ใครหลงรักบ้านอารมณ์ไทย มีลานเปิดโล่ง เฟอร์นิเจอร์ไม้สวยๆ มีต้นไม้ใหญ่และลมพัดเย็นสบาย เชื่อว่าต้องชอบบ้านแสนรักของครอบครัววัฒนกุล ที่ฉันมาเยี่ยมในฉบับนี้แน่นอนค่ะ แม้มองภายนอก บ้านหลังนี้จะเป็นอาคารปูนโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น ทว่าการแบ่งพื้นที่และเว้นให้มีส่วนเปิดโล่ง รวมถึงการเลือกใช้ประตูหน้าต่างไม้ ก็ทำให้บ้านมีกลิ่นอายแบบไทยๆ ผู้ออกแบบบ้านหลังนี้คือ คุณกิ๊ฟ - ชุตยาเวส สินธุพันธ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของทั้ง คุณลอร่า - ศศิธรและคุณสิษฐ เจ้าของบ้าน
คุณสิษฐเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการสร้างบ้านหลังนี้ว่าเพื่อนที่ทำงานชักชวนให้มาช่วยดูที่สวยๆ ทว่าเจ้าตัวกลับติดใจในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ มีทั้งต้นไม้ใหญ่ ทะเลสาบ และความร่มรื่นของสนามกอล์ฟ
“ทำเลของบ้านหลังนี้ใกล้ที่ทำงานของผม ซึ่งก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เลือกที่นี่ แต่หลักๆแล้วผมนึกถึงลูกๆมากกว่า ช่วงที่ปิดเทอมอยากให้เขาได้อยู่กับธรรมชาติและอากาศดีๆ”
บรรยากาศของบ้านนี้ช่างแสนสบาย ด้านหน้ามีต้นไม้ใหญ่ ส่วนหลังบ้านเป็นทะเลสาบ สามารถนั่งชมดวงอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม คุณลอร่าเล่าเสริมให้ฟังอีกว่า
“ที่นี่เป็นเหมือนบ้านตากอากาศ บ้านเดิมที่สุขุมวิทก็เหมือนคอนโดมิเนียมในเมืองของเรา ตอนนี้ก็ไปๆมาๆ เพราะที่นั่นยังมีคุณพ่อและน้องชายอยู่ด้วย เด็กๆต้องไปหาคุณตาอาทิตย์ละครั้งอยู่แล้ว อยู่ที่นี่พี่จะทำกับข้าวทานเองทุกมื้อ แต่พอกลับไปบ้านสุขุมวิทจะไม่ทำอะไรเลย เพราะรอบๆบ้านมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย”
เมื่อตกลงใจสร้างบ้านหลังนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่เดิมเล็กน้อย คุณสิษฐอธิบายเพิ่มว่า
“เดิมทีต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่มีอยู่ 3 ต้น แต่ผมแพ้ต้นกระถินณรงค์ จึงจำใจต้องตัดออกไป เหลือไทรเอาไว้ ช่วงออกแบบบ้านก็บอกให้สถาปนิกเว้นที่ให้เขาอยู่ด้วย”
ระหว่างการพูดคุย ฉันสังเกตว่าเจ้าของบ้านทั้งสองแบ่งหน้าที่กันชัดเจนในช่วงที่ทำบ้านหลังนี้
“ตัวบ้านทั้งหมดยกหน้าที่ให้คุณสิษฐดู ส่วนการตกแต่งภายในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆพี่จะเป็นคนดูแล แบ่งหน้าที่กัน พอเรายอมเขา เขากลับทำในสิ่งที่เราอยากได้ทั้งหมด เรียกว่ารู้ใจกันก็น่าจะได้” คุณลอร่าขยายความด้วยรอยยิ้ม
ความเป็นไทยอยู่ในใจ
ตอนนี้ฉันยืนอยู่ตรงช่องโล่งที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารสองหลัง ลมเย็นๆจากทะเลสาบพัดมาพอให้สบายตัวในวันที่แดดจัด ฉันรู้สึกได้ถึงความเป็นไทยที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้ ทั้งเรื่องการจัดวางแปลนและการเลือกใช้วัสดุตกแต่ง ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงประตูหน้าต่างลายลูกฟักแบบเรียบง่าย
“คอนเซ็ปต์จริงๆมาจากบ้านไทย บ้านนี้สร้างยากเพราะผมซื้อประตูหน้าต่างบานเฟี้ยมมาสะสมรอไว้อยู่แล้ว เดิมผมอยากให้ด้านล่างเปิดโล่ง แต่อาจไม่สะดวกนัก เลยปรับให้ชั้นบนมีทางเชื่อมระหว่างสองตึก ทำบันไดขึ้นลงที่เดียว เพื่อความปลอดภัย และแยกความเป็นส่วนตัวได้ หากมีแขกมาเยี่ยมก็อยู่หลังหนึ่ง เราก็อยู่ในส่วนของเรา”
ฉันสังเกตอีกว่าบ้านนี้ใช้ประตูหน้าต่างและพื้นไม้เป็นส่วนใหญ่ ไม้ที่เลือกใช้ก็ดูผ่านกาลเวลาและสวยงามทุกชิ้น คุณสิษฐเล่าต่อว่า
“ผมชอบไม้ พอไปเดินตลาดลานดินตรงตลาดนัดจตุจักรก็ถูกใจประตูหน้าต่างไม้เก่า ผมเลยซื้อกลับมา ผมชอบลักษณะของบ้านไทยที่เปิดโล่ง และที่นี่ก็อากาศดี ขณะที่บ้านสมัยใหม่ส่วนใหญ่จะปิดทึบ”
เฟอร์นิเจอร์สามรุ่น แต่หัวใจเดียว
เฟอร์นิเจอร์สวยๆในบ้านหลังนี้มาจากต่างยุค อย่างรุ่นคุณทวด รุ่นคุณพ่อ รุ่นคุณลอร่าและคุณสิษฐ แต่ด้วยความชอบและหลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ยุคก่อนเป็นทุนเดิม ทำให้เมื่อซื้อของเข้ามาใหม่ก็ยังเลือกสไตล์ที่ไม่หลุดจากกันและสวยงามเข้ากันได้ดี
“เฟอร์นิเจอร์ในบ้านหลังนี้บางตัวก็มาจากรุ่นคุณทวดและคุณพ่อ ซึ่งเป็นของตั้งแต่สมัยที่ครอบครัวพี่ยังทำธุรกิจ Villa Property เช่น โต๊ะกินข้าว เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้าในห้องน้องโมณีก้า และโต๊ะทำงานในห้องทำงานอดิเรก พี่อยากให้บ้านได้อารมณ์ทั้งใหม่และเก่า ชอบบ้านที่มีเรื่องเล่า มองอะไรก็ยังนึกถึงเรื่องราวเก่าๆที่เราผูกพัน ซึ่งทำให้เรายิ้มได้”
ฉันเห็นด้วยกับคุณลอร่า เชื่อว่าบ้านที่โอบล้อมด้วยความทรงจำจะทำให้เราระลึกถึงความผูกพันอันน่าประทับใจของคนที่เรารักและรักเรา ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มพูนกำลังใจในวันที่เหนื่อยล้า และเติมพลังให้ไปได้ไกลยิ่งกว่าในวันที่มีความสุขค่ะ