Lastburi เลือนลาง กระจ่างชัด | อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของ ราชบุรี (ตอนที่ 1)

ปี 2018 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น เป็นปีทีเราได้เห็นการนำเสนอผลงานศิลปะในสไตล์ใหม่ๆ ของ ติ้ว วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ศิลปินมือรางวัลชาวราชบุรี อาทิ ผลงานประติมากรรมเรซิ่นไฟเบอร์ ช้างแอฟริกันแม่ลูก ซึ่งสามารถสื่อสารประเด็นของการฆ่าช้างเอางาได้อย่างทรงพลัง(จัดขึ้นเมื่อปลายปี 2018 ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร) และ ล่าสุดกับ “Lastburi: ราชบุรี  เลือนลาง กระจ่างชัด ” นิทรรศการผลงานภาพถ่ายเต็มรูปแบบครั้งแรก ณ พื้นที่แสดงงาน โรงโอ่ง เถ้าฮงไถ่ ที่ วศินบุรี ได้ลั่นชัตเตอร์สร้างผลงานภาพถ่ายร่วมสมัยที่บอกเล่าเรื่องราวของจังหวัดบ้านเกิดของเขาได้อย่างมีชั้นเชิง baanlaesuan.com ได้รับเกียรติจาก วศินบุรี พาชมนิทรรศการในครั้งนี้ แบบ Exclusive ซึ่งเราไม่พลาดที่จะเก็บเรื่องราว และ บรรยากาศจของนิทรรศการนี้มาฝากกัน คำว่า “บุรี” หรือ “เมืองนั้น” เมื่อนำต่อท้ายคำว่า Last (สุดท้าย) หากแปลตรงตัวคงจะหมายถึง เมืองสุดท้าย แต่ วศินบุรี ตั้งชื่อนิทรรศการนี้ไว้เป็นคำถาม ซึ่งเกิดจากการสังเกตุสังคมท้องถิ่นของเขาที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา บางสิ่งก็ยังคงอยู่ แต่บางสิ่งก็ค่อยๆเลือนหายไป […]

บ้านที่มีลมหายใจ…และกำไรของชีวิต

ณ หัวโค้งหนึ่งของทางหลวงชนบทที่ลัดเลาะไปตามท้องทุ่งในตำบลบ้านชัฏป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มองเข้าไปก็จะเห็นบ้านหลังคาแป้นเกล็ดที่ดูแปลกตากว่าบ้านเรือนโดยรอบ ตัวอาคารคอนกรีตแซมด้วยองค์ประกอบไม้แลดูนิ่งสงบและอบอุ่น บ้านหลังนี้คือบ้านของ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ และครอบครัว “มีความคิดว่าเมื่อคุณพ่อเกษียณก็อาจมาอยู่ทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตง่ายๆอยู่ที่นี่” คุณเต้อเล่าถึงสาเหตุที่มาปลูกบ้านอยู่ที่นี่ “เริ่มมาจากตอนหนีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯปี 2554 เราทั้งครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และผมมาเช่ารีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แปลงนี้ และก็เริ่มติดใจบรรยากาศของพื้นที่แถบนี้” แม้จังหวัดราชบุรีจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากขับรถก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ แต่อำเภอสวนผึ้งซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังยังมีบรรยากาศแบบชนบทอย่างเต็มเปี่ยม   “ที่นี่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ ผมสามารถขับรถไปทำงานที่อาศรมศิลป์ได้บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่บ้านตากอากาศ แต่เป็นบ้านอีกหลังที่หากคุณพ่อเกษียณแล้วคงมาอยู่กัน” มองจากภายนอกบ้านหลังนี้ดูใหญ่โตทีเดียว แต่ความจริงแล้วการออกแบบเริ่มมาจากการสร้างพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แล้วจึงนำมาผนวกเข้าด้วยกัน “บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ร่วมกัน บ้านใหม่ก็เลยอยากให้ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็เชื่อมพื้นที่เหล่านั้นด้วยโถงทางเดิน เปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นสวนและกั้นความเป็นส่วนตัวของทุกห้องออกจากกัน แต่ก็ยังหลวมพอที่ลมจะไหลเวียนผ่านทุกส่วนของบ้านได้” บ้านหลังนี้จึงมีรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ที่ทับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีลานหินกรวดซึ่งปลูกต้นไม้ใหญ่สองสามต้นอยู่ตรงกลาง หากมองจากด้านบนก็จะเห็นว่ามีส่วนกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวและเพิ่มความสดชื่นให้ทุกพื้นที่ในบ้าน แต่มองจากด้านล่างกลับดูนิ่งสงบ เข้ากับห้องทำงานของคุณเต้อที่ต้องการสมาธิในการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม ทางเดินทั้งหมดภายในบ้านและระเบียงของแต่ละห้องตั้งอยู่บนคานยื่น (Cantilever) ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม “ผมคิดว่าคานยื่นนั้นเป็นเหมือน ‘กำไรของโครงสร้าง’ เพราะไม่ต้องเสียฐานราก ไม่ต้องเสียเสา ใช้การฝากน้ำหนักไว้กับโครงสร้าง จึงออกแบบให้ทางเดินและระเบียงเป็นโครงสร้างที่ยื่นออกไป 1.50 เมตร ทั้งเพิ่มพื้นที่สัญจรและช่วยกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงทำให้บ้านดูเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นคล้ายยุ้งข้าวอีกด้วย” […]

keyboard_arrow_up