Luis Barragán : สีสันไม่กลัว อีกหนึ่งตัวพ่องานโมเดิร์นสไตล์เม็กซิกัน 

หลุยส์ บาร์รากอง (Luis Barragán) ตัวแทนสถาปนิกจากยุคโมเดิร์นที่ฉีกขนบความเรียบเนี้ยบ ด้วยการใช้สีสันสุดฉูดฉาดเข้ามาสร้างความจัดจ้านให้งานออกแบบในนามสไตล์เม็กซิกัน จนได้ชื่อว่าเป็นสถาปนิกแห่งศตวรรษที่ 20 ผู้ทรงอิทธิพลอีกคนหนึ่งก็ว่าได้

บาร์รากอง เกิดที่เมือง Guadalajara ในปีค..1902 ที่ประเทศเม็กซิโก และจบการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธาจาก Escuela Libre de Ingenieros จึงไม่แปลกที่งานของเขาจะอินไปทางสายโมเดิร์น เน้นการใช้งานแบบอรรถประโยชน์มากกว่ารุ่มรวยไปด้วยความสวยงามเพียงอย่างเดียว หลังจบการศึกษาในวัย 23 ปี เขาได้ฝึกฝนทักษะด้านสถาปัตยกรรมด้วยตัวเอง ด้วยการเดินทางไปยังฝรั่งเศสและสเปนเพื่อเข้าฟังเลกเชอร์ของเลอ กอร์บูซิเย (Le Corbusier) เจ้าพ่องานโมเดิร์น  ระหว่างที่อยู่ในยุโรปและโมร็อกโก ที่นั่นเองเป็นจุดที่ทำให้เขาเกิดความสนใจในสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของแอฟริกาและเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีกลิ่นอายและเสน่ห์ไม่ต่างจากสไตล์เม็กซิกันบ้านเกิดของเขามากนัก

สถาปนิก
Luis Barragán สมัยยังหนุ่ม (ภาพจาก alchetron)

นอกจากจะสนใจงานสายสถาปัตยกรรมแล้ว เขายังสนใจศึกษางานด้านแลนด์สเคปและการจัดการผังเมือง เห็นได้จากหลังร่ำเรียนหาความรู้ด้วยตัวเองและกลับไปยังเม็กซิโกบ้านเกิดแล้ว  เขาได้เริ่มต้นออกแบบซีรีส์งานสถาปัตยกรรมขึ้นเป็นครั้งแรก ด้วยการออกแบบอาคารที่อยู่อาศัยในเมือง Guadalajara ให้มีเอกลักษณ์และรูปทรงที่เรียบง่าย เน้นใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมและเส้นตรงมาผสมผสานกับสีสันและงานแลนด์สเคปแบบเม็กซิกัน ซึ่งมีความจัดจ้านเสียจนบางคนเปรียบเปรยว่าเขาเป็นวิศวกรแห่งงานศิลปะ

Luis Barragán ภาพจาก nytimes
Luis Barragán กับ Los Clubes อีกหนึ่งผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขา

ผลงานที่มีชื่อเสียงของเขาชิ้นหนึ่งคืองานปรับปรุงแลนด์สเคปบนพื้นที่ที่เคยประสบภัยพิบัติภูเขาไฟและลาวาปะทุในแถบนอกเมืองเม็กซิโก ให้กลายเป็น El Pedregal (The Lava) ถึงแม้งานก่อสร้างจะถูกเลื่อนออกไปจากพิษเศรษฐกิจ แต่หลังจากงานสำเร็จแล้ว ที่นี่ถือเป็นการสร้างลายเซ็นของบาร์รากองเลยก็ว่าได้ เพราะเด่นด้วยเสน่ห์บนความเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ขับเน้นความพิเศษด้วยสภาพภูมิประเทศและสีสันสไตล์เม็กซิกัน รวมไปถึงการใช้พืชพรรณท้องถิ่นและการใช้แสงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนร่วมในผลงาน จนทำให้เขาได้รับการขนานนามให้เป็นอัจฉริยะด้านงานสไตล์โมเดิร์น ไปพร้อม ๆ กับความมีสุนทรียภาพเชิงวัฒนธรรม

El Pedregal ปี 1945 ภาพจาก la forma moderna en latinoamerica
El Pedregal ปี 1950 ภาพจาก placesjournal

ความเป็นอยู่ของธรรมชาติ พื้นผิวธรรมดา สแลบคอนกรีต ฉาบแต่งด้วยผิวปูน น้ำ และสีสันสุดโดดเด่น ถือเป็นคำที่ใช้เรียกนิยามผลงานของสถาปนิกผู้นี้ได้เป็นอย่างดีงานอีกชิ้นที่เปรียบเสมือนลายเซ็นและแลนด์มาร์กสำหรับเหล่าสถาปนิกเมื่อไปเยือนเม็กซิโก นั่นคือ Los Clubes ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Fountain of Lovers ในเมือง Atizapán สถานที่สำหรับนักขี่ม้าและม้า เด่นด้วยสถาปัตยกรรมน้ำตกที่มีทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย ความลึกของสระและระยะที่น้ำไหลลงมาได้รับการคำนวณเป็นอย่างดี เพื่อให้ม้าลงไปยืนดื่มน้ำได้สะดวกและตรงกับปากของม้าพอดี  นอกจากฟังก์ชันเหล่านี้ ผลพลอยได้อีกอย่างคือเสียงจากน้ำตกที่ฟังแล้วชวนผ่อนคลาย แถมรูปทรงของสถาปัตยกรรมยังเปรียบเหมือนประติมากรรมในตัวอีกด้วย 

Fountain of Lovers ผลงานซิกเนเจอร์ของ Los Clubes (ภาพจาก wikipedia)
Los Clubes ภาพจาก oskamielczarek architect
น้ำพุสำหรับม้า ใน Los Clubes (ภาพจาก cerca con)

อีกผลงานหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ Torres de Satélite งานประติมากรรมขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ในเมือง Naucalpan เกิดจากความร่วมมือของ Luis Barragán และศิลปินอีก 2 ท่าน คือ Jesús Reyes Ferreira (จิตรกร) และ Mathias Goeritz (ประติมากร) จากความโดดเด่นและสีสันจัดจ้าของเสาแต่ละต้น จึงไม่แปลกที่จะเปรียบที่นี่ว่าเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่และยุคโมเดิร์นของเม็กซิโกซิตี้

Torres de Satélite ภาพจาก wikipedia
Torres de Satélite ภาพจาก wikipedia

อ่านต่อหน้า 2 งานออกแบบบ้าน Casa Gilardi

keyboard_arrow_up