บ้านและสวน แมกกาซีน
ไขปัญหาบ้านมือสอง
โปรแกรมคำนวณค่าไฟฟ้า

Garden House

27 ก.พ. 2557 | 5529 views

           สมัยนี้พื้นที่สวนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายนอกบ้านเท่านั้นนะคะ รูปแบบสวนซึ่งเป็นที่พูดถึงกันมากในระยะหลังมานี้ก็คือการทำพื้นที่สวนเชื่อมต่อจากในบ้านออกไปยังภายนอก ให้ทั้งสองส่วนเหมือนเป็นพื้นที่เดียวกัน นอกเหนือจากสวนรูปแบบนี้แล้ว การนำต้นไม้เข้ามาปลูกในบ้านให้ได้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรรมชาติก็เป็นไอเดียที่ไม่ควรมองข้าม แถมยังเหมาะสำหรับผู้มีพื้นที่ไม่มากนัก ในหนังสือ Garden House: Bringing the Outdoors In โดย Bonnie Trust Dahan มีไอเดียการนำต้นไม้เข้ามาจัดในบ้านได้สวยไปเสียทุกมุม พอพลิกดูแต่ละหน้าแล้วก็อยากจะออกไปหยิบต้นไม้มาจัดตกแต่งในบ้านบ้าง จนเป็นที่มาของการเสาะหาไอเดียการจัดต้นไม้ตามห้องต่างๆในบ้าน พร้อมเคล็ดลับดีๆที่จะทำให้ต้นไม้ที่ปลูกในบ้านของคุณสวยเสมอในคอลัมน์ “การ์เด้นไอเดีย” ฉบับนี้กันค่ะ

รู้เลือกต้นไม้
            สิ่งที่คุณต้องรู้อันดับแรกสำหรับการปลูกต้นไม้ในบ้านก็คือสภาพแสงในบ้านไม่เท่าด้านนอก พรรณไม้ที่นำมาใช้จึงควรทนร่มได้ดี เว้นแต่ว่าบริเวณนั้นได้รับแสงสว่างพอสมควร เช่น ริมระเบียง ริมหน้าต่าง บริเวณผนังกระจก หรือห้องที่เปิดไฟนีออนชนิด Daylight ในพื้นที่เหล่านี้คุณก็สามารถเลือกต้นไม้ที่ชอบแสงมากขึ้นมาอีกได้ ตัวอย่างต้นไม้สำหรับใช้ในบ้านตามสภาพแสงที่ต่างกัน ได้แก่ แสงน้อย เช่น บริเวณมุมห้อง ห้องน้ำ สามารถปลูกแก้วหน้าม้า หน้าวัว เฟิน แอฟริกันไวโอเล็ต บอนสี เงินไหลมา จั๋ง เขียวหมื่นปี เปปเปอโรเมีย ฟิโลเดนดรอน ออมเงิน ออมทอง ปาล์มไผ่ เป็นต้น แสงปานกลาง บริเวณใกล้หน้าต่าง ประตู ระเบียงที่มีแดดส่องถึง เลือกใช้ดาดตะกั่ว ปริก ปาล์มจีบ เศรษฐีไซง่อน หนวดปลาหมึกแคระ ยางใบซอ อากาเว่ ลิ้นมังกร สนฉัตร ยุกกา ฤๅษีผสม แคคตัส กุหลาบหิน เป็นต้น
             นอกจากนี้ต้นไม้บางชนิดแม้ว่าจะเป็นพรรณไม้ที่ชอบแดดก็จริง แต่ก็สามารถปรับตัวให้ปลูกในที่ร่มได้ เช่น หมากเขียว หมากเหลือง หมากผู้หมากเมีย ฤๅษีผสม และเล็บครุฑ อย่างไรก็ตามการเลือกต้นไม้มาปลูกในบ้านควรเลือกชนิดที่มีผิวใบมันและหนา จะมีความทนทานต่อการใช้งานภายในบ้านหรืออาคารมากกว่ากลุ่มพรรณไม้ที่มีผิวใบบาง
Tips

- ห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศจะทำให้ต้นไม้สูญเสียความชื้นได้ง่าย จึงต้องมีการเปลี่ยนต้นไม้บ่อยกว่า สำหรับการเปลี่ยนต้นไม้นั้นต้องนำออก
มาพักในบริเวณที่ร่มรำไร ให้ต้นมีการปรับตัวก่อน เช่นเดียวกับก่อนนำต้นไม้เข้าไปไว้ในบ้านก็ควรนำต้นไม้นั้นมาค่อยๆปรับสภาพให้ต้นค่อยๆเคยชินกับสภาพร่ม แล้วจึงย้ายไปวางในบ้าน
- ไฟนีออนชนิด Daylight ช่วยให้ต้นไม้ที่อยู่ในอาคารเจริญเติบโตได้ดีขึ้น เนื่องจากได้ใช้แสงสว่างในการสังเคราะห์แสง

ดูแลต้นไม้ให้สวยปิ๊ง
              แน่นอนว่าต้นไม้ที่ปลูกในบ้านย่อมมีข้อจำกัดมากกว่า จึงต้องมีความระมัดระวังและดูแลกันเป็นพิเศษเพื่อให้ต้นไม้ของเราสวยงามตลอด ก่อนนำต้นไม้เข้าไปปลูกในบ้านควรล้างและเช็ดใบให้สะอาด นอกจากนี้ก็ควรจะทำความสะอาดใบเป็นครั้งคราว โดยล้างฝุ่นเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยชำระคราบที่ปิดปากใบออกจะช่วยให้ต้นไม้คายน้ำและแลกเปลี่ยนก๊าซได้ดีขึ้น การล้างทำความสะอาดนั้นทำได้ทั้งจุ่มน้ำ และใช้ผ้าเช็ด บางชนิดอาจต้องใช้แปรงขนนุ่มปัดทำความสะอาด เช่น แคคตัส รวมถึงควรเติมดินหรือเปลี่ยนกระถางเมื่อปลูกต้นไม้ไปได้ 2-3 ปี และตัดกิ่งแห้งเสียออกบ้าง
               แสง สังเกตว่าหากต้นไม้ได้รับแสงไม่เพียงพอต้นจะยืดยาว ใบเล็กลง ใบล่างจะเหลืองและหลุดร่วง หากพบอาการเหล่านี้ควรย้ายมาบริเวณที่ได้รับแสงจากหน้าต่าง ประตู หรือได้รับแสงจากหลอดไฟ อย่างไรก็ตามควรนำต้นไม้ออกมาพักฟื้นนอกบ้านเป็นครั้งคราว โดยวางให้ปรับแสงประมาณ 2 สัปดาห์ – 1 เดือน แล้ววางพักไว้เมื่อต้นไม้ฟื้นตัวได้ดี จึงค่อยนำกลับมาวางในบ้านอีกครั้ง
               น้ำ การให้น้ำต้นไม้ควรให้แค่พอชุ่ม และปล่อยให้ดินในกระถางแห้งบ้างเป็นครั้งคราว อย่าให้ดินแฉะตลอดเวลา เพราะเสี่ยงต่อการเกิดรากเน่า เพราะบางครั้งการที่ต้นไม้มีอาการแห้งนั้นอาจไม่ได้เกิดจากการขาดน้ำเท่านั้น แต่เป็นเพราะน้ำขังจนรากเน่า ทำให้ระบบการดูดน้ำของรากผิดปกติ นอกจากนี้หากบริเวณที่วางต้นไม้มีอากาศร้อนอบอ้าว มีลมเป่าโดยตรง ก็มีส่วนทำให้ต้นไม้เกิดการคายน้ำมากกว่าปกติ จนทำให้รากดูดน้ำขึ้นมาไม่ทัน ควรหมั่นสังเกตและให้น้ำเพิ่มเติม เช่นกันกับในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัด ควรสเปรย์น้ำให้ความชุ่มชื้นกับพุ่มใบและลำต้น อาจหาถาดใส่น้ำรองไว้ใกล้ๆเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศด้วยก็ได้
              ปุ๋ย สามารถให้ปุ๋ยละลายช้าซึ่งมีให้เลือกทั้งชนิด 3 เดือนครั้ง และ 6 เดือนครั้ง การปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างช้าๆของปุ๋ยเหล่านี้จะช่วยลดภาระการดูแลลงไปได้มาก ทั้งยังไม่เข้มข้นจนเป็นอันตรายต่อต้นไม้ อย่างไรก็ตามควรให้ปุ๋ยใบเสริมเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว ซึ่งการเตรียมต้นก่อนให้ปุ๋ยทางใบคือใบไม้ต้องแห้ง ไม่เหี่ยว ถ้าแห้งหรือเหี่ยวให้รดน้ำเพื่อให้ฟื้นตัวก่อน ความถี่ในการให้ปุ๋ยควรให้อย่างเจือจางในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง สังเกตว่าหากห้องนั้นได้รับแสงน้อยก็ควรให้ปุ๋ยน้อย เพราะจะทำให้ต้นไม้ยืดยาว บอบบาง และเสียรูปทรงได้
              โรคและแมลง หากพบโรคหรือแมลงไม่ควรใช้สารเคมีโดยเด็ดขาด อันดับแรกให้แยกต้นที่มีอาการออกมาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไปยังต้นอื่น ต้นไม้ที่เกิดโรคควรแยกตัดส่วนที่เป็นโรคออกไปทำลาย แต่ถ้ามีแมลงรบกวนให้นำออกมาล้างด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ ให้แมลงหลุดออกจากพุ่มต้นให้หมด นอกจากนี้แล้วการเปิดประตูหรือหน้าต่างให้ภายในห้องมีอากาศถ่ายเทหมุนเวียนอยู่เสมอ ก็มีส่วนช่วยลดการเกิดโรคและแมลงลงได้เช่นกันค่ะ
Tip ไม้เนื้ออ่อนบางชนิดเมื่อเราตัดกิ่งมาแช่น้ำก็สามารถออกรากและแตกกิ่งใหม่ได้ เหมือนแจกันมีชีวิตที่ทั้งสวยงามและดูแลง่าย เรียกได้ว่าเป็นอีกวิธีเพิ่มสีเขียวในบ้านที่ทำได้ง่ายๆเลยค่ะ สำหรับพรรณไม้แนะนำ ได้แก่ หูเสือ บุษาริมทาง โรสแมรี่ มันดำ อิชิเวอเรีย เพอร์เพิลเลดี้ เป็นต้น

Living Room นั่งเล่นแสนเพลินไปกับต้นไม้
             ห้องนั่งเล่นถือได้ว่าเป็นห้องที่นิยมประดับต้นไม้มากที่สุด เพราะให้ทั้งความสบายตาสบายใจ และสร้างบรรยากาศการพักผ่อนได้อย่างแท้จริง สำหรับการตกแต่งต้นไม้ภายในห้องนั่งเล่น คุณอาจวางไว้ตามมุมห้อง บนโต๊ะรับแขก หลังตู้หรือชั้นหนังสือก็ได้ทั้งสิ้น
Tips
- บริเวณที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้งานไม่ควรเลือกต้นไม้ที่อาจทำอันตรายได้ เช่น พรรณไม้ที่มีหนาม ขน หรือยางที่เป็นอันตราย
- ควรมีจานรองกระถางรองรับน้ำ หรือหากเป็นไม้แขวนก็ควรนำภาชนะก้นทึบมาซ้อนอีกชั้น เพื่อไม่ให้น้ำหยดลงมาเลอะเทอะ และใช้วัสดุที่อุ้มน้ำได้ดี เช่น กาบมะพร้าวสับ สแฟกนัมมอสส์ คลุมอีกชั้นเพื่อลดภาระการรดน้ำลง
- บนโต๊ะควรวางไม้ขนาดเล็กหรือขนาดกลาง ส่วนบริเวณหลังตู้วางไม้เลื้อย เช่น พลูด่าง ราชินีหินอ่อน เงินไหลมา ลิปสติก เปปเปอร์โรเมียใบด่าง และมันดำ
- หากคุณไม่ได้มีห้องหลังคาสูงมากๆ ต้นไม้ที่วางตามมุมห้องควรมีขนาดไม่ใหญ่หรือสูงเกิน 1 เมตร เพราะจะทำให้รู้สึกอึดอัด
- ผนังเรียบๆก็เป็นอีกจุดให้เล่นสนุกกับต้นไม้ได้ ถ้าชอบแบบเท่ ๆลองหาเขากวางตั้งหรือชายผ้าสีดามาแขวนสร้างจุดเด่นเป็นของตกแต่งผนังสไตล์ธรรมชาติได้เลย

Bedroom แสนอบอุ่นและสดใส

            ห้องนอนเป็นอีกห้องที่หลายท่านหลีกเลี่ยงจะปลูกต้นไม้ เหตุผลอันดับแรกๆคือกลัวอันตรายจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นไม้ส่วนใหญ่คายออกมาในเวลากลางคืนนั่นเอง แต่จริงๆแล้วหากห้องนอนของคุณมีอากาศถ่ายเทดี ไม่ได้ปิดทึบ ต้นไม้เหล่านี้ก็ไม่อาจทำอันตรายอะไรได้เลย แต่เพื่อความสบายใจคุณอาจเลือกใช้พรรณไม้ที่มีการคายออกซิเจนในเวลากลางคืนก็ได้ ซึ่งมีหลายชนิดด้วยกัน ได้แก่ ลิ้นมังกร สับปะรดสี กล้วยไม้ และว่านหางจระเข้ รับรองว่านอนหลับสบายหายห่วง
Tips
- หากกลัวเรื่องกลิ่นจากวัสดุปลูกจะรบกวนการนอนของคุณ ให้ใส่ถ่านทุบลงไปในกระถางก็จะช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ลงได้ หรือปลูกต้นไม้ที่ไม่ใช้วัสดุปลูกที่เป็นดิน เช่น พรรณไม้รากอากาศอย่างทิลแอนด์เซีย และเคราฤๅษี
- ควรเปิดประตูและหน้าต่างห้องให้มีการระบายอากาศและความชื้น เพราะไม่เพียงแต่จะดีกับต้นไม้เท่านั้น ยังส่งผลดีต่อคน เพราะช่วยลดการสะสมเชื้อโรคลงได้
- ผลการศึกษาการแลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของไม้กระถางภายในอาคาร โดยคุณอรพรรณ หัสรังค์ ซึ่งเลือกต้นไม้ที่นิยมปลูกทั่วไปในอาคาร 6 ชนิด ได้แก่ สับปะรดสี ลิ้นมังกรแคระ กวักมรกต พลูด่าง เดหลีจักรพรรดิ์ และสาวน้อยประแป้ง พบว่าช่วงกลางวันต้นไม้เหล่านี้มีการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณมาก ส่วนเวลากลางคืนแม้ว่าต้นไม้จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยโดยมนุษย์และน้อยกว่าปริมาณที่พืชดูดซับได้ในรอบวัน ดังนั้นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากไม้กระถางจึงส่งผลกระทบต่อคนน้อยมาก

Working Space มุมทำงานไม่หนีสีเขียว
             ช่วงเวลาที่ได้พักสายตาจากงานตรงหน้าช่วยคลายความเคร่งเครียดและอ่อนล้าได้ดี หากห้องทำงานของคุณไม่สามารถมองออกไปหาความสบายตาจากสวนเขียว ๆภายนอกได้ ลองหาไม้กระถางมาวางบนโต๊ะทำงาน หรือบนชั้นหนังสือ รับรองว่าประสิทธิภาพการทำงานจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวเชียวล่ะ
Tips
- แคคตัสช่วยดูดซับรังสีที่แผ่กระจายออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ลองหาต้นเล็กๆสักต้นมาวางบนโต๊ะทำงานใกล้กับคอมพิวเตอร์จะช่วยลดอาการเมื่อยล้าทางสายตาลงได้
- วางต้นไม้ที่มีลักษณะห้อยย้อยหรือกระถางเล็กๆบนชั้นหนังสือก็ช่วยให้มุมนั้นของคุณดูน่าสนใจขึ้น

Bathroom สีเขียวทุกที่ทุกเวลา
             ห้องน้ำคืออีกห้องที่หลายคนไม่รีรอที่จะนำสีเขียวเข้ามาไว้ในนี้ เพราะเป็นพื้นที่ที่ได้ใช้ช่วงเวลาในการผ่อนคลายอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะจัดเป็นสวนในห้องน้ำแบบรีสอร์ต หรือวางไม้กระถางเล็กๆบนอ่างล้างหน้า ซึ่งการเลือกใช้พรรณไม้ในห้องน้ำก็มีหลายจุดที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ หากห้องน้ำร่มมากๆ สามารถวางพรรณไม้เมืองร้อน เช่น หน้าวัว หน้าวัวใบ สับปะรดสี เฟินข้าหลวง กวักมรกต ไผ่ฟิลิปปินส์ พลูด่าง และเสน่ห์จันทร์แดง ส่วนห้องน้ำที่ค่อนข้างสว่างก็เลือกพรรณไม้ที่ชอบแสงเพิ่มขึ้นมาได้
Tips
- หากคุณต้องการปลูกต้นไม้ในห้องน้ำต้องมั่นใจว่ามีการถ่ายเทอากาศได้ดี เพราะอาจเกิดปัญหาเรื่องกลิ่นและความอับชื้นได้ง่ายกว่าพื้นที่ส่วนอื่นๆในบ้าน
- หากวางต้นไม้ใกล้บริเวณที่อาบน้ำควรเลือกพรรณไม้ที่มีผิวใบมัน เพื่อให้เช็ดล้างคราบสบู่ แชมพูที่อาจกระเซ็นไปโดนได้ง่าย หากเป็นต้นไม้ที่ชอบสภาพชื้นก็ยิ่งเหมาะกับมุมนี้
- หมั่นนำต้นไม้ออกมาปรับสภาพภายนอกบ้าง โดยเฉพาะห้องน้ำที่มีแสงส่องถึงไม่มากนัก เพราะแม้แต่ต้นไม้ที่ทนร่มได้ดีก็ยังต้องการแสงสว่างในการสังเคราะห์อาหาร
- ไม่ควรวางต้นไม้ไว้ใกล้กับฝักบัวหรือก๊อกน้ำมากนัก เพราะอาจทำให้ดินกระเซ็นเลอะเทอะห้องน้ำได้ ทางที่ดีบริเวณที่วางต้นไม้ควรอยู่ห่างจากส่วนอาบน้ำสักหน่อยและปูพื้นกรวดรองด้านล่างอีกชั้นก็จะดูสวยงามมากขึ้น
- หากไม่ชอบให้ดินเปื้อนห้องน้ำเลือกใช้ต้นไม้ที่ไม่ปลูกลงดินอย่างไม้น้ำไปเลย หรือกลุ่มสับปะรดสีที่นิยมปลูกลงกาบมะพร้าวสับจะดีกว่า

Kitchen สร้างสวนในครัว
           มุมห้องครัวคืออีกมุมที่หลายคนหลงลืมที่จะหาต้นไม้สักต้นเข้ามาไว้ในมุมนี้ ซึ่งไม้ประดับในครัวนั้นไม่มีอะไรพิเศษกว่าห้องอื่น เพียงแต่ควรหลีกเลี่ยงต้นไม้ที่มีขนและใบบาง เพราะคราบน้ำมันจากการทำอาหารอาจไปเกาะติดบนผิวของต้นไม้จนเป็นอันตรายได้ หลายคนที่มีครัวไทยอยู่ภายนอกบ้านอยู่แล้วก็อาจมีสวนครัวอยู่ใกล้ ๆ เราอาจหาพืชสวนครัวบางอย่างที่ใช้บ่อยๆ ย้ายลงกระถางวางไว้แถวเคาน์เตอร์ให้ใกล้มือให้หยิบฉวยมาทำกับข้าวได้ง่ายก็ยังได้
Tips
- ห้องครัวไม่จำเป็นต้องปลูกพืชสวนครัวเสมอไป คุณสามารถปลูกไม้ประดับได้ตามต้องการ เพียงแต่ต้องระมัดระวังไม่วางไว้ใกล้เตา หรือกีดขวางการสัญจรในครัว
- หากต้องการปลูกพืชผักกินได้ควรวางไว้ในบริเวณที่ได้รับแสงค่อนข้างทั่วถึง ยกเว้นผักทนร่มบางชนิดสามารถปลูกในบริเวณที่มีแสงน้อยได้ เช่น ผักชีฝรั่ง สะระแหน่
- ใกล้กับอ่างล้างจานเป็นอีกมุมที่ดีในการวางต้นไม้เพราะใกล้มือในการรดน้ำ แถมยังเด็ดมาล้างก่อนนำไปปรุงอาหารได้ง่ายอีกด้วย

The Little Space เติมสีเขียวมุมเล็กมุมน้อย

             นอกเหนือจากห้องต่าง ๆแล้ว อีกหลายมุมในบ้านที่ไม่ควรมองข้ามในการจัดวางพื้นที่สีเขียวเล็กๆเหล่านี้แทรกลงไป มุมเหล่านี้อาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในบ้านเท่านั้น ลองมองหาพื้นที่กึ่งเอ๊าต์ดอร์หรือมุมอับในบ้านที่นึกไม่ถึงก็สามารถเนรมิตสวนเล็กๆได้เช่นกัน
Tips
- หากไม่สามารถปลูกต้นไม้ลงดินได้ ไม้กระถางก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย นอกจากจะดูแลง่ายแล้ว ยังยกย้ายปรับเปลี่ยนได้สะดวกตามใจชอบ
- พื้นที่ว่างเล็กๆที่คุณอาจนึกไม่ถึง ได้แก่ หลังตู้คอนเดนซิ่งยูนิต โถงบันได ทางเข้าบ้าน ข้างที่จอดรถ เป็นต้น สามารถสร้างสวนกระถาง หรือสวนหย่อมขนาดเล็กได้

ความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้
ศัพท์ช่าง
ปรึกษาหารือ