บ้านหลังนี้เลือกใช้ก็เป็นวัสดุธรรมชาติอย่างหินอ่อนและไม้ “เจ้าของบ้านชื่นชอบหินและไม้อยู่แล้ว อยากให้บ้านทั้งหลังดูอบอุ่นด้วยโทนสีครีมและขาว ผมและทีมงานจึงออกแบบให้ที่นี่มีบรรยากาศที่ดูกลมกลืนกันทั้งหลังซึ่งกลมกลืนในที่นี้หมายถึงเข้ากันได้ดี ไม่ขัดแย้งกันระหว่างไม้กับหินครับ” ถัดจากส่วนรับแขกก็เป็นโต๊ะรับประทานอาหารสีขาวที่จัดวางอย่างโดดเด่น อีกทั้งเพิ่มความน่าสนใจให้พื้นที่โดยรอบด้วยตู้ปลาขนาดใหญ่ที่เจ้าของบ้านรักและชื่นชอบ โดยติดตั้งอยู่ในผนัง ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ถัดมาคือห้องนั่งเล่นที่เจ้าของบ้านและครอบครัวมักใช้เวลาในช่วงหัวค่ำมารวมตัวพูดคุยกัน จัดวางโซฟาสีส้มบนพื้นพรมเนื้อนุ่มสีเทา – ดำ เข้ากันได้ดีกับฝ้าเพดานที่ออกแบบเป็นระแนงไม้ เพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง นอกจากนี้เมื่อมองทะลุประตูบานเลื่อนกระจกออกไปด้านนอกจะเห็นบ่อปลาคาร์พที่ทำหน้าที่เพิ่มความเป็นธรรมชาติและสร้างบรรยากาศน่าสบายให้บ้าน “ในห้องนั่งเล่นนี้ยังมีมุมสำหรับปาร์ตี้กันเล็กๆ ออกแบบให้มีมินิบาร์เพื่อรับรองแขกที่มาเยือน ด้านหลังเป็นตู้บิลท์อินสำหรับเก็บของและโชว์ถ้วยรางวัลที่เจ้าของบ้านได้มาจากการแข่งขันดริฟต์รถแข่ง”   เมื่อขึ้นไปยังชั้นบนจะเห็นมุมนั่งเล่นที่เชื่อมไปยังห้องนอนใหญ่ ห้องนอนลูกสาว และห้องนอนลูกชาย […]

บ้านซ่อนตัว

สบาย ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว คือปัจจัยหลักที่เรานึกถึงก่อนจะสร้างบ้านหรือเลือกพื้นที่ส่วนตัว แบบบ้านโมเดิร์น หลังใหญ่ที่ดูน่าค้นหาหลังนี้สะดุดตาตั้งแต่ไกลด้วยที่ตั้งซึ่งอยู่ในเขตชุมชนของอำเภอเมืองนครปฐม แต่กลับมีความเป็นส่วนตัวอย่างมากด้วยรั้วปูนเว้นร่องเล็กๆ ที่ดูเท่และไม่ทึบจนเกินไป เมื่อเข้ามาด้านในก็ยิ่งตื่นเต้น เพราะเราไม่อาจมองเห็นตัว แบบบ้านโมเดิร์น ทั้งหมดได้ จากมุมนี้สร้างความสงสัยว่าถ้าจะเข้าไปในตัวบ้านจริงๆ ต้องเข้าทางไหนกันแน่ คุณมีชัย เจริญพร สถาปนิกจากบริษัท Backyard Architect จำกัด เล่าให้ฟังว่า “เจ้าของบ้านต้องการความเป็นส่วนตัวสูงมาก บนที่ดินผืนนี้ประกอบด้วยบ้านจำนวน 3 หลัง โดยมีคอร์ตกลางเป็นตัวเชื่อมพื้นที่ทั้งหมด” นอกจากบ้านหลักของเจ้าของบ้านแล้ว บ้านหลังที่สองเป็นบ้านของพี่และน้อง ส่วนหลังสุดท้ายเป็นบ้านคุณพ่อคุณแม่ ตามความต้องการที่จะอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีความเป็นส่วนตัวด้วย สถาปนิกเสนอให้บีบพื้นที่ของบ้านให้กะทัดรัด และออกแบบให้มีสวนเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้งานร่วมกัน ซึ่งทำให้บ้านดูอบอุ่นขึ้นด้วย คุณมีชัยเล่าต่อไปว่า “เจ้าของบ้านอยากให้แต่ละพื้นที่ของบ้านมีการเล่นระดับและสเต็ปไม่เท่ากัน ผมได้นำโจทย์นี้มาพัฒนาต่อ โดยใช้บันไดเป็นตัวเชื่อม วัสดุหลักเป็นไม้ เพราะดูเรียบง่ายและอบอุ่น” การออกแบบโดยใช้บันไดเป็นตัวเชื่อมอาคารทั้งสามหลังจึงทำให้เกิดพื้นที่ที่ลดหลั่นเป็นสเต็ป ซึ่งช่วยแยกความเป็นส่วนตัวของแต่ละครอบครัว อีกทั้งเป็นตัวบอกพื้นที่การใช้งานได้ดี เช่น บันไดด้านหน้าที่ใช้โครงเหล็กและไม้จริงเป็นระแนงบังสายตาจากภายนอก สร้างความเป็นส่วนตัว และใช้กับบ้านหลังแรกเท่านั้น

keyboard_arrow_up