approval payday loans
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ บ้านและสวน
1234
บ้านและน้ำ
approval payday loans
          เราอยู่กับน้ำมานาน นานจนบางครั้งก็ลืมไปว่า การอยู่ร่วมกับน้ำเป็นอย่างไร เหตุการณ์อุทกภัยใหญ่ที่เกิดขึ้นในปีนี้ คงทำให้เราได้รับบทเรียนมากมายว่า นอกจากการรู้จักใช้ประโยชน์จากน้ำแล้ว ต่อจากนี้ไปเราควรต้องหันมามองว่าจะใช้ชีวิตกันอย่างไรในเวลาที่น้ำมีปริมาณมากเกินกว่าจะใช้ประโยชน์
           คอลัมน์ "สถาปัตยกรรม" ฉบับนี้ ขอนำเสนอข้อมูลที่จะช่วยให้เจ้าของบ้านทุกท่านได้ดูแลบ้านของคุณให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ดีดังเดิมหลังจากที่ถูกน้ำท่วม รวมถึงแนะนำการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมซึ่งอาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต เราเลือกที่จะมาตั้งรกรากกันในพื้นที่ราบลุ่มน้ำ และสร้างบ้านกันบนทางน้ำหลาก เรื่องแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง เราจึงควรจะรับมือกับธรรมชาติของน้ำได้อย่างดีขึ้น หวังว่าข้อมูลที่พวกเรารวบรวมจะมีประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อย

1. น้ำไม่ได้เข้ามาทางหน้าบ้านเท่านั้น
           เมื่อน้ำมา ระดับน้ำรอบบ้านจะสูงขึ้น น้ำที่จะเข้ามาภายในบ้านจึงไม่ได้เข้ามาทางประตูและหน้าต่างของบ้านเท่านั้น ยังมีจุดเสี่ยงอีกหลายจุดที่เราต้องคอยระวัง เช่น
ท่อน้ำทิ้ง เป็นท่อที่มีการเชื่อมต่อกับท่อภายนอกโดยตรง เมื่อระดับน้ำในท่อระบายน้ำสูงขึ้น จึงมีโอกาสที่น้ำจะถูกดันขึ้นมาสู่ภายในบ้านเช่นกัน
ห้องน้ำ เป็นห้องที่มีการต่อท่อทั้งท่อน้ำและท่อน้ำทิ้งกับภายนอกมากที่สุด หากระดับน้ำภายนอกไม่มาก ปัญหาอาจเป็นเพียงการราดน้ำหรือกดชัดโครกไม่ลง แต่ถ้ามากกว่านั้นน้ำก็อาจล้นขึ้นมาจากจุดนี้ได้
ผนังบ้าน บ้านที่มีอายุนับสิบๆปี ส่วนเชื่อมต่อของพื้นและผนังอาจมีรอยร้าวเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ สิ่งที่ทำได้คือหมั่นตรวจสอบผนังรอบบ้าน หากเห็นรอยร้าวที่เป็นจุดเสี่ยงก็หาซิลิโคน อะคริลิก หรือพอลิยูริเทน อุดรอยรั่วนั้น แนะนำให้อุดจากภายในบ้านจะได้มีส่วนที่สัมผัสน้ำน้อยที่สุด

2. ทางออกของบ้านที่อยู่ต่ำกว่าถนนหน้าบ้าน
            สำหรับบ้านที่อยู่ต่ำกว่าพื้นถนนหน้าบ้าน สิ่งที่ต้องทำเมื่อน้ำจากถนนท่วมเข้ามาภายในพื้นที่รอบบ้านก็คือการป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาในบ้านด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกำแพงกระสอบทรายหรือการก่ออิฐเป็นขอบแบบถาวร และอุดช่องทางที่น้ำจะเข้ามาได้จากภายในบ้าน เช่น ท่อระบายน้ำทั้งหมด แต่หากยังมีน้ำเล็ดลอดเข้ามาอยู่ ต้องจัดการสูบน้ำออกไปโดยการใช้ปั๊มน้ำสูบน้ำออกไปยังนอกบ้าน สำรวจพื้นที่ลาดเอียงรอบบ้านเพื่อเป็นตำแหน่งของปั๊มน้ำ วางปั๊มน้ำสูบน้ำออกโดยควรพักระยะการทำงาน 5 นาที ทุก 3 ชั่วโมง หากมีปั๊ม 2 ตัว ก็จะช่วยให้การระบายน้ำในบ้านดีขึ้น

3. อุดท่อระบายน้ำอย่างไรดี
          ปกติน้ำใช้แล้วในบ้านเราจะไหลลงท่อระบายน้ำทิ้ง ซึ่งจะไหลไปรวมกันที่บ่อพักรอบบ้าน ก่อนจะระบายลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะที่ถนนหน้าบ้าน หรือระบายลงแม่น้ำลำคลองในกรณีที่บ้านคุณอยู่ใกล้ทางระบายน้ำ ปัญหาในช่วงเวลาน้ำท่วมคือ ระดับน้ำในคลองจะอยู่สูงกว่าปากท่อระบายที่พื้นบ้านคุณ จึงมีการไหลย้อนขึ้นมาได้ สำหรับปากท่อด้านนอกบ้าน อาจมีการนำถุงทรายมาวางทับเพื่ออุดไม่ให้น้ำซึมเข้ามา แต่ก็มักเอาไม่ค่อยอยู่ เพราะเป็นการอุดแบบฝืนธรรมชาติ 
          สำหรับปากท่อในบ้านที่ควรมีการอุด เช่น ท่อระบายในห้องน้ำชั้นล่าง และในบางพื้นที่ที่ระดับน้ำในคลองขึ้นสูง อาจต้องอุดที่อ่างล้างหน้าและอ่านล้างจานด้วย โดยใช้ “ดินเหนียวหรือดินน้ำมันที่อยู่ในถุงพลาสติก” อุดให้แน่น แล้วหาของหนักๆมาวางทับอีกที ถุงพลาสติกจะช่วยไม่ให้มีอะไรหลุดร่วงไปในท่อน้ำ อย่าใช้ปูนอุดท่อเด็ดขาด เพราะจะต้องมาซ่อมท่อน้ำกันใหญ่โตเกินจำเป็นในภายหลัง
อีกวิธีต่อกรกับน้ำที่เข้ามาตามท่อคือใช้หลักวิทยาศาสตร์ที่เราเรียนกันตอนประถม คือน้ำจะพยายามปรับระดับตัวเองให้เท่าๆกัน น้ำที่มีระดับสูงก็จะไหลไปอีกที่ที่มีระดับต่ำกว่าและหยุดไหลเมื่อถึงระดับที่เท่ากัน วิธีที่แนะนำคือตัดท่อพีวีซี ขนาด 4 นิ้ว วางครอบไว้ที่ปากท่อระบายน้ำ แล้วยาขอบด้วยดินน้ำมัน ยางมะตอย หรือซิลิโคน แค่พอไม่ให้น้ำซึมออกมาได้ เวลาน้ำจะขึ้นก็ปล่อยให้ขึ้นจนถึงระดับที่เขาต้องการ พูดง่ายๆคือยอมให้เกินพื้นที่น้ำท่วมจิ๋วๆในห้องน้ำ จากนั้นก็ลุ้นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำจะลดระดับน้ำในคลองให้คุณได้ในเร็ววัน ระหว่างนี้ก็ใช้ห้องน้ำบนชั้นสอง

4. มีวาล์วสำหรับป้องกันน้ำไหลย้อนเข้ามาในบ้านไหม
          บ้านในประเทศไทยเกือบทั้งหมดไม่มีการติด “วาล์วหรือประตูน้ำ” ที่ท่อระบายน้ำของตัวเอง ในต่างประเทศจะมีกฎหมายให้บ้านที่สร้างใหม่ทุกหลังติดตั้งประตูน้ำที่ท่อน้ำทิ้งหรือ “แบ๊กโฟลว์วาล์ว” (Backflow Valve) ในเขตบ้านตัวเอง ก่อนจะไปเชื่อมต่อกับท่อระบายสาธารณะ (Sewer Main) ซึ่งจะช่วยป้องกันการไหลย้อนของน้ำทิ้ง ในกรณีระบบระบายน้ำของเมืองอุดตันหรือในกรณีน้ำท่วม ถ้าเรามีการติดตั้งวาล์วนี้ ก็ไม่ต้องวิ่งอุดท่ออย่างที่ทำกัน
          แบ๊กโฟลว์วาล์วที่ใช้กันทุกบ้านในต่างประเทศจะทำจากเหล็กหล่อ ข้างในจะมีลิ้นเหวี่ยงที่ปล่อยให้น้ำ ไหลออกทางเดียว และจะปิดทันทีที่มีกระแสน้ำไหลย้อนเข้ามา ทางเลือกที่เป็นไปได้ (หาซื้อง่ายกว่าในเมืองไทย)คือการติดตั้ง “ประตูน้ำมือหมุน” ทำจากเหล็กหล่อเช่นเดียวกัน ช่างประปาที่มีประสบการณ์หรือร้านวัสดุก่อสร้างใหญ่ๆจะรู้จักวาล์วนี้ ต่อได้กับท่อขนาดตั้งแต่ 6 -12 นิ้ว มีวงล้อหมุนเพื่อเปิดหรือปิดประตูน้ำด้วยมือ แต่ต้องไม่ลืมว่าเวลาปิดแล้วจะไม่สามารถระบายน้ำออกได้ ถ้าจะให้ดีควรติดตั้งแยกเป็นส่วนๆ เช่น ประตูสำหรับห้องน้ำชั้นบนและชั้นล่าง

5. ต่อไปนี้ทุกบ้านควรมีเครื่องสูบน้ำ
          ช่วงน้ำท่วมหลายคนมีโอกาสได้เป็นเจ้าของเครื่องสูบน้ำหรือปั๊มเป็นครั้งแรก บางคนได้ใช้ บางคนแค่มีไว้ก็อุ่นใจ ตอนนี้บ้านไหนยังไม่มีก็อยากแนะนำให้มีติดบ้านไว้บ้าง ซึ่งที่นิยมใช้กันนั้นมี 3 ชนิด ดังนี้
1. ปั๊มไดโว่ หรือ ปั๊มจุ่ม (Submersible Water Pump) ปั๊มน้ำหนักเบา ราคาประหยัด แต่ไม่ทนทานเท่าไร ถ้านานๆใช้ทีก็พอไหว ตัวปั๊มมีขนาดเล็กและใช้ไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่ การทำงานของปั๊มชนิดนี้ต้องให้ตัวเครื่องจมอยู่ในน้ำ ไม่เช่นนั้นเครื่องจะร้อนเกินไป เหมาะจะใช้กับบ้านที่ยังไม่โดนตัดไฟ ใช้สูบน้ำที่ไหลผ่านแนวกำแพงกั้นน้ำได้
2. ปั๊มหอยโข่ง (Centrifugal Pump) ปั๊มชนิดนี้สามารถสูบน้ำได้ไวและแรงที่สุด อัตราการสูบน้ำขึ้นอยู่กับแรงดัน สามารถต่อท่อเพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่ได้โดยไม่ติดปัญหาเมื่อน้ำตื้นแล้วจะดูดไม่ขึ้น ปั๊มหอยโข่งเหมาะกับงานที่ต้องการแรงดันน้ำในการส่งผ่านมวลน้ำไป จึงอาจไม่เกินไปสำหรับการสูบน้ำท่วมขังภายในบ้าน แต่เหมาะกับการใช้งานที่เกี่ยวกับแรงดัน เช่น สูบน้ำขึ้นที่สูง
3. ปั๊มพญานาค (Propeller Pump) ปั๊มชนิดนี้ราคาแพงกว่าปั๊มไดโว่ แต่ทนกว่าเยอะ อัตราการสูบน้ำขึ้นอยู่กับความเร็วของใบพัด สามารถสูบน้ำได้ปริมาณมาก แต่ไม่สามารถสูบน้ำในที่ตื้นได้ เนื่องจากลักษณะของหัวสูบที่ใหญ่ เมื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำที่สูบได้ต่อวินาที ปั๊มพญานาคนับว่ามีความคุ้มค่าที่สุดในบรรดาปั๊มที่นิยมใช้กัน ที่สำคัญยังผลิตในประเทศ เหมาะสมกับการสูบน้ำออกจากพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ไร่นา เขตโรงงาน เป็นต้น

6. บ้านต้องสูงเท่าไรถึงจะพ้นน้ำท่วม
          ปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาของส่วนรวมที่แก้ไขคนเดียวไม่ได้ แต่บ้านพังเพราะน้ำท่วมเป็นปัญหาของคุณคนเดียว (น่าเศร้า) หลายคนจึงอยากถมที่บ้านให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ คืออย่างน้อยถ้าบ้านฉันรอดก็ยังดี แต่ไม่รู้จะต้องถมกันสูงขนาดไหนถึงจะพ้น
          อย่างแรกต้องบอกก่อนว่า เมืองหลวงและหลายๆเมืองในประเทศไทยสร้างอยู่บนที่ราบลุ่มน้ำซึ่งมีหลายจุดที่อยู่สูงกว่าระดับทะเลไม่มาก บางจุดต่ำกว่าด้วยซ้ำ สมัยก่อนคนไทยจึงสร้างบ้านยกใต้ถุนสูงและเก็บ ของมีค่าไว้บนชั้นสอง ปัจจุบันเราเอาดินไปถมให้สูง ทับทางระบายน้ำหรือทำให้การระบายยากขึ้น ระดับน้ำที่ท่วมก็จะสูงขึ้นทุกปี แล้วเราก็มาคิดเรื่องถมกันให้สูงขึ้นไปอีก 
          สำหรับบ้านในต่างจังหวัดเราแนะนำบ้านสองชั้นยกใต้ถุนแทนการถมสูง แต่บ้านในกรุงเทพฯยังจำเป็นจะต้องถม เพราะถนนสาธารณะที่ราชการสร้างให้ก็ถมจนสูงหมดแล้ว ถ้าต่ำไปจะระบายน้ำลำบาก แต่บ้านจะต้องสูงขนาดไหนล่ะ ก่อนอื่นคุณจะต้องทราบว่าพื้นที่อาศัยของคุณอยู่สูงกว่าระดับทะเลปานกลางเท่าไร อยู่ด้านในหรือด้านนอกของแนวคันกั้นน้ำ ตลิ่งของคลองหรือแม่น้ำใกล้บ้านคุณสูงเท่าไร ถ้าอยากให้รอดพ้นจากน้ำท่วม พื้นชั้นล่างสุดของบ้านคุณอาจต้องสูงกว่าระดับดังกล่าวทั้งหมดอย่างน้อยหนึ่งเมตร ทั้
Article by tag

Amarin Training