ตั้งกระทู้ใหม่
กะเรกะร่อน....
กะเรกะร่อน ....เป็นกล้วยไม้พันธุ์แท้ในสกุล Cymbidium ในธรรมชาติมักพบเห็นขึ้นอยู่กับเจ้าต้นตาล
จากคุณ คนลักสวน [5/14/2008 12:03:10 PM]
 
ความคิดเห็นที่ 1
แต่ส่วนใหญ่เห็นบ่อนแถวภาคใต้ ... มีระบบรากกึ่งอากาศ ส่วนใหญ่ ใช้เครื่องปลุกพวกถ่านทุบ โดยมี ใบยาวเรียว และถ้าเลี้ยงในที่แสงน้อยใบจะเข้มขึ้นและไม่ออกดอก
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 12:06:36 PM]

ความคิดเห็นที่ 2
Cymbidium bicolor (กะเรกะร่อนสองสี) เลี้ยงในกรุงเทพได้ ออกดอกได้
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 12:09:17 PM]

ความคิดเห็นที่ 3
Cymbidium finlaysonianum (กะเรกะร่อนปากเป็ด) เลี้ยงในกรุงเทพ ได้ และออกดอกได้
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 12:11:34 PM]

ความคิดเห็นที่ 4
สวยมากครับน้าลักสวน ของที่บ้านหรือครับ เวลารดน้ำท่าทางลำบากใช่เล่น
จาก คุณ อู๊ด[5/14/2008 12:13:21 PM]

ความคิดเห็นที่ 5
กะเรกะร่อนแดง เลี้ยงในกรุงเทพได้ และออกดอกได้ อีกทั้งยังทนร้อนทนแดดได้ดี สามารถออกดอกได้ในเดือนเมษายน ลักษณะของใบที่แคบ ยาว
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 12:17:25 PM]

ความคิดเห็นที่ 6
สวยจังค่ะ....เลี้ยงนานหรือยังคะ....คห.ที่2 เข้ากับลายไม้มาก ๆ เลย..
จาก คุณ พีทูเนีย[5/14/2008 12:18:51 PM]

ความคิดเห็นที่ 7
Cymbidium sinense (กะเรกะร่อนนิล) ไม่สามารถออกดอกได้ ในกรุงเทพ แต่ ที่ภาคเหนือ กลับออกดอกได้
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 12:25:26 PM]

ความคิดเห็นที่ 8
กะเรกะร่อนอินทนนท์ ต้องอากาศเย็นเท่านั้นถึงจะออกดอกได้
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 12:29:50 PM]

ความคิดเห็นที่ 9
กะเรกะร่อนปากนกแก้ว เลี้ยงในกทม และพื้นราบไม่ได้ ต้องเลี้ยงในที่สูง และอากาศหนาวเท่านั้น
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 12:32:58 PM]

ความคิดเห็นที่ 10
ชื่นนนนนจายยยยยย...สวยมากกกกก... เลยค่ะคุณคนลักสวน......ขอบคุณค่ะ...
จาก คุณ คุณแม่....น้ำหวาน[5/14/2008 12:34:13 PM]

ความคิดเห็นที่ 11
Cymbidium devonianum (กะเรกะร่อนใบพาย)เลี้ยงในกทม และพื้นราบไม่ได้ ต้องเลี้ยงในที่สูง และอากาศหนาวเท่านั้น
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 12:42:06 PM]

ความคิดเห็นที่ 12
ชอบคห 5 จังสวยอ่ะค่ะ
จาก คุณ วรรณ[5/14/2008 12:46:07 PM]

ความคิดเห็นที่ 13
ชอบคห 5 จังสวยอ่ะค่ะ
จาก คุณ วรรณ[5/14/2008 12:46:07 PM]

ความคิดเห็นที่ 14
คุณ อู๊ด เวลารดน้ำก็รดลงมาจากระเบียงชั้น 2 ส่วนด้านล่างก้เป็นกกอียิปต์ กับ เจ้าลีลาวดี สิงคโปร์ รดครั้งเดียวได้สามต้น ....ปกติ แขวนไว้หลังบ้านครับ คุณ พีทูเนีย แต่วันนั้นไปบ้านท่านริมคลอง ของแกช่อออกดอกมา 8-10 แกบอกว่า เอาออกแดดจะดี ผมเลยย้ายมาติดไว้ ที่ผนังบ้านด้านบนแทน ได้ผลครับ เริ่มแทงช่อดอกออกมาเหมือนกันครับ....ต้องขอบคุณท่านริมคลองที่แนะนำครับ....คุณแม่....น้ำหวาน ครับเดี๋ยวผมแว่บไปสายใต้ใหม่ก่อนครับ ....
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 12:52:27 PM]

ความคิดเห็นที่ 15
ดอกเค้า ครับ คุณ วรรณ .....กะเรกะร่อนแดง เลี้ยงในกรุงเทพได้ และออกดอกได้ อีกทั้งยังทนร้อนทนแดดได้ดี สามารถออกดอกได้ในเดือนเมษายน
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 12:55:13 PM]

ความคิดเห็นที่ 16
ปลูกไว้นาน......แล้ว ไม่เห็นออกดอก.......
จาก คุณ คนสวน[5/14/2008 1:10:35 PM]

ความคิดเห็นที่ 17
กะเรกะร่อน....ในอดีตที่บ้านผมมีนะเยอะด้วย จากคำบอกเล่าของแม่....ด้วยชื่อที่ไม่เป็นมงคลในความรู้สึกของแม่....กะเรกะร่อน จะทำให้ลูกหลานกระจัดกระจาย....จึงตัดทำลายหมด...นึกแล้วเสียดายย้อนหลัง...มิฉนั้นจะได้เปลี่ยนชื่อให้แม่...ดอกสวยมากคุณ คนลักสวน.......
จาก คุณ ชื่อกานต์ แต่อยู่ประจวบฯ[5/14/2008 1:14:30 PM]

ความคิดเห็นที่ 18
เดี๋ยวระหว่างไปเอาของที่สายใต้ใหม่ จะแวะถ่ายฝักของกะเรกะร่อน มาฝากเพื่อนๆๆ อาจารย์แกดันซื้อตัดหน้าผมไปก่อน เสียดายติดฝักด้วยครับ ....
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 1:14:51 PM]

ความคิดเห็นที่ 19
กะเรกะร่อน ... สวยทุกภาพเลยค่ะ background บ้านคุณคนลักสวนก็สวยนะคะ .... เอ้อ .. ว่าจะถามคุณคนลักสวนว่า เอื้องโมกนี่เป็นไม้หายากป่าวคะ ... วันอาทิตย์ที่แล้วไปถามหา ... คนขายทำหน้างงๆ
จาก คุณ มะตาด[5/14/2008 1:20:50 PM]

ความคิดเห็นที่ 20
ที่บ้านพี่ชายติดฝักเต็มเลยคับน้าลักสวน ทำยังไงกับมันดีคับ
จาก คุณ ชายฝั่ง[5/14/2008 1:25:33 PM]

ความคิดเห็นที่ 21
สวย...สวยค่ะ..คุณลักสวนมีครบทุกสียัง
จาก คุณ ผ่านมา[5/14/2008 1:29:04 PM]

ความคิดเห็นที่ 22
เมื่อก่อนแถวบ้าน...จะมีเยอะเลยค่ะ... แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเจอค่ะ.... ล่าสุด...เมื่อต้นเดือน...แม่น้ำหวานไปเจอที่งานวัดฉลองค่ะ.... คุณมะตาดสนใจหรือค่ะ... ไว้แม่น้ำหวานจะดูให้นะคะ... ถ้ามี.....
จาก คุณ คุณแม่....น้ำหวาน[5/14/2008 1:33:39 PM]

ความคิดเห็นที่ 23
ข้อมูลแน่นเหมือนเดิมเลยนะคะ...ขอบคุณค่ะ...บางข้อมูลที่คุณคนลักสวนให้ไว้ก็นำไปปรับใช้กับสวนที่บ้านได้..ขอบคุณหลาย ๆๆ นะคะ
จาก คุณ พีทูเนีย[5/14/2008 1:33:50 PM]

ความคิดเห็นที่ 24
สงสัยต้องหามาปลูก... บ้างซะแหละ สวยดีคะ
จาก คุณ kitkat[5/14/2008 1:57:19 PM]

ความคิดเห็นที่ 25
ขอบคุณคุณคนลักสวนที่ขยันหาความรู้มาฝากเพื่อนๆค้า ขอเสริมเล็กน้อยนะค้า ไม้นี้ก็มีรากยึดแข็งแรง อยากให้เพื่อนๆที่เลี้ยงในกระถางเล็กๆ เปลี่ยนไปเกาะต้นไม้ใหญ่เลยจะดีกว่า เพราะรากจะยึดติด( กระถางกล้วยไม้ )แล้วดึงไม่ออกค้า ตอนนี้ต้นใหญ่ได้ย้ายไปเกาะต้นะมะขามแล้ว ดูสดชื่น ... ส่วนต้นเล็กที่แยกไว้ใส่กระถาง แบบของคุณคนลักสวน นั้นแงะไม่ออกแล้วค้า ....
จาก คุณ ป้าแจม[5/14/2008 3:33:09 PM]

ความคิดเห็นที่ 26
ที่บ้านมีเยอะมากๆ เลยค่ะ เค้าเกาะอยู่กับต้นตาล ขึ้นเองตามธรรมชาติน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นพันธุ์อะไรเหมือนกัน เมื่อก่อนไม่เห็นความสำคัญเลย หันไปทางไหนก็เจอ แต่ตอนนี้หวงค่ะ คนมาขอซื้อลูกตาล เค้าจะเลาะออก เพราะมันขวางทางเวลาเค้าจะปีนขึ้นไปเก็บลูกตาล อุ๋มเลยไม่ขายเลย เพราะเริ่มเห็นน้อยแล้ว แต่ก่อนต้นตาลข้างทางแถวๆ เพชรบุรี มีเกาะอยู่ทุกต้น ทุกวันนี้ไปหาไม่เจอแล้วค่ะ
จาก คุณ อุ๋ม[5/14/2008 3:36:36 PM]

ความคิดเห็นที่ 27
ดีแล้วค้าคุณอุ๋มขา ... ที่ปล่อยเค้าเกาะไว้กะต้นตาล ชอบมากๆๆ ... เวลาไปหัวหินต้องผ่านเพชรฯ สองข้างทางมีอาไรให้ชมเยอะเลย ทั้งหางนกยูง คูน อินทนิล เสลา ลีลาวดี ....
จาก คุณ ป้าแจม[5/14/2008 4:12:15 PM]

ความคิดเห็นที่ 28
ใช่ค่ะป้าแจม ทุกวันนี้นะ ไปเพชรฯ แล้วใจหายค่ะ ไม่เห็นกะเร่กะร่อน เกาะต้นตาลตามทาง อย่างที่เคย
จาก คุณ อุ๋ม[5/14/2008 4:23:13 PM]

ความคิดเห็นที่ 29
เป็นความจริง อย่างที่ คุณ ป้าแจม และคุณ อุ๋ม ว่ามาครับ เจ้ากะเรกะร่อนนี้ เค้า ชอบขึ้นอยู่ตามซอกใบของต้นตาลครับ แต่ต้นมะพร้าว ต้นหมาก ปาล์ม เค้ากลับขึ้นไม่ได้ ทั้งที่เค้าอยากจะขึ้น ....เมื่อย้อนกลับไปสมัยเด็ก ผมยังจำได้ว่า ถ้าหากวันไหนคุณ พ่อผมพาไปเที่ยวชะอำ แก่งกระจาน จำได้ว่า ก็เคยเห็นเจ้ากะเรกะร่อนขึ้นอยู่บนต้นตาลสองข้างทาง ตลอดเมื่อเริ่มเข้าเพชรบุรี เมืองหม้อแกงอร่อย แต่ทุกวันนี้ เมื่อ2สัปดาห์ ก่อน สองข้างทางเห็นแต่ ป้านร้านขายขนมหม้อแกง ตระกูล แม่กิม....ทั้งหลาย กิมไล้ กิมอีกหลายกิม ....ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เห็นแต่ต้นตาลสองข้างทาง และเจ้ากะเรกะร่อนที่ออกมาต้อนรับแขกที่มาเยือนเมืองเพชรบุรี....
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 7:30:55 PM]

ความคิดเห็นที่ 30
คุณคนสวน มันไม่ออกดอกลองเอาออกมาให้โดนแดดหน่อยสิครับลองดู ขอโดนแดดสักครึ่งวันพอนะครับ โดนแดดมากไปใบใหม้จะไม่สวยอีกครับ รับรองออกดอกแน่ๆผมพิสูจน์มาแล้ว ในร่มใบเขียวสวยออกดอก2ช่อ อเอาออกมาเจอแดดปีนี้ออกมา15ช่อครับผ้ม
จาก คุณ บ้านริมคลอง[5/14/2008 7:38:49 PM]

ความคิดเห็นที่ 31
กะเรกะร่อนแดงอ่อนๆของคนลักสวนสวยดีครับ สีหวานจับใจ555
จาก คุณ บ้านริมคลอง[5/14/2008 7:39:31 PM]

ความคิดเห็นที่ 32
ผมก็ได้รับคำแนะนำจากท่าน บ้านริมคลอง ครับ ได้แดด และความชื้นหน่อย แทงช่อดอกเลยครับ....ท่านบ้านริมคลอง ออกมา 15 ช่อนี้ แสดงว่า คอยนับอยู่ตลอดแน่เลยท่าน.....จาก 8 ช่อเมื่อวันที่ 11/4 ผ่านมา 1เดือน ออกมาอีก 7 เป็น 15 ช่อนี้ แจ่มไปเลยครับ พี่น้อง น้าถ่ายรูปมาอัพเดทบ้าง เออวันหน้าจะพาแฟนไปกินข้าวร้านที่ไปกินกับน้า เสาร์ อาทิตย์ น้าอยู่บ้านไหม ....ภาพนี้เมื่อวันที่ 11/4/51 ครับ
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 7:47:57 PM]

ความคิดเห็นที่ 33
เอื้องโมกนี่ หาในท้องตลาดยากเหมือนกันครับ เดี๋ยวผมลองหาให้ครับ เห็นอยู่ แว่บๆๆครับคุณ มะตาด
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 7:53:17 PM]

ความคิดเห็นที่ 34
ถ้ามีฝักก้แสดงว่ามีเมล็ดอยู่ข้างในเค้าครับคุณชายฝั่ง...รูปฝักที่ไปแอบถ่ายที่ร้านอาจารย์เพาะช่างแกซื้อไปซะก่อน แขวนเก็บไว้เงียบเลย....
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 7:58:08 PM]

ความคิดเห็นที่ 35
ไม่ชัดอีก ลองเล็งเห็นที่อวบเหมือนบวบนั่นล่ะฝักเจ้ากะเรกะร่อนครับ แต่ธรรมชาติของกล้วยไม้นั่นเค้าจะไม่"สะสมอาหารไว้ที่เมล็ด" เหมือน ต้นไม้ชนิดอื่นที่จะส่งอาหารไปเก็บไว้ที่เมล็ดและเกิดการงอกขึ้นเองได้เพราะมีอาหารสะสมในเมล็ด
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 8:03:10 PM]

ความคิดเห็นที่ 36
ภาพของเมล็ดกล้วยไม้ ที่มีขนาดเล็กจิ๋ว มากๆๆเกือบมองไม่เห็น เพราะไม่มีอาหารสะสมเพื่อการงอกของเมล็ดเลย แล้วเมล็ดกล้วยไม้ จะงอกขึ้นมา เป็นต้นใหม่เพื่อสืบทอดสายพันธ์ ได้อย่างไร ในเมื่อในเมล็ดก็ ไม่มีอาหารสะสมเลย?????
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 8:07:15 PM]

ความคิดเห็นที่ 37
คุณผ่านมาครับ แถวใต้นี่ดงเลยใช่ไหมครับ ตอนนี้ มีแค่ 3 สีเองครับ รวมของคุณผ่านมาที่ให้ผมมาครับ....
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 8:09:35 PM]

ความคิดเห็นที่ 38
ตรงนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษา ว่า ทำไม เมล็ดของเจ้ากะเรกะร่อนถึงได้เลือกที่จะขึ้นเฉพาะในซอกใบของต้นตาล ทำไม ต้นมะพร้าว ต้นปาล์ม และหมาก เมล็ดถึงไม่งอก ....ก้เพราะว่า ในซอกใบของต้นตาล มีราชนิดหนึ่ง ที่มีผลทำให้ เจ้าเมล็ดของกล้วยไม้งอกขึ้นมาได้ เพราะเมล็ดกล้วยไม้จะงอกขึ้นมาได้จะต้องพึ่งพา"ราไมคอร์ไรซา" เพียงชนิดเดียว เท่านั้น หากเป็นราชนิดอื่นเมล็ดก็จะไม่งอกขึ้นมา ซึ่งราชนิดนี้ มีอยู่ในซอกใบของเจ้าต้นตาลจึงทำให้ เมล็ดเจ้ากะเรกะร่อนที่ปลิวมาตามลมงอกขึ้นมาได้ .....
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 8:17:29 PM]

ความคิดเห็นที่ 39
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เค้าจะชอบขึ้นเพาะต้นตาลเพราะมี "ราไมคอร์ไรซา" เส้นใยของราดังกล่าวจะช่วยส่งผ่านอาหารให้เมล็ดกล้วยไม้ ช่วยให้เมล็ดกล้วยไม้งอกได้ ส่วนเจ้าราก็จะได้รับสารอาหารที่ถูกขับออกมาจาเมล็ดและระบบราก....ถ้าถามว่า แล้วเจ้ารา ชนิดนี้ โรงเรือนของเรามีรึเปล่า ก็ต้องตอบว่า ราชนิดนี้ ไม่มีอยู่ในโรงเรือนบ้านพักอาศัยของเรา จึงทำให้ เมล็ดของเจ้ากล้วยไม้มันงอกเองไม่ได้ แต่ ถ้าย้อนกลับ เข้าไปในเปลือกไม้ในป่าธรรมชาติก็จะมีราชนิดนี้อยู่จึงทำให้ เราพบว่า ตามเปลือกไม้มักมีเจ้ากล้วยไม้งอกขึ้นมาจากเมล็ดที่ปลิวออกมาเจอจะเอ๋ กับเจ้ารานี้พอดี ....
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 8:26:08 PM]

ความคิดเห็นที่ 40
ดังนั้นหากเราพูดถึง "ไมคอรไรซา"นั้นก็คือ ความสัมพันธื ที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าเชื้อรา และระบบรากหาอาหารของเจ้ากล้วยไม้และพืชชั้นสูง เป็นการอยู่อาศัยแบบเกื้อกูลกัน เจ้าเมล็ดกล้วยไม้ก็ได้สารอาหารจากเส้นใยของราเหมือนสายสะดือ และเจ้าราก็ได้ สารอาหารที่ถูกขับออกมาจากเจ้ากล้วยไม้ทางระบบราก ....แต่เจ้ารานี้ จะมี เฉพาะในป่าธรรมชาติเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เวลาเราเลี้ยงพวกกล้วยไม้ป่า หรือต้นไม้ที่มาจากป่า แล้วบางที เจ้ากล้วยไม้ไม่เจริญเติบโตต่อเกิดอาการชะงักงัน ต้นแคระแกรน เพราะ กล้วยไม้ เหล่านั้นขาดเจ้าเชื้อราไมโครไรซาที่มีอยู่ในป่าธรรมชาติเท่านั้น และ เจ้ารานี้ จะอาศัยอยู่ร่วมกับ ระบบรากของกล้วยไม้เพื่อช่วย "เป็นพี่เลี้ยงหา อาหารให้กล้วยไม้อีกทางหนึ่ง"
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 8:45:00 PM]

ความคิดเห็นที่ 41
คุณ คนลักสวน ข้อมูลแน่นจริง ๆ ค่ะ ที่บ้านออกมา 5 ช่อ ก็ไชโย ดังลั่นบ้านแล้ว ถ้ามี 15 ช่อ ส่งสัยไชโยลั่นซอยแน่นอน ฮิ ฮิ
จาก คุณ แบ่งปัน[5/14/2008 9:06:48 PM]

ความคิดเห็นที่ 42
ของคุณ แบ่งปัน ออกมาตั้ง 5 ช่อ ของผมแค่ 3 เองครับ ลองสูตรท่านริมคลองได้ผลครับ จากแขวนไว้หลังบ้านมาติดไว้หน้าบ้านแทน มีความชื้นในอากาศหน่อยเริ่มเห็นช่อดอกกับเค้าบ้างแล้วครับ.....
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 9:35:54 PM]

ความคิดเห็นที่ 43
เจ้ารา "ไมคอรไรซา"นั้น ซึ่งมีอยู่เฉพาะในป่าธรรมชาติเท่านั้น จึงทำให้ บางครั้งเราจะเห็นว่า เจ้ากล้วยไม้ป่าของเราทำไมจึงไม่ค่อยออกดอกและบางทีช่อดอกก็สั้น บางทีนั้นในธรรมชาติหากเราพิจารณา แล้วจะเห็นว่า เจ้ารานี้จะช่วยระบบรากของกล้วยไม้ป่า ในการหาอาหาร อีกทางหนึ่ง จะพูดว่า เป็น "พี่เลี้ยง เจ้ากล้วยไม้"ก็ได้ ....เหมือนเด็กทารกที่มีพี่เลี้ยง คอย ป้อนข้าวป้อนนมให้กิน เด็กจึงเติบโตเร็วแข็งแรง เจ้ากล้วยไม้ป่าก็เช่นกัน ที่ตอนเค้าอยู่ในป่า จะมีรา ไมโครไรซา คอยเป็นพี่เลี้ยงให้เค้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของรากกล้วยไม้ในการหาอาหาร อีกทั้งยังช่วยดูดซับธาตุอาหารพวก ฟอสฟอรัส ให้แก่เจ้ากล้วยไม้ป่า ซึ่งเจ้าฟอสฟอรัสนี้ จะส่งผลทำให้ไปกระตุ้นเซลล์ให้เจริญเป็นตาดอกนั่นเองทำให้ดอกมีจำนวนมาก แต่ในทางกลับกันหากเจ้ากล้วยไม้ป่ามาอยู่ในบ้านเราซึ่ง ไม่มี พี่เลี้ยงอย่างเจ้ารา ไมโครไรซา ที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูดซับ ฟอสฟอรัสให้ จึงทำให้ ดอกออกน้อย และ ช่อดอกสั้นลง ไม่เหมือนตอนที่เค้าอยู่ในป่า .....
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 9:52:12 PM]

ความคิดเห็นที่ 44
เจ้ารา "ไมคอรไรซา"นั้น ซึ่งมีอยู่เฉพาะในป่าธรรมชาติเท่านั้น จึงทำให้ บางครั้งเราจะเห็นว่า เจ้ากล้วยไม้ป่าของเราทำไมจึงไม่ค่อยออกดอกและบางทีช่อดอกก็สั้น บางทีนั้นในธรรมชาติหากเราพิจารณา แล้วจะเห็นว่า เจ้ารานี้จะช่วยระบบรากของกล้วยไม้ป่า ในการหาอาหาร อีกทางหนึ่ง จะพูดว่า เป็น "พี่เลี้ยง เจ้ากล้วยไม้"ก็ได้ ....เหมือนเด็กทารกที่มีพี่เลี้ยง คอย ป้อนข้าวป้อนนมให้กิน เด็กจึงเติบโตเร็วแข็งแรง เจ้ากล้วยไม้ป่าก็เช่นกัน ที่ตอนเค้าอยู่ในป่า จะมีรา ไมโครไรซา คอยเป็นพี่เลี้ยงให้เค้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของรากกล้วยไม้ในการหาอาหาร อีกทั้งยังช่วยดูดซับธาตุอาหารพวก ฟอสฟอรัส ให้แก่เจ้ากล้วยไม้ป่า ซึ่งเจ้าฟอสฟอรัสนี้ จะส่งผลทำให้ไปกระตุ้นเซลล์ให้เจริญเป็นตาดอกนั่นเองทำให้ดอกมีจำนวนมาก แต่ในทางกลับกันหากเจ้ากล้วยไม้ป่ามาอยู่ในบ้านเราซึ่ง ไม่มี พี่เลี้ยงอย่างเจ้ารา ไมโครไรซา ที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูดซับ ฟอสฟอรัสให้ จึงทำให้ ดอกออกน้อย และ ช่อดอกสั้นลง ไม่เหมือนตอนที่เค้าอยู่ในป่า .....
จาก คุณ คนลักสวน[5/14/2008 9:53:21 PM]

ความคิดเห็นที่ 45
อ่านสาระน่ารู้ ไมคอร์ไรซา ของคุณคนลักสวนแล้ว นึกถึงตอนเรียน Mycology เลยค่ะ ... ที่แท้แล้ว อาจารย์แฝงตัวมาป่าวเนี่ย โฮะๆๆ
จาก คุณ มะตาด[5/15/2008 8:13:42 AM]

ความคิดเห็นที่ 46
ขอบคุณอีกหลายๆครั้ง ต้องเรียกอจ อีกคนนึงแล้ว หละ คุณคนลักสวนน่าจะรวบรวมความรู้ทั้งหลาย ที่ให้กับพวกชมรมฯ แล้วเปิด website ต่างหาก เอาไว้ให้เพื่อนๆ ทั่วๆไปเข้ามาหาความรู้ก็ดึนะค้า จะได้มีอีกซัก บอร์ด เป็นเหมือนห้องสมุด และพวกเด็กนักเรียนจะได้ปย กันอีกเยอะเลยค้า
จาก คุณ ป้าแจม[5/15/2008 8:39:43 AM]

ความคิดเห็นที่ 47
สวยดีครับ
จาก คุณ cactus[5/15/2008 9:29:53 AM]

ความคิดเห็นที่ 48
เมล็ดกะเรกะร่อน ขึ้นและงอกได้กับต้นไม้ทุกชนิดครับ แต่ที่พบเห็นว่าขึ้นที่ต้นตาลมากกว่าต้นไม้อื่น ก็เพราะสาเหตุ ตามที่คุณคนลักสวนกล่าวมา เพราะที่ต้นตาลจะมีเชื้อราตัวนี้สะสมอยู่ที่กาบใบมากกว่าต้นไม่ชนิดอื่นๆนั่นเองครับ ในปัจจุบันไม้สกุลCymbidium ssp. ที่พบขึ้นอยู่ในป่าเมืองไทยมีอยู่ประมาณ 13 ชนิด ด้วยกัน แล้วยังมีลูกผสมจากประเทศญี่ปุ่น ที่เข้ามาขายในเมืองไทยอีกหลายชนิดครับ ผมก็มีปลูกสะสมไว้ที่บ้านสวนที่พังงา ประมาณ 5-6 ชนิดได้ครับ เช่น กะเรกะร่อนปากเป็ด นางคำ สำเภางาม เอื้องกำเบ้อ จุฬารัตน์ เมื่อก่อนมีกะเรกะร่อนปากนกแก้วด้วย เสียดายตายไปแล้ว เพราะขาดคนดูแล กอใหญ่เสียด้วย เสียดายมากครับ ไว้จะหาซื้อมาปลูกใหม่ ผมก็ชอบสะสมกล้วยไม้ป่าของไทย หาซื้อมาปลูกเกาะตามต้นไม้ที่บ้านสวน ไว้จำนวมาก แต่กล้วยไม้ป่าที่ชอบมากที่สุด คือ ว่านเพชรหึงหรือว่านหางช้างครับ ชอบที่ความใหญ่โตของลำต้นของเขาครับ ที่บ้านสวนที่ใต้ปลูกรวมรวมพรรณไม้หลากหลายชนิด จัดสวนไปเรื่อยๆครับ ลงเอาไปปลูกไว้ให้ธรรมชาติดูแลแทนครับ (ในรูปกะเรกะร่อนปากนกแก้ว/กะเรกะร่อนดอย ตัวนี้ที่เสียดายที่ตายไปแล้ว ไว้หาซื้อมาเลี้ยงใหม่)
จาก คุณ วัฒน์[5/15/2008 11:13:40 AM]

ความคิดเห็นที่ 49
โอ้ย ท่านมะตาด และคุณ ป้าแจม ผมนะไม่ใช่อาจารยืหรอกครับ และอาชีพที่ทำก้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าต้นไม้ใบหญ้าเอาเสียเลยครับ ....เกิดจาการหาข้อมูลเพื่อศึกษาถึงการดูแลเอาใจใส่น้องกล้วยไม้ และเฟินมากกว่าครับ เลยเอามาฝากเพื่อนๆๆครับ....แต่หลังจากย้ายมาติดไว้หน้าบ้านนี่ได้ผลครับ แทงช่อดอกเลย ทำตามที่ท่านริมคลองแนะนำต่างหากครับ...
จาก คุณ คนลักสวน[5/15/2008 1:59:23 PM]

ความคิดเห็นที่ 50
กลับมาที่เจ้าความสัมพันธ์ของรากับรากของกล้วยไม้กันต่อ....เจ้ารา ไมโครไรซา ที่มีอยู่ในเปลือกไม้ตามป่าธรรมชาตินั้น เราจะเห็นว่า "เค้าเป็นพี่เลี้ยงให้กับเจ้าหนูกล้วยไม้ป่าได้ดี" นอกจาก เจ้ารานี้ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงแล้ว มันยังทำหน้าที่เป็น "ทหารองครักษ์ ให้กับ เจ้ากล้วยไม้ป่าอีกทางหนึ่ง" เพราะ ราไมโครไรซา นี้ จะช่วยเป้นเกราะป้องกันโรคกล้วยไม้ที่เกิดจาก ฝนกรด .....ซึ่งเป็นส่วนประกอบทำให้เกิด ราที่เป็นโทษกับเจ้ากล้วยไม้เช่นโรคเน่าเข้าไส้ เพราะ ราที่เป็นโทษ กับเจ้ากล้วยไม้จะเกิดก็ต่อเมื่อ 1 มีอาหาร จาก เปลือกไม้ หรือ ในลำลูกกล้วยของกล้วยไม้ที่สะสมอาหารอยู่ 2 มีความชื้น 3 มีสภาพเป็นกรด.....ดังนั้นหากมีรา ไมโครไรซา ที่เกิดขึ้นในป่าธรรมชาติ นั้นมันจะทำหน้าที่ เป็นเกราะป้องกัน รากกล้วยไม้ โดยจะเพิ่มความต้านทานต่อฝนกรดให้มีมากขึ้นนั่นเอง .....ในรูป เจ้าเก้ากิ่วแม่สะเรียงโดน โรค เน่าเข้าไส้เล่นงาน ลุกลามเร็วมาก
จาก คุณ คนลักสวน[5/15/2008 2:07:29 PM]

ความคิดเห็นที่ 51
กะเรกะร่อน ของ คุณ วัฒน์ สวยครับ ผมว่าไม้ทางใต้นี่ ดูสมบูรณืแข็งแรงดีครับ สงสัยได้ฝนดี....สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ รูปภาพจากน้าโหด และ แหล่งที่มาอื่นๆๆด้วยครับ ....
จาก คุณ คนลักสวน[5/15/2008 2:15:14 PM]

ความคิดเห็นที่ 52
ไม่ทราบว่าบ้านเรามีทำออกมาขายแล้วรึยังนะคะ ... ท่าทางจะดีต่อระบบราก ทั้งกล้วยไม้และไม้อื่นๆด้วยนะคะ .... เอารูปพระเอกมาแจมค่ะ (ดูรุงรังเล็กน้อย และคงหล่อสู้น้าปองของเราไม่ได้ ฮุๆๆ)
จาก คุณ มะตาด[5/15/2008 2:41:30 PM]

ความคิดเห็นที่ 53
ต้นทางซ้าย; ไม่ผสมไมคอร์ไรซาลงดิน ต้นทางขวา; มีไมคอร์ไรซา ... ภาพการทดลองจาก www.mycorrhiza.edu เอามาช่วยแจมคุณคนลักสวนค่ะ :)
จาก คุณ มะตาด[5/15/2008 2:44:40 PM]

ความคิดเห็นที่ 54
ขอบคุณครับ คุณมะตาด ปกติแล้วก้จะมีอยู่ในอาหารวุ้นที่เค้าเพาะเมล้ดกล้วยไม้ ใช่หรือเปล่าเอ่ย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เจ้าเมล็ดกล้วยไม้ ที่ไม่มีอาหารสะสมในเมล็ด ถึงต้องพึ่งพาเจ้ารา มีมีความสัมพันธืกันเป็นคนที่ช่วยส่งอาหารให้ผ่านเส้นใยของราในรูปแรกของคุณ มะตาด และจากรูปจะเห็นว่า เจ้ารานี่ยังช่วยเพิ่มพื้นผิวและปริมาณรากของต้นไม้ด้วย....แต่ในเมืองไม่มีเจ้ารานี้ จึงทำให้ เมล็ดกล้วยไม้เค้าเติบโตไม่ได้....
จาก คุณ คนลักสวน[5/15/2008 2:53:07 PM]

ความคิดเห็นที่ 55
และจากรูปนี่จะเห็นว่า เจ้ารานี่ยังช่วยเพิ่มพื้นที่ผิว และปริมาณของรากต้นไม้ ให้มากขึ้น จึงทำให้ ต้นแข็งแรงกว่าที่ไม่มีรานี้อีกทั้งรานี้ยังช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ และต้นไม้ ได้มากถึง 6 เท่าจากปกติ นี่จึงเป็นอีกสาเหตุ หนึ่งที่ กล้วยไม้ป่าที่เอามาเลี้ยงในเมือง จะแคระแกรนเพราะขาดเจ้าพี่เลี้ยง ที่ชื่อว่า ไมโครไรซา ที่มีอยู่ในป่า ธรรมชาติ .....
จาก คุณ คนลักสวน[5/15/2008 2:57:30 PM]

ความคิดเห็นที่ 56
ซึ่งหากมองย้อนเข้าไปในป่าธรรมชาติ เมล็ดของกล้วยไม้ จะปลิว ตามสายลม ไปติดที่เปลือกไม้ที่มีราไมโครไรซา นี่อยู่ จึงทำให้ เมล็ดกล้วยไม้งอกได้เพราะมีอาหารเลี้ยงเมล็ด ดังรูป.....
จาก คุณ คนลักสวน[5/15/2008 3:00:13 PM]

ความคิดเห็นที่ 57
อ่านที่คุณคนลักสวนเอามาโพส ... รู้สึกสนุกกว่าตอนเรียนอีกนะคะ จะบอกให้ เพราะว่ามันเหมือนฟัง (หรืออ่าน?)นิทานอ่ะค่ะ :) ... ดีเนาะคะให้ธรรมชาติดูแลกันและกัน
จาก คุณ มะตาด[5/15/2008 3:07:58 PM]

ความคิดเห็นที่ 58
สมัยเรียนนี่ผมจำได้ ว่า ตอน เอ็นสะท้าน ครั้งแรก เข้าไปเรียนเจอ "แล็ป กริ๊ง" นี่กดดันสุด ๆๆ ลอกเพื่อนไม่ทันเลย ยังไม่ทันส่องกล้องดูเลย อาจาร์ยกดกริ๊ง อีกแล้ว ......
จาก คุณ คนลักสวน[5/15/2008 3:25:11 PM]

ความคิดเห็นที่ 59
อ๊าวววว ... คุณคนลักสวนเคยสอบ แลปกริ๊งด้วยเหรอคะ ... เหมือนกันเลย ... ตอนสอบอ่ะ กดดันสุดๆ ... แล้วบางทีนะ กล้องที่ตั้งตัวอย่าง มีเข็มชี้ในกล้อง ให้ตอบว่าคือส่วนที่เรียกว่าอะไร ... เพื่อนๆก่อนหน้านี้ก็ดันเลื่อนจนเข็มเปลี่ยนไปชี้ที่อื่นอ่ะค่ะ ... ตอบไม่ถูกเลย ... สอบเสร็จเข่าอ่อน ตาลายเลย .... วิชาชีววิทยาใช่มั้ยคะ?
จาก คุณ มะตาด[5/15/2008 3:35:47 PM]

ความคิดเห็นที่ 60
เจอเหมือนผมเลยครับ คุณ มะตาด แต่ ผมนะแกล้งเพื่อนๆๆเค้า แต่แอบปรับโฟกัสเอา แล้วตอนผ่ากบนี่ นึกถึง กบภูเขาเลยครับ ....
จาก คุณ คนลักสวน[5/15/2008 3:42:28 PM]

ความคิดเห็นที่ 61
นี่ๆๆ ... ตอนนั้นยังนึกอยากเขกหัวเพื่อนที่มันชอบทำกล้องเบลออยู่เลย ... พวกเดียวกันนี่เอง ... กบไม่ผ่าค่ะ ให้buddyทำ ... ไม่ไหวอ่ะ ตัวมันใหญ่เกินไป ... เคยแต่น็อคไส้เดือนแล้วเอามาผ่า ... นี่ก็แย่แล้ว ตอนมันดิ้นๆ ก่อนตายน่าสงสารชมัด
จาก คุณ มะตาด[5/15/2008 3:48:31 PM]

ความคิดเห็นที่ 62
ผมจำได้ว่า เพื่อนผมนะ มันเก่งมาก ขนาดนอนหลับ มันยังละเมอออกมาเป็นชื่อ "กระดูกกระต่าย เลย" ครับ ....เดี่ยวนี้ มัน ได้ดิบได้ดี เป็น หมอผ่าตัดสมอง ไปแล้ว....
จาก คุณ คนลักสวน[5/15/2008 3:58:58 PM]

ความคิดเห็นที่ 63
อืม ใช่ค่ะ ... เห็นพวกเพื่อนที่เป็นหมอเรียนแล้ว ... เหมือนภาระเค้าหนักอึ้งตั้งแต่เริ่มเรียนเป็นหมอเลยเนาะคะ ... ปีแรกๆก็กระดูกกระต่าย ... ปีท้ายๆก็เรียนกับอาจารย์ใหญ่ ... คือ "ได้ดิบได้ดี"นี่ ก็สมควรกับที่เค้าเรียนมาสาหัสอ่ะนะคะ มะตาดมีเพื่อนเป็นหมอฟันด้วยนะ ... เค้าเป็นหญิงห้าวแนวๆ คุณท๊อป ดารณีนุชอ่ะค่ะ ... บอกว่าเปิดคลีนิกเมื่อไหร่ มาใช้บริการเรยย กันเอง กันเอง ... นี่ก็ยังไม่เคยไปใช้บริการเพื่อนเลย ... กลัวมันล็อคคอ ง้างปาก เอาคีมบิด เป๊าะ! ฟันหลุด อะไรแบบนั้นอ่ะค่ะ ... หุๆๆ กัว
จาก คุณ มะตาด[5/15/2008 4:18:10 PM]

ความคิดเห็นที่ 64
ไปก่อนนะคะ ... ลาที่กระทู้นี้เลยละกัน ... วันนี้ลานโล่งเชียว ... วันอาทิตย์คุณคนลักสวนไปเจอเพื่อนๆด้วยใช่ปะคะ ... อย่าลืมเก็บบรรยากาศมาเล่าให้ฟังนะคะ ... ถ้า on air ได้อย่างคุณอ๊ดว่า .. จะมาติดตามกิจกรรมสวนถาดของเพื่อนๆค่ะ :)
จาก คุณ มะตาด[5/15/2008 4:25:48 PM]

ความคิดเห็นที่ 65
สวยมาก ๆคะ ...คุณลักสวน...ชื่นใจหายเหนื่อย...แต่จะเอามาปลูกบ้าง จะออกดอกไหมอ่ะ ...
จาก คุณ แมกไม้[5/15/2008 9:36:35 PM]