สวนแนวตั้งจาก...กระบะวางไข่

     ใครจะรู้ว่าเจ้ากระบะที่วางไข่ทำจากรกระดาษจะมีประโยชน์อย่างนี้  อย่างมากที่นึกออกจริงๆ
ก็คงใช้เป็นตัวดูดซับป้องกันการสะท้อนของเสียงให้ห้องอัดเสียง  แต่สำหรับ Mr.Albert Quek นักจัดสวนชาวสิงค์โปร์เขาดัดแปลงทำให้มีประโยชน์มากกว่านั้น  ผลงานของเขาจัดแสดงในงาน Singapore Garden Festival 2008  ที่ผ่านมา  ในชื่อว่า "Creating your own DIY Vertical Garden"  หรือทำสวนแนวตั้งแบบ DIY ง่ายๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง  โดยวัสดุโครงสร้างหลัก เป็นเสาหลักเป็นเสาและกรอบไม้ไผ่จากนั้นนำกระบะที่วางไข่มากรุเป็นผนังสำหรับปลูกต้นไม้  ใช้เศษของกระบะและสแฟกนัมมอสส์เป็นวัสดุปลูกที่ช่วยยึดต้นไม้ไว้กับผนังซึ่งยึดด้วยไม้ไผ่อีกที  ด้วยโครงสร้าง  รวมถึงวัสดุที่ใช้มีน้ำหนักเบา  ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากมากนัก  โยกย้ายตำแหน่งได้สะดวก เหมาะสำหรับคนเมืองที่มีพื้นที่เล็กๆ

ลองลงมือทำด้วยตัวคุณเองสักชิ้นดูสิครับ


 

 
  รดต้นไม้แบบไม่ต้องเปียก

     ยิ้มออกกันอีกแล้วครับสำหรับคนรักต้นไม้  แต่ไม่ค่อยมีเวลารดน้ำ  เพราะตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Rain Bird  แบรนด์ที่คุ้นเคยกัรดีมาช่วยแก้ปัยหานี้โดยเฉพาะ  กับสินค้าที่มีชื่อว่า "Irrigation Supplement" ให้มีเลือกสองขนาด  คือ แบนเจลหลอดเล็ก  มีอายุการใช้ได้ 30 และกล่องใหญ่ มีอายุการใช้งานได้ 90 วัน  โดยเจลที่ว่ามีส่วนผสมของน้ำร้อยเปอร์เซ็นต์ซึ่งผ่านการทดลองซึ่งผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยีเปบี่ยนน้ำให้มีลักษณะเป็นเจล 
 วิธีใช้ก็ง่าย เพียง แค่กรีดพลาสติก หลอดเจลให้ขาด  จากนั้นวางบนดิน  หรือตัดก้นกล่องแล้งฝังลงไปในดินเล็กน้อย  ซึ่งต้องรดน้ำให้ชุ่มทั้งก่อนและหลังวางกล่องเจลลงไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน  โดยแบบกล่องใหญ่นี้ใช้สีและวัสดุที่เป้นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ภายใน 6 เดือน แต่สำหรับหลอดเจลนั้นคงต้องเก็บออกเองครับ  เพราะเหมาะกับไม้กระถางขนาดเล็ก ซึ่งเราก็เห็นและสามารถเก็บออกได้สะดวกอยู่แล้ว
     ซึ่งเราก็เห็นและสามารถเก็บออกได้สะดวกอยู่แล้ว  เห็นสินค้านี้แล้วเตรียมตัวซื้อมาตุนไว้สำหรับการท่องเที่ยวทริปหน้ากันได้เลยครับ สนใจติดต่อ บริษัทโฮเทค โฮม ซิสเท็มส์ จำกัด โทรศัพท์ 0-2411-4089 , 0-2411-4154 


 

 
  เคล็ดไม่ลับสับปะรดสี

     หลังจากฤดูฝนผ่านไป หลายท่านก็คงเตรียมที่จะเปลี่ยนต้นไม้ที่เน่าตายเสียหาย แค่นึกก็รู้สึกแย่แล้ว แต่คุณพล-สมพล เบญจสว่างจิตต์ เจ้าของร้านทองคำในตลาดจตุจักร กลับไม่รู้สึกเดือดร้อนกับเรื่องนี้เลย แม้ต้นไม้จะรอดบ้าง ตายบ้าง หรือต้องเข้าไอซียูแล้วก็ตาม เขาก็จะหาวิธีแก้ไขได้สำเร็จ

   โดยส่วนตัวคุณพลชอบปลูกสับปะรดสี เขาคลุกคลีอยู่กับเคมีภัณฑ์สำหรับต้นไม้ที่จำหน่ายในร้านและเรียนรู้วิธีเลี้ยงด้วยตัวเองว่าทำอย่างไรให้มีต้นแข็งแรงเติบโตได้และใบมีสีสวย ล่าสุดคุณพลลองนำสับปะรดสีมาจัดเป็นสวนแนวตั้งไว้หลังบ้านซึ่งมีแสงแดดจัดเกือบตลอดวัน และใช้กาบมะพร้าวสับ 10เปอร์เซ็นต์ ผสมกับหินภูเขาไฟ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นวัสดุปลูก ปรากฏว่ามีทั้งต้นที่ตายและต้นที่รอด จึงลองปรับใหม่เปลี่ยนมุมใหม่ ต้นที่ยังสวยก็เอาไว้ตรงนั้นหรือขยับให้รับแดดอีกหน่อย ต้นไหนชอบร่มและความชื้นในอากาศเยอะก็จัดวางในที่ร่ม พร้อมกับลองฉีดพ่นไซโตไคนิน (cytokynin) ทุกเดือนเพื่อให้ต้นแข็งแรงทนทานขึ้น พบว่าได้ผลดี ต้นที่ออกดอกไปแล้วก็แตกหน่อ พอต้นที่แข็งแรงที่ไม่ยอมออกดอกก็ลองฉีดอีทีฟอน (ethephon) ให้ทุก
    3 เดือน และธาตุอาหารเสริมที่มีสังกะสีค่อนข้างมากในช่วงเย็น ต้นก็ให้ดอกสีสวย และแตกหน่อได้ดี
จากนั้นก็ลองนำต้นไม้เล็กๆชนิดอื่นมาลองแขวนจัดร่วมกันให้ดูสวยขึ้น แต่กลับทำให้สับปะรดสีมีอาการเน่า เพราะการระบายอากาศที่โคนต้นไม่ดีพอ ใบที่ร่วงลงในกาบใบก็เน่า ทำให้ต้นสับปะรดสีเน่าและลามไปที่ราก เลยรื้อต้นเล็กๆออกและเปลี่ยนวัสดุปลูกใหม่ ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อราบ้าง ตอนนี้เลยปลูกแค่สับปะรดสีเพียงอย่างเดียว ผ่านมาได้เกือบหนึ่งปีตอนนี้ต้นไม้ทุกต้นสุขภาพสมบูรณ์ดีขึ้นมาก คุณพลฝากบอกว่าใครจะลองนำเทคนิคนี้ไปใช้บ้างก็ได้นะคะ 

 


 

 
  ไปดูการประกวดบอนไซที่งานพฤกษาสยาม ครั้งที่ 6
    ได้ไปดูสวนโชว์สวย ๆและงานประกวดต้นไม้ที่งานพฤกษสยาม ครั้งที่ 6 ที่เดอะมอลล์ บางแคมาค่ะ นอกจากพวกไม้แปลกๆอย่างเช่น ไม้กินแมลง พืชมีพิษ สวนโชว์กล้วยไม้แล้ว ไฮไลท์เด็ดยังอยู่ที่บรรดาเซียนต้นไม้ต่างขนต้นไม้มาประกวดกันอย่งไม่น้อยหน้า มีทั้งกล้วยไม้ บอนสี แก้วกาญจนา ชวนชม ฯลฯ แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือบอนไซที่ยกกระถางหนัก ๆมาโชว์ในลานกว้าง ซึ่งทางสมาคมผู้เพาะเลี้ยงบอนไซแห่งประเทศไทยได้กรุณาให้ความรู้เรื่องการประกวดว่า ประเภทของการประกวดนั้นจะแบ่งออกเป็นรูปทรงต่าง ๆดังนี้ เอนชาย ตกกระถาง กลุ่มกอ เกาะหิน และชุดศิลป์ ซึ่งหลักเกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากภาพรวมของทรงต้นได้สัดส่วน โครงสร้างของฐานรากต้องมีการกระจายโดยรอบเหมือนไม้ใหญ่ที่มีความเก่าแก่ ต่อมาคือความสมบูรณ์ของใบ และสุดท้ายคือขนาดกระถางต้องสมดุลกับลำต้น
     เอ้า ! ใครอยากส่งบอนไซประกวดครั้งต่อไปรีบไปเตรียมสิ่งเหล่านี้ซะ
เข้าไปชมภาพบรรยากาศงานเพิ่มเติมได้ที่ www.baanlaesuan.com/bs_clip

 

 
  ฝาท่อ
เก็บตัวอย่างฝาท่อระบายน้ำในสวนมาฝากค่ะ ภาพแรกอยู่ที่โครงการหมู่บ้านแมกโนเลียส์ บางนา ไอเดียง่าย ๆแค่ดัดเหล็กเป็นรูปร่างโค้งวางลงในบล็อกแล้วจึงเทคอนกรีตทับ ได้ออกมาเป็นลวดลายอย่างที่เห็น ส่วนอีกภาพมาจากร้านวานิลลา การ์เด้น เอกมัย 12 ซึ่งได้นักออกแบบคนเก่ง คุณธีรวัฒน์  เฑียรฆประสิทธิ์ มาออกแบบโลโก้ให้ร้านเลยเถิดไปถึงฝาท่อในสวนด้วย ไม่ว่าจะดูอย่างไรสองฝานี้ก็ของแต่งสวนดี ๆนี่เอง

 

 
  New Look! พุดพิชญา

   เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีโอกาสไปร่วมประชุมคณะกรรมการสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทยที่ “บ้านก้ามปู” ก็เลยได้เรื่องตื่นเต้นมาเล่าสู่กันฟัง เมื่ออาจารย์สุรัตน์ วัณโณนำต้นพุดพิชญามาอวดโฉมให้ชมกัน ต้นนี้ไม่ธรรมดาเลย เพราะเจ้าหล่อนผลิดอกใหญ่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 5 เซนติเมตร กลีบกลม หนา เรียงชิดกัน   ต้นเตี้ยเพียง 30 เซนติเมตร อาจารย์เล่าว่าพุดพิชญาต้นนี้ได้มาจากเพื่อนชาวศรีลังกา ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของเจ้าหล่อนนั่นเอง บังเอิญว่าต้นที่ปลูกไว้บ้านเพื่อนคนนี้ เกิดมีต้นหนึ่งให้ดอกต่างจากต้นเดิม เขาจึงปลูกและขยายพันธุ์เพิ่มไว้ พอปลูกไปนานๆเข้ายิ่งดูยิ่งสวย เลยส่งมาให้อาจารย์ลองปลูกดูบ้าง ปรากฏว่าให้ดอกดกและใหญ่กว่าต้นเดิมสวยสมใจจริงๆ
   ใครสนใจสามารถไปเลือกซื้อกันได้ในงาน “สวนสวยช่วยโลกร้อน” ของสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย ซึ่งปีนี้ได้ย้ายไปจัดที่เรือนกล้วยไม้อาจารย์ระพี ด้านหลังโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 20-23 พฤศจิกายนนี้ พลาดไม่ได้นะคะ

เรื่องและภาพ : “อุไร จิรมงคลการ”


 

 
  เครี่องปั้นดินเผาจากตะกอนประปา

   เมื่อไม่นานมานี้ อาจารย์ภานุ  ศิริพงศ์ไพโรจน์ จากหลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี ได้นำตะกอนจากกระบวนการผลิตน้ำประปาซึ่งมีอยู่มากแต่เราไม่เคยทราบหรือเห็นประโยชน์มาผลิตเป็นของที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
   จากการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของตะกอนประปา อาจารย์ภานุได้พัฒนาให้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา ทดแทนการใช้แหล่งดินจากธรรมชาติ ถือเป็นการสร้างมูลค่าให้ของเหลือใช้ ซึ่งผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลเหรียญทองแดงในสาขาสิ่งแวดล้อมจาก “โครงการประกวดผลงานสิทธิบัตรการประดิษฐ์   เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ในชื่อผลงาน “เครื่องปั้นดินเผาจากตะกอนประปา” ส่วนหน้าตานั้นก็ดูไม่แตกต่างจากเครื่องปั้นดินเผาที่เราเห็นกันทั่วไปเลย อาจารย์ภานุยังบอกอีกว่าจะมีการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเราคงต้องรอชมกัน
   ผมเชื่อว่าหากคนไทยยังคงตระหนักถึงเรื่องรอบๆตัวอย่างจริงจัง เราคงได้เห็นผลงานดีๆอย่างนี้ตามมาอีกอย่างแน่นอนครับ


 

 
  บ้านนกโมเดิร์น

   นอกเหนือจากบ้านคนแล้ว ตอนนี้บ้านนกก็มีการออกแบบในสไตล์โมเดิร์นกับเขาด้วยเหมือนกัน สำหรับบ้านใครที่อุตส่าห์ออกแบบมาซะสวย ครั้นจะเลือกบ้านนกไม้ๆที่ไม่เหมาะกับตัวบ้านมาใช้ก็คงจะเสียรูปลักษณ์เป็นแน่ เพราะฉะนั้นบ้านนกที่นำมาแนะนำกันนี้ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ ตัวโครงสร้างทำจากอะลูมิเนียม จึงไม่เป็นสนิมเหมาะกับงานเอ๊าต์ดอร์มากๆ มีขนาดไม่ใหญ่มาก (13 x 7 x 10 นิ้ว) รุ่นนี้มีชื่อว่า “Hepper Roost  Modern Birdhouse” ลองเลือกมาใช้สักหลังไหมครับ นกที่บ้านอาจชอบก็ได้ สนใจเข้าไปชมได้ที่ www.hepperhome.com

เรื่อง: “อรรถ”


 

 
  ม้านั่งสนาม+ หญ้า
   มีไอเดียทำม้านั่งในสวนมาฝาก ผมเห็นจากในงาน Singapore Garden Festival 2008 ม้านั่งตัวนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับนั่งพักผ่อน โดยประยุกต์ม้านั่งให้เป็นเหมือนตัวกำหนดขอบเขตของกระบะที่ใช้สำหรับใส่วัสดุปลูกต้นไม้ แต่ปลูกหญ้าแทรกเพื่อให้เกิดการตัดกันของสีหญ้าและวัสดุทำม้านั่ง ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนระนาบเดียวกับสนามหญ้า หากใครจะนำไปประยุกต์กับที่บ้าน อย่าลืมส่งภาพพร้อมเขียนที่มาของไอเดียมาให้กองบรรณาธิการชมและอ่านบ้างก็ได้นะครับ 

เรื่อง: “อรรถ”
ภาพ :  ปิยะวุฒิ ศรีสกุล

 

 
  ไทร...อะไร

ไม้ยอดฮิตที่นิยมนำมาปลูกเป็นแนวกำแพง  นอกจากโมกแล้ว  ตอนนี้มองไปทางไหนก็จะเห็นคนนำไทนมาใช้อยู่บ่อยครั้งในตลาดก็มีต้นไทรให้เลือกหลายชนิด  บางชนิดหน้าตาคล้ายกันจนเรียกชื่อสับสน  ไม่เว้นแม้กระทั้งกองบรรณาธิการเอง เรามีวิธีจำแนกประเภทไทรง่ายๆ มาฝากดังนี้ครับ
1. ไทรคอมเพ็คท์  ลักษณะใบหนา  ปลายใบแหลม  มีสีเขียวเข้ม  ทรงพุ่มแน่น โตช้า  ก้านและข้อก้านสั้นหนาสีน่ำตาลเข้ม  ต้องปลูกกลางแจ้ง
2. ไทรเกาหลี   ลักษณะใบคล้ายคอมแพ็คท์  แต่ใบบางกว่าปลายใบแหลม  สีเขียวเข้มเป็นมัน  ยอดสีเขียวอ่อน  ก้านใบเล็ก  ข้อใบยาว  แต่โตเร็วและทรงพุ่มแน่นเร็วกว่า  สามารถปลูกได้ทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง
3. ไทรอินโด  ลักษณะใบบาง  ปลาบใบกลม  สีเขียวเข้ม  ก้านสีน้ำตาลอ่อน  ทรงพุ่มแน่น  สามารถปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง
4. ไทรอังกฤษ  ลักษณะปลายใบแหลม  กิ่งก้านและข้อใบยาวห้อยย้อย  ทำให้ทรงพุ่มดูโปร่ง  ต้นสมบูรณ์มีผลสีแดง  ต้องปลูกกลางแจ้งต้นจึงสมบูรณ์

ข้อมูล  พิชญ์สินี การ์เด้น
โทรศัพท์  08-1435-9325,08-1822-0547