มอนไข่
มีคนเคยบอกว่า การบรรลุเป้าหมายเป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่ความสุขระหว่างทางที่ไปสู่เป้ากลับเป็นความสุขที่มีค่ายิ่งกว่าจริงทีเดียวค่ะ
เมื่อสมัยเรียนเพื่อนๆจะชอบชวนไปเดินป่าช่วงพักระหว่างเทอม แรกๆไม่รู้สึกสนุกหรอกค่ะ จะไปลำบากทำไม ไม่เห็นจะน่าสนุกตรงไหน แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งพวกเราตามอาจารย์ขึ้นไปเที่ยวภูกระดึง การเดินเท้าปีนขึ้นภูกระดึงสมัยนั้นหนักหนาสาหัสทีเดียว ไม่มีราวข้างทางให้เกาะหรือขั้นบันไดปูนให้ปีนง่ายๆอย่างสมัยนี้ พวกเราถึงยอดภูอย่างทุลักทุเล ขาและเท้าระบมไปหมด วันถัดมาก็มีแต่เดินแล้วก็เดิน อาจารย์และกลุ่มเพื่อนชาว botany จะชี้ชวนให้ดูต้นไม้ตลอดทาง บางช่วงก็หยุดแวะทักเพื่อนเก่าที่อาจารย์คุ้นเคยตั้งแต่สมัยทำงานวิจัยหัวข้อวิทยานิพนธ์อย่าง ดอกหรีด ดอกเล็กๆสีม่วงที่แอบอยู่ใต้กอหญ้าข้างทางเดิน บางช่วงเพื่อนๆก็ชวนให้หยุดแวะดูต้นไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้ป่า ต้นหนึ่งที่จำได้แม่น คือ มอนไข่
มอนไข่ เป็นกล้วยไม้สกุลหวาย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrobium thyrsiflorum Rchb.f. เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่เจริญเติบโตเกาะอยู่ตามไม้ใหญ่ในป่าดิบเขา มีกลีบดอกสีขาว กลีบปากรูปพัดสีเหลืองเป็นวงกลมใหญ่อยู่ตรงกลางดูคล้ายไข่
ตอนนั้นถ้าเพื่อนที่มาด้วยกันไม่สะกิดให้ดู ก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นหรอกค่ะ เพราะเกาะอยู่สูงเหลือเกิน เธอพ่วงคำบรรยายต่อด้วยว่า ตัวเองชอบกล้วยไม้ป่าต้นนี้มาก เวลามาเดินป่าอย่างนี้ต้องคอยมองหา บางทีก็จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกมาก่อน ถ้ามองขึ้นไปแล้วเห็นกอดอกสีเหลืองๆต้องรีบเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เพื่อจะดูว่าใช่มอนไข่หรือเปล่า
นั่นเป็นครั้งแรกที่ลืมเรื่องขาสองข้างที่กำลังล้า และจุดหมายคือบ้านพัก ไปเกือบสนิท เพราะกำลังเคลิ้มไปกับคำบรรยายที่เพื่อนใจดีเธอหยิบยื่นให้ และหลงคล้อยตามเห็นคุณค่าของการเดินทางหนนั้น
นั่นแหละที่เขาเรียกว่า ความสุขกับปัจจุบันที่เป็นไปนั่นเอง