อยู่กับธรรมชาติ

อยู่กับธรรมชาติ
         “บ้านและสวน” เคยมาเยือนบ้านหลังนี้เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ครั้งนั้นเรามาถ่ายภาพบ้านซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆต้นไม้ในสวนจึงหยั่งรากลงดินได้ไม่นานนัก การกลับมาครั้งนี้ก็เพื่อจะมาเยี่ยมชมว่าต้นไม้ที่นี่เจริญเติบโตไปมากน้อยเพียงใดและสวนมีสภาพเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร  
         ตอนนี้เรายืนอยู่หน้าบ้าน มองเห็นเพียงไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา หลังจากผลักประตูไม้บานเก่าเข้าไปจึงเริ่มเห็นภาพสวนที่กว้างมากขึ้น ได้ยินเสียงน้ำไหล มีมอสส์ ตะไคร่ เฟินขึ้นแทรกตัวอยู่ในที่ต่างๆ ของสวน มีต้นไม้หลากหลายชนิดปลูกร่วมกันอย่างกลมกลืน สร้างความเป็นธรรมชาติให้แก่บ้าน
         คุณตุ้ม – คันธรส รัตนมงคล เจ้าของบ้านผู้ใจดียืนยิ้มต้อนรับพร้อมบอกกับเราว่า “ลองเดินให้ทั่วดูสิคะ สวนที่เห็นนี้พี่ว่าสมบูรณ์ดีแล้วนะ ไม่ต้องหาอะไรมาเพิ่มเติม ไม่ต้องปรุงแต่ง ดูร่มรื่นในสายตาพี่แล้ว”
         เมื่อเดินจนทั่วพร้อมกับได้พูดคุยกับคุณตุ้ม รวมถึง คุณสุริยะ อัมพันศิริรัตน์ ผู้ออกแบบ ทำให้เรามีความเห็นเพิ่มว่านอกจากต้นไม้ที่สมบูรณ์แล้ว สิ่งที่ทำให้สวนแห่งนี้ดูมีชีวิตและน่าสนใจคือ เรื่องราว มุมมอง และความคิดของทั้งสองที่มีต่อสวน
         “คุณตุ้มมีไอเดียหลักๆ ในการจัดสวนอยู่แล้ว ทั้งความต้องการสวนสไตล์บาหลี การเลือกประติมากรรม รวมถึงการวางผังที่สถาปนิกวางตำแหน่งบ้านและเว้นพื้นที่สวนได้อย่างลงตัวมีการทำบ่อน้ำ การเว้นคอร์ตหญ้าตรงกลางระหว่างที่ว่าง โดยมีคอนเซ็ปต์หลักคือ ต้องให้สวนหรือธรรมชาติอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ดูแลกันเองได้ ให้บ้านเป็นเหมือนระบบนิเวศน์ใหญ่ที่มีหลายชีวิตอยู่ร่วมกัน สวนนี้จึงต้องใช้เวลา เราทำได้เพียงนำต้นไม้ที่ศึกษาแล้วว่ามีลักษณะนิสัยคล้ายๆ กันจากที่ต่างๆ มาปลูกร่วมกันเพื่อให้ปรับตัวอยู่ในสถานที่นี้ได้อย่างยั่งยืนต่อไป   
         “ผมขอบอกเลยว่า การจัดสวนประเภทนี้เจ้าของต้องชอบจริงๆ ชอบจากใจ จากข้างใน เพราะเป็นสวนที่ไม่ได้ปรุงแต่งหรือพยายามให้เป็นหรือมี อีกทั้งสวนนี้ไม่ได้อยู่กับเราแค่วันหรือสองวัน แต่นับเป็นปีๆ หรือตลอดไป อย่างสไตล์สวนบาหลีหรือสวนเมืองร้อนต้องมีบ่อ มีสระ สวนต้องไม่อาศัยการตัดแต่ง เพียงแต่ดูแลให้อยู่ในทรงพุ่ม บางทีสวนรกแล้วมีสัตว์เข้ามาอยู่บ้าง เช่น งู กบ เขียด ลูกอ๊อด เพราะเป็นระบบนิเวศน์ของเขา คนทั่วไปอาจรับไม่ได้ แต่เจ้าของสวนนี้เขายินดี เข้าใจธรรมชาติ เพราะหากนำธรรมชาติเข้ามาแล้วรับไม่ได้ก็คงลำบาก ไม่อย่างนั้นก็ต้องดูสวนแบบที่เป็นภาพแทนเพราะคงอยู่ด้วยไม่ได้ 
         “ดังนั้นในการออกแบบไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือสวน เราในฐานะผู้ออกแบบไม่ควรพยายามใส่ความคิดเราลงไปมากๆแต่ไอเดียความต้องการต้องมาจากคนคนนั้นจริงๆ เราต้องรู้ไลฟ์สไตล์ รู้ลักษณะนิสัย เพื่อจะได้ออกแบบให้มีตัวตนของเจ้าของบ้านอยู่ในนั้น เพื่อที่เขาจะได้อาศัยอยู่อย่างมีความสุข”
         ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเราถึงต้องใช้เวลารอถ่ายสวนแห่งนี้นานขนาดนี้ เพราะต้องให้เวลาต้นไม้ทุกต้นได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนั่นเอง สวนแห่งนี้จึงไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงามและความร่มรื่น แต่มีทั้งชีวิต เรื่องราว รวมถึงความรักจากผู้เป็นเจ้าของที่มีให้ธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนให้ผู้มาเยือนอย่างเราได้เห็นและอิ่มเอมใจเมื่อได้มาสัมผัส

อรรถ
ฤทธิรงค์ จันทองสุข

keyboard_arrow_up