อยู่ ร่วมกัน อย่าง ยั่งยืน

อยู่ ร่วมกัน อย่าง ยั่งยืน
          เท้าเปล่าที่เหยียบย่างบนพื้นไม้ซึ่งทอดตัวยาวจากทะเลนำเราเข้าไปยัง Soneva Kiri by Six Senses รีสอร์ตที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายป่าฝนริมทะเลบนเกาะกูด จังหวัดตราดด้วยแนวคิดของการออกแบบที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบพื้นถิ่นเข้ากับวิถีชีวิตที่แนบอิงกับธรรมชาติแบบไม่ซับซ้อน ทำให้ความรู้สึกแรกที่ก้าวเข้ามาคือที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลายอย่างแท้จริง
          แนวคิดหลักของการออกแบบรีสอร์ตแห่งนี้คำนึงถึงระบบนิเวศอย่างยั่งยืน (Permaculture) ภายในพื้นที่เกือบทั้งหมดจึงยังคงต้นไม้ใหญ่น้อยตามสภาพป่าและสวนมะพร้าวแบบเดิมไว้ และเน้นให้สิ่งปลูกสร้างกลมกลืนไปกับต้นไม้ที่มีอยู่ ขณะเดียวกันก็นำพรรณไม้พื้นถิ่นมาใช้ ทำให้ภาพรวมทั้งหมดดูไม่ขัดแย้ง ระหว่างนั่งรถบักกี้คันเล็กไปตามถนนเลาะเลียบภูเขา เราเห็นการออกแบบที่เกื้อกูลกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ตามไหล่เขาเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน การทำทางระบายน้ำบริเวณที่ลาดช่วยลดแรงกระแทกจากน้ำฝน การปลูกพืชคลุมดินและป่าชายเลนลดการกัดเซาะตามชายฝั่ง การใช้พืชน้ำบำบัดและกรองน้ำเสีย ตลอดจนการทำสวนอินทรีย์เพื่อนำพืชผักมาประกอบอาหาร ซึ่งได้ทั้งความสดใหม่และปลอดภัย
สวนโชว์รอบพื้นที่ส่วนกลาง
          กลุ่มอาคารไม้อันประกอบด้วยล็อบบี้ ห้องสมุด ร้านขายของที่ระลึกและส่วนบริการอาหาร ซึ่งตั้งอยู่บนเนิน ออกแบบให้ยกตัวอาคารลอยขึ้นจากพื้นและเชื่อมต่อทั้งหมดด้วยทางเดิน พื้นที่สวนบริเวณนี้เน้นความร่มรื่นโดยปลูกพรรณไม้เมืองร้อนเป็นกลุ่มใหญ่ให้สีสันสวยงามลัดเลาะไปบนเนินเขา เช่นกล้วยประดับและปาล์มชนิดต่างๆ ดูเขียวขจี เนินเขาด้านหนึ่งปลูกพืชผักสวนครัวเป็นขั้นบันได นอกจากจะใช้รับประทานแล้ว ยังเป็นการประดับตกแต่งสถานที่ด้วยในตัว
สวนกลมกลืนรอบบ้านพัก
          จากถนนสัญจรหลักมีสะพานไม้ทอดตัวนำเข้าไปยังด้านในบ้านพักแต่ละหลังซึ่งออกแบบเป็นวิลล่า ปิดล้อมด้วยแนวรั้วไม้ไผ่สูงแซมไม้พุ่มใหญ่น้อย สร้างความเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี สำหรับบ้านพักหลังพิเศษที่ดูแตกต่างจากหลังอื่นอย่างเห็นได้ชัดก็คือ Eco Villa ผู้ออกแบบตั้งใจให้บ้านหลังนี้แนบชิดกับ ธรรมชาติมากที่สุด เริ่มจากที่ตั้งซึ่งอยู่ลาดต่ำลงไปตามหุบเขาก็ปรับพื้นที่เท่าที่จำเป็นและเก็บรักษาต้นไม้เดิมไว้เกือบทั้งหมด แม้แต่สระน้ำก็เน้นความเป็นธรรมชาติ โดยปูวัสดุกันซึมด้านล่างและใช้กรวดกรุผิวรอบขอบสระให้ดูคล้ายบ่อดิน เช่นกันกับตัวอาคารที่ใช้วัสดุกรุผิวแบบธรรมชาติ ปลูกไม้เลื้อยคลุมผนังและหลังคา นอกจากจะดูกลมกลืนกันดีแล้ว ยังเป็นฉนวนกันความร้อนที่ไม่ต้องอาศัยวัสดุราคาแพง

วรัปศร
สิทธิศักดิ์ น้ำคำ, ปิยะวุฒิ ศรีสกุล

keyboard_arrow_up