ทัสกานีสไตล์ชนบทที่ La Toscana

ทัสกานีสไตล์ชนบทที่ La Toscana
          หากเอ่ยถึง “ทัสกานี” หลายคนคงนึกถึงภาพหมู่อาคารสีสันจัดจ้าและสวนซึ่งตกแต่งด้วยพรรณไม้ดูสง่างาม?เป็นทางการ สลับกับสวนสไตล์อังกฤษเล็กๆ น่ารักๆ ประดับอยู่ตามบ้านเรือน เหล่านี้ถือเป็นภาพการค้าของการตกแต่งสไตล์นี้ไปแล้ว แต่ในทางกลับกัน สถานที่ที่ผมไปเยือนในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของสวนสไตล์ทัสกานีแบบชนบท ซึ่งดูเหมือนจำลองแคว้นเกษตรกรรมของประเทศอิตาลีมาไว้ให้เราได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว
          คุณเอกวุฒิ ทรัพย์เจริญ เจ้าของและหนึ่งในผู้เนรมิตLa Toscana รีสอร์ตบนพื้นที่ท่ามกลางหุบเขาของหมู่บ้านผาปกให้มีอารมณ์น่าพักผ่อนแบบทัสกานี บอกกับผมว่า “ครั้งแรกที่เห็นพื้นที่ตรงนี้ ผมก็นึกถึงแคว้นทัสกานีในประเทศอิตาลีขึ้นมาทันที แต่ไม่ใช่ทัสกานีในเมืองที่มีสีสันอย่างที่คุณคุ้นเคยกันนะผมนึกถึงชนบทจริงๆ ดูเป็นชาวบ้าน เชยๆ บ้านนอกหน่อยๆซึ่งข้อดีคือ มันไม่เนี้ยบ ไม่เป๊ะ ดูมีชีวิต มีความเป็นบ้านเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติมาตกแต่ง ใช้ไม้เก่า ซุ้มประตูหน้าต่างสีไม้ดิบที่เป็นซุ้มโค้ง การใช้ท่อนไม้มาเป็นคาน?หรือการใช้อิฐไล่โทนสี
          “ทางเมืองของเขามีการทำเกษตรกรรม ปลูกองุ่นทำไวน์เน้นทุ่งกว้าง มีถนนลัดเลาะไปตามไหล่เขา เราก็นำจุดเด่นนี้มาเป็นคอนเซ็ปต์หลักในการออกแบบภาพรวม ซึ่งเราก็ทำเนินเหมือนภูเขาขึ้นมาใหม่ มีการวางตำแหน่งบ้านพักให้กระจายไปตามพื้นที่ ตอนถมที่ปรับเนินก็มีคนสงสัยบ้างว่า ทำไมเราถึงทำภูเขาหรือเนินเล็กๆ?เหล่านี้มาบังตัวบ้าน แทนที่จะสร้างบ้านบนเขาเพื่อให้ตัวอาคารดูโดดเด่น”
          หลังจบประโยคนี้?ผมก็เหลียวกลับไปมองภาพรีสอร์ตในมุมกว้าง?จากชั้นสองของอาคารร้านอาหารเห็นภาพบ้านหลังเล็กๆ แทรกตัวอยู่ท่ามกลางเนินสูงต่ำและพรรณไม้ได้อย่างกลมกลืนอย่างที่คุณเอกวุฒิว่าไว้
          “เหตุผลที่เราเอาเนินมาบังบ้านก็เพราะคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว?เนินที่อยู่รอบบ้านยังเป็นเหมือนรั้ว เมื่อมองออกมาจากบ้านก็จะอยู่ในบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ ถ้าอยากเห็นภาพมุมกว้างก็สามารถขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อสูดอากาศและมองสวนจากมุมสูงได้ด้วยเช่นเดียวกัน
          “ส่วนพวกของตกแต่งโดยรอบ เราก็ค่อยๆ สร้างเรื่องราวให้บ้านแต่ละหลัง ทั้งหม้อและกระถางที่เราหาซื้อของเก่ามีตำหนิหรือผ่านการใช้งานมาแล้วมาจัดวาง อย่างบ้านหลังที่ชื่อ‘Ceramica’ เราก็สมมติว่าเจ้าของเป็นช่างเซรามิก ของตกแต่งเลยเป็นงานประเภทนี้ หรือบ้านที่ชื่อ ‘Veggie’ สวนหน้าบ้านก็มีแปลงผักสวนครัว เป็นต้น ทำให้สวนของบ้านแต่ละหลังมีความแตกต่างกัน ดูมีชีวิต และอบอุ่น
          “การเลือกใช้พรรณไม้ ส่วนใหญ่เน้นที่ไม่ต้องดูแลรักษามากนัก สามารถโตและอยู่ได้ด้วยตัวเอง เน้นใช้ไม้พื้นถิ่น?ทั้งหญ้า วัชพืช และหงอนไก่ไทย บางต้นขอซื้อมาจากชาวบ้านในหมู่บ้านซึ่งเขาก็ปลูกกันอยู่ พวกต้นไมใหญ่ก็มีซื้อมาเพิ่มบ้างเพื่อสร้างบรรยากาศ เช่น หูกระจง สนมังกร นีออน หรือพวกหญ้าประดับต่างๆ ทั้งหญ้าแดง หญ้าน้ำพุ และบลูฮาวายแต่เราไม่ได้ซื้อเยอะ อาศัยปลูกแล้วขยายพันธุ์เอง แยกหน่อปักชำไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มจำนวน เราคิดว่าสวนของเราไม่ได้สวยในทันทีที่จัดเสร็จ แต่จะค่อยๆ สวย ค่อยๆ โต สวนดูไม่เนี้ยบ ดูเหมือนจัดกันเอง เพราะทั้งผม สถาปนิก และผู้ออกแบบในบริษัทมาช่วยกันทำ มาช่วยกันจัด ช่วยกันดู ทำให้มีความเป็นธรรมชาติ แบ่งรับผิดชอบดูแลกันไปคนละหลัง แต่คอนเซ็ปต์หลักๆก็ยังคงอยู่ หรือหากต้นไหนตายก็นำไม้ชนิดเดิมบ้างชนิดใหม่บ้างมาปลูกแทรก การที่สวนไม่มีรูปแบบตายตัวเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ทำให้ลูกค้าบางคนมาแต่ละครั้งก็จะเห็นภาพสวนเปลี่ยนไป ไม่เหมือนกันในรายละเอียด ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่”
          ด้วยความตั้งใจและใส่ใจในรายละเอียดของทั้งผู้เป็นเจ้าของและผู้ออกแบบ?ที่จะสร้างความเป็นธรรมชาติที่กลมกลืนส่งเสริมซึ่งกันและกันของทั้งงานสถาปัตยกรรมและสวนโดยรอบรวมถึงบรรยากาศของสถานที่ตั้ง?ทำให้หมู่บ้านทัสกานีสไตล์ชนบทแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหล่านักท่องเที่ยวรู้สึกเหมือนได้กลับมาพักผ่อนที่ “บ้าน” ได้เป็นอย่างดี

 

อรรถ
ชัยพฤกษ์ โพธิ์แดง, ปรัชญา จันทร์คง

keyboard_arrow_up