บ้านและสวน แมกกาซีน
ไขปัญหาบ้านมือสอง
โปรแกรมคำนวณค่าไฟฟ้า

ซ่อมบ้านหลังน้ำลด

27 ธ.ค. 2554 | 4703 views

           ได้เวลาสลัดคราบน้ำตา หันมาเยียวยาบ้านแสนรักหลังน้ำท่วมกันแล้วค่ะ ความเสียหายทั้งจากภายนอก ภายใน ไปจนถึงพื้นที่สวนสวยของคุณ ต้องการซ่อมแซมขนาดไหน? เริ่มต้นอย่างไร? ซ่อมตรงไหนก่อน? วันนี้เว็บไซท์บ้านและสวนมีคำตอบค่ะ

Level 1. ประเมินความเสียหาย
           เพื่อให้แผนการซ่อมแซมบ้านเป็นระบบสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือการประเมินความเสียหาย โดยอาจทำเป็นแบบ Checklist คร่าวๆ เพื่อทราบความเสียหายในภาพรวมก่อน
ตัวอย่าง
1. ภายนอก
• ผนัง
• วงกบประตู หน้าต่าง
• รั้ว
• อื่นๆ (ระบุ)
2. ภายใน
• ผนัง
• เพดาน
• พื้น
• เฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งบ้าน
• อื่นๆ (ระบุ)
3. สวน
• ต้นไม้
• สนามหญ้า
• เฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งสวน

Level 2. ประเมินผลิตภัณฑ์การซ่อมแซมที่ต้องใช้
           เมื่อรู้ความเสียหายคร่าวๆ ก็ได้เวลามาประเมินผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้การซ่อมแซม โดยสามารถใช้ Checklist ตัวเก่ามาทำการวิเคราะห์ได้
ตัวอย่าง
1. ภายนอก
• ผนัง
- รองพื้นปูนเก่า
- สีทาภายนอก
• รั้ว
- ไม้
- สีทา/เคลือบไม้
2. ภายใน
• พื้น
- กระเบื้อง
- พื้นไม้ปาเกต์
• ผนัง
- รองพื้นปูนเก่า
- สีทาภายใน
- วอลล์เปเปอร์
3. สวน
- หญ้า
- แผ่นทางเดิน
- ต้นไม้

*คุณสามารถดาวน์โหลด Checklist ได้ที่นี่ค่ะ

Level 3. ประเมินงบประมาณ
             ขั้นตอนการประเมินงบประมาณสามารถทำได้ 2 วิธีได้แก่
1. ผู้รับเหมา
             การเลือกใช้ผู้รับเหมานั้นแนะนำให้ประเมินความเหมาะสมจากราคา และข้อตกลงจากทางผู้รับเหมา โดยส่วนใหญ่มักแยกเป็นแบบรวมค่าแรงและค่าวัสดุอุปกรณ์เข้าไว้ด้วยกัน หรือเสนอแต่ค่าแรงแต่ไม่รวมค่าวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งถ้าหากคุณไม่ใช่คนมีเวลามากพอนักก็แนะนำให้ผู้รับเหมาจัดการเรื่องวัสดุอุปกรณ์ไปได้เลยจะดีกว่าค่ะ
2. ซ่อมแซมด้วยตนเอง
             หากคุณเลือกการซ่อมแซมด้วยตัวเองสามารถนำ Checklist ที่จัดทำไว้ก่อนหน้านี้ (ประเมินความเสียหาย และวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้) มาใช้แล้วเช็คราคาขอได้ตามรายการดังกล่าว ข้อแนะนำคือการลำดับความสำคัญก่อนหลัง โดยสามารถพิจารณาจากความเหมาะสมเช่น บางบ้านเลือกซ่อมแซมห้องรับแขกก่อนเพื่อให้สมบูรณ์แบบรองรับการใช้งานได้ทั้งการนอน นั่งเล่น กินข้าว ฯลฯ ในขณะที่ห้องนั้นๆ กำลังซ่อมแซม เป็นต้น

Level 4. เริ่มต้นทำความสะอาดพื้นที่
             การทำความสะอาดพื้นที่ๆ ได้รับความเสียหายสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเองในกรณีที่เสียหายไม่มาก แต่ถ้าหากความเสียหายกินบริเวณกว้างคุณสามารถเลือกใช้บริการได้จากบริษัทรับทำความสะอาดหลายแห่งที่เปิดให้บริการ
อุปกรณ์ทำความสะอาด
           1. อุปกรณ์ป้องกันการสัมผัสได้แก่ผ้าปิดจมูก ถุงมือยาง และรองเท้าบูท
           2. อุปกรณ์เก็บสิ่งปฎิกูลเช่นถงขยะ และถุงดำ
           3. อุปกรณ์ทำความสะอาดพื้น และผนัง อาทิไม้ถูพื้น หัวแปรง หัวผ้า ไม้ปาดน้ำ รวมไปถึงสก็อตไบรท์ และฟองน้ำ
           4. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดซึ่งแบ่งเป็น น้ำยาขจัดคราบ กำจัดเชื้อโรค และน้ำยาดับกลิ่น
ขั้นตอนการทำความสะอาด
           1. สวมอุปกรณ์ป้องกันตัว ได้แก่ ถุงมือยาง, รองเท้าบูท และผ้าปิดจมูก (เพื่อความปลอดภัย และป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรก)
           2. กำจัดสิ่งสกปรกหรือขยะ ออกจากพื้นที่
           3. ล้างทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ ด้วยน้ำเปล่า แล้วจึงผสมผลิตภัณฑ์ท้าความสะอาดตามอัตราส่วนที่แนะนำ ต่อเนื่องด้วยการใช้สเปรย์น้ำยาบนพื้น หรือชุบบนผ้าเช็ดท้าความสะอาด
           4. ขัด ถู ท้าความสะอาด ตามล้ำดับ โดยเริ่มต้นจากฝ้า-เพดาน-ผนัง-ประตู-หน้าต่าง-พื้น-เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้
           5. ล้างน้ำออกให้สะอาด 2-3 ครั้ง
           6. ปาดน้ำล้างลงท่อหรือดูดเก็บด้วยเครื่องดูดฝุ่น-ดูดน้ำออกให้หมด
           7. ปล่อยพื้นผิวให้แห้ง และเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และความชื้น
             บ้านใครผ้าม่านได้รับความเสียหาย เราก็มีวิธีทำความสะอาดผ้าม่านมาบอกด้วยค่ะ
วิธีทำความสะอาดผ้าม่าน
             ก่อนการซักม่านควรนำวัสดุอื่นๆที่ไม่ใช่ผ้าออกให้หมด ได้แก่ ตะขอม่าน ห่วงตาไก่ และโซ่ถ่วงบริเวณชายม่าน อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือคุณต้องทราบว่าเนื้อผ้าของม่านเป็นผ้าประเภทใด เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าใยสังเคราะห์ หรือผ้าไหม เพราะม่านมีการผลิตจากเส้นใยที่ไม่เหมือนกัน การดูแลรักษาจึงต้องเหมาะสมกับชนิดเส้นใยที่ผลิต 
             ผ้าฝ้าย ควรซักด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ปั่นแห้งด้วยความแรงระดับต่ำสุด และผึ่งให้แห้งในที่ร่ม ไม่ควรให้โดนแดดจัด เพราะสีผ้าจะซีดเร็วมาก ควรรีดที่อุณหภูมิปานกลาง อย่างไรก็ตามการซักด้วยน้ำอาจมีผลทำให้ม่านหดและสั้นลงประมาณ 3 -10 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับความแน่นของเนื้อผ้า ดังนั้นหากนำไปแขวนแล้วม่านดูลอย อาจแก้ไขโดยเลาะชายผ้าลงหรือเย็บต่อชายผ้า เพื่อเพิ่มความสูง นอกจากนี้หากเป็นผ้าพิมพ์ลาย ต้องระวังเรื่องสีตกด้วย ทดลองง่ายๆโดยการแช่น้ำ แล้วสังเกตดูก่อนว่าสีของผ้าตกหรือไม่ 
              ผ้าใยสังเคราะห์ สามารถซักในน้ำอุณหภูมิปกติ ปั่นแห้งด้วยความแรงระดับต่ำสุด ตากให้แห้ง แล้วรีดที่อุณหภูมิต่ำ-ปานกลาง ผ้าใยสังเคราะห์บางประเภทจะหดตัวได้หากรีดที่อุณหภูมิสูง
              ผ้าไหม แนะนำให้ส่งซักแห้งกับผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด 
              ทั้งนี้อยากให้เข้าใจธรรมชาติของม่านที่ผ่านการซักมาแล้วว่า ความสวยงามและคุณสมบัติพิเศษของผ้านั้นๆอาจไม่เหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น ความเงา ความยืดหยุ่น และคุณสมบัติการกันน้ำ ทั้งนี้เพราะสารที่เคลือบ

Level 5. เริ่มต้นซ่อมแซม
          
เมื่อทุกอย่างสะอาดก็ได้เวลามาลงมือซ่อมแซมแต่ละจุดที่เสียหายกันค่ะ
ซ่อมแซมผนังบ้าน 
            วัสดุต่างๆที่ใช้ทำผนังบ้าน เมื่อเวลาถูกน้ำท่วมนานๆ ก็จะเกิดความเสียหายแน่นอน วิธีแก้ไขได้แก่
            ถ้าเป็นผนังไม้ เช็ดทำความสะอาด เพื่อให้ผิวสามารถระเหยความชื้นได้ง่าย เมื่อแห้งดีแล้วใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ชโลมที่ผิว หรือทาสีต่อไป วิธีที่ดีควรทาสีด้านในบ้านก่อน ทิ้งไว้ 5-6 เดือน จึงทาสีด้านนอก
            ถ้าเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูน ก็ใช้วิธีเดียวกับผนังไม้ แต่ต้องทิ้งให้ระเหยความชื้นนานกว่าผนังไม้ เพราะมีความหนามากกว่า
            ถ้าเป็นผนังยิบซั่มบอร์ด ก็เลาะเอาแผ่นที่เสียออก ถ้าโครงเก่าเป็นโลหะก็สามารถติดแผ่นใหม่ได้เลย แต่ถ้าโครงเก่าเป็นไม้ ต้องทิ้งให้ความชื้นในไม้ระเหยหมดก่อน จึงจะติดแผ่นใหม่ได้
            สำหรับเรื่องสีหลังน้ำลดอย่าเพิ่งรีบทาสีใหม่การแช่น้ำนานๆอาจทำให้สีทาบ้านเสื่อมสภาพลง มีคราบสกปรก และเกิดการหลุดล่อนได้ บริเวณบ้านที่แช่น้ำนานๆจนเกิดคราบที่ผนังต้องขัดลอกสีเดิมออกให้มากที่สุด หลังจากน้ำลดให้ล้างคราบเกลือออกให้หมด กรณีที่แช่อยู่นานมากจนเกิดเชื้อรา ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราด้วย ถ้าแช่เป็นเดือนๆจนผนังปูนร่วนเป็นผง แนะนำให้สกัดปูนฉาบออกจนถึงอิฐก่อ หลังจากนั้นให้ฉาบใหม่โดยใช้น้ำยาประสานคอนกรีตผสมด้วยเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ
             เมื่อซ่อมผนังเสร็จแล้วควรปล่อยให้แห้งสนิทอย่างน้อย 3 เดือนก่อนจะเริ่มทาสีใหม่ สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือทา “น้ำยารองพื้น” ชนิดพิเศษที่ช่วยป้องกันความชื้น จากนั้นก็ทา “สีรองพื้น” ที่ป้องกันคราบเกลือและความเป็นด่างจากผิวปูนใหม่และปูนเก่าที่แช่น้ำมานาน จากนั้นก็ทาสีให้เข้ากับผนังส่วนอื่นๆของบ้านได้ ผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมาทั้งหมดสอบถามได้ที่ร้านขายสีชั้นนำทั่วไป
ซ่อมแซมฝ้าเพดาน
            การซ่อมแซมฝ้าเพดานจะมีลักษณะคล้ายๆ การซ่อมผนังและพื้นปนกัน คือ ถ้าเป็นฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ด หรือกระดาษอัด ถ้าเปื่อยยุ่ยมากเพราะอมน้ำ ก็ควรเลาะออกแล้วจึงเปลี่ยนแผ่นใหม่เลย ทิ้งให้ทั้งหมดแห้งสนิทจริงๆ แล้วจึงทาสีทับ
           ฝ้าโลหะ ให้เช็ดทำความสะอาดให้แห้ง ถ้าเป็นสนิม ก็ใช้กระดาษทรายขัดออกให้เรียบร้อย แล้วจึงทาสีทับเข้าไปใหม่ ระบบสายไฟส่วนใหญ่จะเดินในฝ้า เวลาเปิดฝ้าเข้าไปต้องตรวจดูว่าความเรียบร้อยว่า มีส่วนใดชำรุดด้วยหรือเปล่า 
           โครงฝ้าเพดานที่เป็นไม้ เกิดการแอ่นหรือทรุดตัว ต้องแก้ไขให้ได้ระดับก่อนการติดตั้งแผ่นฝ้าใหม่
ซ่อมแซมพื้น
           
พื้นไม้จริง เช่น ไม้ปาร์เกต์ หรือไม้กระดาน สามารถรื้อออกไปตากลมให้แห้ง อย่าตากแดดแรงๆ เพราะจะทำให้ไม้หดตัวเร็วไปและปริแตกได้ ไม้หนาๆอาจต้องผึ่งลมเป็นเดือนๆกว่าจะแห้ง จากนั้นก็นำไปซ่อมผิวแต่งสีก่อนจะติดตั้ง กรณีไม้ปาร์เกต์ซึ่งเป็นการติดกาวลงกับพื้นคอนกรีต ต้องทำให้พื้นแห้งก่อน จากนั้นก็ลงน้ำยากันความชื้นด้วย
            พื้นไม้เทียมอย่างไม้ลามิเนต ไม้เอ็นจิเนียร์ มีความเสี่ยงที่จะต้องเปลี่ยนใหม่หมด ไม่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ถ้ามีการบิดโก่งหรือบวม แม้จะแห้งแล้วก็ตาม เพราะไม่สามารถแต่งขัดพื้นให้เรียบได้เหมือนไม้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ หมายเหตุ: เดี๋ยวนี้มีพื้นไม้ที่ไม่ได้เป็นไม้เลย เช่น แผ่นกระเบื้องไวนิล หรือกระเบื้องลายไม้ ซ่อมง่ายกว่ามากคือถ้าไม่หลุดล่อนออกมาก็ใช้ต่อได้ ถ้าหลุดก็ติดใหม่เป็นแผ่นๆ ไม่ต้องขัดไม่ต้องทาสีใหม่
            พื้นกระเบื้อง หากกระเบื้องที่โดยน้ำท่วมขังทิ้งไว้เพียงคราบสิ่งสกปรก แนะนำให้ใช้น้ำยากำจัดคราบสกปรกเช่นตะกรัน หรือตะไคร่น้ำแล้วขัดล้าง แต่ถ้าหากความเสียหายเกิดขึ้นกับตัวกระเบื้องและรอยยาแนว อาทิยาแนวหลุดลอก มีรูและเป็นหลุม ไปจนถึงกระเบื้องแตกร้าวถึงหลุดร่อน แนะนำให้ปรึกษาช่างเพื่อทำการซ่อมแซมโดยสามารถเลือกซ่อมเฉพาะส่วนที่เสียหาย หรืออาจตัดสินใจเปลี่ยนกระเบื้อบริเวณดังกล่าวทั้งหมด
ซ่อมแซมรั้วบ้าน
           วิธีตรวจสอบสภาพกำแพงรั้วต้องดูด้วยตาเท่านั้น สังเกตดีๆว่ามีรอยร้าวใหม่เกิดขึ้นไหม เอียงหรือทรุดตัวเป็นคลื่นบ้างไหม ถ้ามีเพียงเล็กน้อยก็ควรหาไม้มาค้ำยันและเรียกช่างมาซ่อม อีกอย่างที่ต้องสังเกตคือดินใต้แนวกำแพงรั้วอาจโดนน้ำชะไปจนเกิดเป็นโพรง ควรเร่งทำแนวอิฐบล็อกกั้นไว้แล้วอัดดินเข้าไปเสริม และอัดดินให้แน่น ป้องกันดินในบ้านคุณไหลออกไปมากกว่านั้นซึ่งจะมีผลต่อรากฐาน ของรั้วได้
ในเขตที่น้ำท่วมสูงรั้วบ้านถูกใช้เป็นแนวป้องกันน้ำ รอยร้าวอาจจะมองเห็นได้ไม่ชัด กรณีน้ำท่วมสูงเป็นเวลานานๆแบบนี้ ควรเรียกวิศวกรมาตรวจสอบ เพราะอยู่ดีๆรั้วอาจทรุดตัวและล้มลงมาได้ 
            วิธีซ่อมมีหลายวิธี ถ้าเสาและคานปูนยังอยู่ในสภาพดีอาจแก้ไขโดยการทุปอิฐบล็อกและก่อใหม่เป็นจุดๆ แต่ถ้าเสียหายหลายจุดอาจจำเป็นต้องก่อใหม่ด้วยวัสดุที่เบากว่า เช่น อิฐมวลเบา หรือทำเป็นระแนงรั้วไม้หรือไม้เทียม ทั้งนี้เพื่อให้น้ำหนักเบาลง ในกรณีที่ทรุดหรือเอียง ต้องรื้อทำใหม่เท่านั้น
ซ่อมแซมสวน
           1. ถ้าเป็นไปได้หากน้ำเพิ่งเริ่มท่วมให้รีบสูบออกทันที หากพื้นที่ที่คุณอยู่อาศัยเป็นเขตที่น้ำท่วมบ่อยครั้งอาจใช้วิธีฝังท่อพีวีซีในแนวตั้งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว รอบแนวทรงพุ่มเพื่อดูระดับน้ำและสูบออกโดยทำบ่อรับน้ำที่จะสูบออกด้วย เมื่อน้ำท่วมขังใหม่ๆควรตัดแต่งกิ่งบางส่วนออกเพื่อลดการคายน้ำ
           2. หากน้ำท่วมขังเป็นแบบไหลผ่าน ต้นไม้ก็มีโอกาสได้รับออกซิเจนให้รากนำไปใช้ได้ แต่หากเป็นน้ำนิ่งและเน่าจะทำให้การอยู่รอดของต้นไม้สั้นลง กรณีนี้แนะนำให้ใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียร่วมกับการเติมออกซิเจนในน้ำ
           3. หลังน้ำลดไม่ควรเข้าไปใกล้ต้นไม้ทันทีเนื่องจากดินยังอ่อนตัวอยู่ น้ำหนักตัวเราจะไปกดดินทำให้รากขาด หรือดินเกิดการอัดแน่นจนมีผลกระทบต่อรากได้ ทางที่ดีควรรอให้ดินแห้งสนิทแล้วจึงเข้าไปสำรวจความเสียหาย จากนั้นพรวนดินเพื่อเพิ่มออกซิเจนแก่รากพืชและทำให้รากพืชแตกใหม่ได้ดีขึ้น
           4. ระยะแรกหลังจากน้ำลดรากพืชยังไม่สามารถดูดธาตุอาหารและน้ำจากดินได้ตามปกติ ดังนั้นหากพืชมีอาการขาดน้ำ เช่น ใบเหลือง เหี่ยวเฉา ควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่งเพื่อลดการคายน้ำ หากกำลังติดผลให้ปลิดผลออกและฉีดพ่นปุ๋ยทางใบให้แก่พืช 
           5. ในช่วงแรกไม่ควรให้น้ำ ปุ๋ย หรือสารเคมีต่าง ๆ เมื่อต้นไม้เริ่มฟื้นตัวแล้ว จึงให้น้ำเล็กน้อย เสริมปุ๋ยและฮอร์โมน เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของรากและกระตุ้นให้แตกใบใหม่ กรณีที่มีโรครากและโคนเน่าจากเชื้อราให้ใช้สารป้องกันราราดโคนต้นพืชหรือทาที่ผิวลำต้น
การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์
1. พยายามเอาความชื้นออกจากเฟอร์นิเจอร์ให้มากที่สุด
2. เฟอร์นิเจอร์หุ้มผ้าที่มีส่วนประกอบของโครงไม้และผ้าหุ้มฟองน้ำต่างๆ หากโครงสร้างไม้ยังใช้ได้ ถอดเฉพาะโครงไปตากแดดแล้วเก็บไปหุ้มนวมใหม่ ส่วนฟองน้ำและผ้าหุ้ม ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนใหม่เลย เพราะน้ำจะพาเอาเชื้อโรคมาติดอยู่ ถึงจะตากแดดให้แห้ง เชื้อโรคก็ยังมีอยู่
3. เฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน ต้องตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง หากเป็นโครงไม้จริงต้องดูแลเป็นส่วนๆไป เช่น โครงไม้ด้านในหากไม่ผุกร่อน ให้ทิ้งไว้จนแห้งสนิทแล้วทำสีใหม่ ส่วนหน้าบานตู้หากเป็นไม้อัดอาจต้องทำใจเพราะจะเกิดการบวมน้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่อาจเป็นเรื่องยาก แนะนำให้เปลี่ยนหน้าบานใหม่ ทำความสะอาดรูกุญแจและลูกบิด รวมถึงอย่าลืมตรวจสอบระบบไฟต่างๆที่อยู่ภายในตู้บิลท์อินด้วย
4. เฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม่ควรนำไปตากแดด เพราะจะทำให้บิดงอได้ และถ้าจะทาสีใหม่ ควรรอให้แห้งสนิทก่อน มิฉะนั้นจะลอกได้
5. เฟอร์นิเจอร์ที่มีส่วนประกอบของเหล็ก อย่างขาตู้ที่ต้องถูกแช่น้ำแบบเต็มๆจนเกิดสนิม ให้นำชิ้นส่วนนั้นออกไปตากแดดจัดได้ จากนั้นเมื่อแห้งดีให้ใช้น้ำยาขัดสนิมขัดคราบออกแล้วเคลือบผิวด้วยน้ำยากันสนิมและพ่นสีใหม่ก็จะกลับคืนสภาพเดิม
ดูบริการเพิ่มเติมได้ที่
ซ่อมวอลล์เปเปอร์ 
             น้ำท่วมข้างนอกแม้จะไม่ได้เข้ามาในตัวบ้านก็ทำให้ผนังชื้น บ้านที่ติดวอลล์เปเปอร์อาจมองไม่เห็นว่ามีคราบน้ำและความชื้นอยู่ที่ผนัง ในกรณีนี้อาจไม่จำเป็นต้องลอกวอลล์เปเปอร์ออก เมื่อน้ำลดให้ใช้พัดลมเป่าให้ทั่วผนัง เป่าทิ้งไว้เป็นระยะเวลา 1-2 วัน แต่ต้องเป็นกรณีที่น้ำท่วมแค่ภายนอก น้ำไม่โดนวอลล์เปเปอร์โดยตรง และต้องเป็นน้ำขังภายนอกแค่ไม่เกิน 2-3 วันเท่านั้น เพราะถ้าเกินกว่านั้นผนังจะรับความชื้นเอาไว้สูงมาก และเกิดเป็นเชื้อราสะสมภายใน ส่งผลให้วอลล์เปเปอร์เสื่อมสภาพเร็วและต้องลอกออกอยู่ดี
             สำหรับกรณีที่น้ำท่วมขังอยู่ภายในบ้านและน้ำโดนวอลล์เปเปอร์โดยตรงเป็นเวลานานๆก็จำเป็นต้องลอกออกสถานเดียว แล้วปล่อยให้ผนังแห้งเองโดยจะใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน ซอกมุมต่างๆที่ดูท่าว่าจะมีความชื้นสะสมอยู่มากสามารถใช้พัดลมหรือไดร์เป่าผมช่วยเป่าได้ ที่สำคัญหากผนังปูนมีลักษณะหลุดล่อนก็ควรกะเทาะออกแล้วฉาบปูนใหม่ให้เรียบร้อยก่อนจะติดวอลล์เปเปอร์
             หลายคนยังเสียดายวอลล์เปเปอร์ลายเก่า อาจเพราะสวยถูกใจและหาซื้อไม่ได้อีกแล้ว กรณีนี้สามารถใช้วอลล์เปเปอร์เดิมติดได้เมื่อผนังบ้านแห้งดีแล้ว แต่ทางที่ดีควรเปลี่ยนไปใช้วอลล์เปเปอร์ใหม่เลย เพราะวอลล์เปเปอร์ทำจากกระดาษเป็นหลัก เมื่อโดนความชื้นนานๆทั้งสภาพของกระดาษ สีสัน ลวดลายก็จะเสื่อมได้ง่าย เมื่อจะเลือกซื้อวอลล์เปอร์ใหม่ควรเลือกแบบที่เป็นไวนิล เพราะเคลือบพลาสติกจะทนทานกว่าแบบอื่นๆ หรือเปลี่ยนไปใช้วอลล์คัฟเวอร์ริ่ง (Wall Covering) ซึ่งส่วนมากจะทำจากผ้าและไวนิล มีความทนทานมากกว่าวอลล์เปเปอร์ที่เป็นกระดาษ ส่วนมากใช้ในอาคารสำนักงาน โรงแรม หรือร้านอาหาร ราคาอาจค่อนข้างสูง แต่ถ้าคุณใช้ในพื้นที่ไม่มากก็คุ้มค่าน่าลงทุน 

              และนี่ก็คือ 5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเยียวยาบ้านแสนรักหลังน้ำท่วม ใครดำเนินการไปถึงขั้นตอนเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งบ้านเข้าบ้านสามารถดูรายละเอียดสิน ผลิตภัณฑ์ และบริการเติมได้ที่ www.roommag.com/directory

ความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้
ศัพท์ช่าง
ปรึกษาหารือ