สวนคือ ส่วนเติมใจ

สวนคือ ส่วนเติมใจ
          หลายคนที่ก่อสร้าง ต่อเติม หรือปรับปรุงบ้าน มักมองเรื่องการจัดสวนเป็นลำดับสุดท้าย ทั้งที่บางครั้งพวกเขาอาจลืมนึกไปว่าธรรมชาติเป็นสิ่งหนึ่งที่คนเราแสวงหา เหมือนเช่นเจ้าของบ้านหลังนี้ซึ่งในตอนแรกต้องการเพียงแค่ได้สัมผัสทางสายตา ทว่าเมื่อได้ใกล้ชิดจริงๆ ดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกคนในบ้านหลงรักการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ (ในสวน) ไปเสียแล้ว
          “หลังจากบ้านเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ก็มาคิดว่า หากนั่งอยู่ในบ้านแล้วมองออกมาเห็นต้นไม้คงได้ความรู้สึกสดชื่นดี เราก็เริ่มมองหานักจัดสวน เปิดอ่านในนิตยสารบ้านและสวน จึงได้เห็นผลงานของ อาจารย์สาโรช โสภณางกูรจากนั้นก็หาเบอร์ติดต่อเพื่อนัดมาดูพื้นที่ สิ่งแรกที่บอกอาจารย์คือ ครอบครัวเรามีไลฟ์สไตล์ชอบอยู่ภายในบ้าน ไม่ค่อยออกมาใช้งานสวนเท่าไร จะเห็นว่าตัวบ้านมีขนาดใหญ่ เหลือพื้นที่สวนไม่มากนัก นอกจากนี้ยังบอกอาจารย์อีกว่า ขอต้นไม้ที่ทนทาน ดูแลง่าย ปลูกไปแล้วก็ขอให้อยู่ได้นานที่สุด ถึงจะต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยนน้อย รวมทั้งยังชอบสวนที่มีกลิ่นอายของสวนบาหลีหรือสวนเมืองร้อน” คุณศิวาพร วิไลงาม เจ้าของบ้านเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเติมพื้นที่สีเขียวให้บ้านให้เราฟัง
          “ตอนแรกอาจารย์จะให้ทำการบ้านว่าอยากให้สวนออกมาเป็นแบบไหนใช้ต้นไม้อะไรบ้าง จากที่เราไม่ค่อยรู้เรื่องการจัดสวนเท่าไร ก็ใช้วิธีเปิดอ่านจากนิตยสารและหนังสือ เจออะไรชอบอะไรก็จดไว้ ดูว่าต้นไม้แต่ละต้นมีลักษณะหรือสรรพคุณอย่างไร ดูแลง่ายหรือไม่ เพราะอยากได้สวนที่ไม่รก พื้นสวนส่วนใหญ่ขอเป็นพื้นแข็ง มีโรยกรวดบ้างเพื่อให้ง่ายต่อการดูแล อาจารย์ก็แย้งมานิดหนึ่งโดยให้เหตุผลว่า ถ้าเป็นพื้นแข็งอย่างเดียวจะร้อนและมีการสะท้อนแสงเข้าบ้าน จึงปรับพื้นที่บางส่วนซึ่งก็ไม่มากนักเป็นการปูหญ้าด้วย กำหนดให้อยู่ใกล้มุมนั่งเล่น เมื่อจัดสวนเสร็จ?มองโดยภาพรวมแล้วถือว่าชอบค่ะ”
          อาจารย์สาโรชเล่าถึงการออกแบบสวนแห่งนี้ว่า “ถือว่าเราพบเจ้าของบ้านช้าไปนะ เพราะตอนเข้ามาดูหน้างาน พื้นที่ส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านและพื้นที่ใช้งานอื่นไปแล้ว เหลือที่จัดสวนน้อย บางตำแหน่งในบ้านเราจึงต้องช่วยแก้ปัญหา เช่น พื้นที่ข้างบ้านไม่สามารถปลูกต้นไม้ได้ เพราะเป็นพื้นคอนกรีตหมด จึงต้องปลูกในกระถางขนาดใหญ่ นอกจากเพื่อให้ร่มเงาแล้วยังเป็นจุดจบทางสายตาเมื่อมองจากในบ้านด้วย แทนที่จะมองออกมาเห็นแต่ผนังหรือกำแพง ส่วนของบ่อน้ำและพื้นไม้ยกระดับซึ่งอยู่ระหว่างตัวบ้านกับห้องออกกำลังกาย ก็มีแก้ไขงานโครงสร้างด้วยการใช้หินเทียมกับส่วนน้ำตก โดยให้ผนังน้ำตกเดิมเป็นจุดจบสายตา และกำหนดให้น้ำตกขนาดเล็กซึ่งช่วยสร้างเสียงและความชุ่มชื่นมาอยู่ด้านข้างแทน เพื่อเป็นการลดน้ำหนักของงานโครงสร้าง
          “ส่วนการแบ่งพื้นที่ใช้งานในสวนก็พยายามคิดให้ทุกคนในบ้านมีส่วนร่วมให้มากขึ้น และทำให้สวนเป็นพื้นที่ใช้งานนอกบ้านที่มีมากกว่าความสวยงามอย่างส่วนที่เป็นพื้นแข็งก็ออกแบบให้เป็นมุมนั่งเล่นในสวนหลายมุม ทั้งศาลาพักผ่อน มุมนั่งเล่นหน้าบ้าน และในบางตำแหน่งของต้นไม้ใหญ่ก็จะใส่ม้านั่งรอบๆ ต้นด้วย เพื่อให้สวนเกิดประโยชน์สูงสุด
          “การเลือกลงต้นไม้ก็เช่นเดียวกัน เราเน้นต้นที่เจ้าของต้องการก่อนตามความเหมาะสม มีทั้งไม้มงคลและไม้ไทยต่างๆ เช่น ขนุน หาตำแหน่งลงให้ด้านหลังบ้าน ไม้หอมอย่างแก้วมุกดา โมก จะลงใกล้ๆ มุมนั่งเล่น เพื่อสร้างกลิ่นหอมในช่วงเวลาที่ต้นออกดอก หรือเทอเรซหน้าบ้านซึ่งมีพื้นที่น้อยเลือกปลูกหลิวที่มีกิ่งก้านอ่อนไหวพลิ้วลม นอกจากให้ร่มเงาแล้ว ยังช่วยลดทอนความแข็งของงานโครงสร้างด้วย”
          เมื่อจัดสวนเสร็จสมบูรณ์ พฤติกรรมของทุกคนในบ้านก็เปลี่ยนไป
          “ตอนแรกคิดไม่ออกว่าสวนจะออกมาเป็นอย่างไร แต่พอจัดเสร็จแล้วทุกคนในบ้านชอบมาก รวมทั้งได้ใช้ประโยชน์จริงๆ เรียกว่าทำให้พฤติกรรมของคนในบ้านเปลี่ยนแปลงไปเลย เราจะใช้เวลาออกมานั่งเล่นในสวนเพื่อพูดคุยปรึกษางานกัน ลูกๆ ก็นั่งทำการบ้านตรงศาลา ถือว่าอาจารย์ทำสิ่งที่เราต้องการให้ออกมาเป็นภาพจริงสมใจ บางครั้งเพื่อนบ้านก็มาดูเป็นสวนตัวอย่าง สวนแห่งนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่เราภูมิใจ”
          นอกเหนือจากการเติมพื้นที่สีเขียวให้บ้านแล้ว การจัดสวนของบ้านหลังนี้ยังเป็นการเติมคุณค่าทางจิตใจให้เจ้าของบ้านด้วย สังเกตได้จากประโยคสุดท้ายที่คุณศิวาพรกล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขว่า
          “คิดว่าทุกคนในบ้านมีความสุขกับสวนแห่งนี้ค่ะ”
          คุณผู้อ่านล่ะครับ
          ตอนนี้คุณมีพื้นที่สีเขียวช่วยเติมเต็มหัวใจกันหรือยัง

อรรถ
สังวาล พระเทพ

keyboard_arrow_up