คิดจะซื้อทีวี..ต้องรู้อะไรก่อนบ้าง

กลายเป็นปัญหาโลกแตกไปแล้ว สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะ ซื้อทีวี ใหม่ เพราะไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไรดี เห็นพนักงานขายบอกว่า ประเภทจอทีวี มีทั้ง LCD, LED, OLED, QLED และยังมีเรื่องความละเอียดของจอภาพแบบ 4K, 8K

ถ้าเยอะขนาดนี้แล้วไม่รู้ว่าจะ ซื้อทีวี แบบไหน ขนาดเท่าไหร่เหมาะสม เอาเป็นว่ามาทำความรู้จักกับ ประเภททีวี ต่างๆกันก่อน เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจซื้อทีวีเครื่องใหม่มาใช้งาน

 ความแตกต่างของทีวีประเภทต่างๆ

1.CRT TV (Cathode Ray Tube Monitor)

ภาพจาก http://www.peakpx.com/526405/black-crt-tv

 CRT TV (Cathode Ray Tube Monitor) คือ ทีวีจอแก้ว จอตู้ หรือทีวีหลังตุงที่อยู่คู่บ้านเรามาช้านาน โดยรับสัญญาณภาพแบบแอนาล็อก ทำงานด้วยการยิงลำแสงอิเล็กตรอน ไปยังผิวหน้าของจอ ซึ่งมีสารประกอบของฟอสฟอรัสฉาบอยู่ที่ผิว เมื่อถูกแสงอิเล็กตรอนมากระทบ สารเหล่านี้จะเกิดการเรืองแสงขึ้นมา ทำให้เกิดเป็นภาพนั่นเอง ปัจจุบันแทบจะไม่มีวางขายให้เห็นกันแล้ว เพราะน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก และเทคโนโลยีที่ตกยุคไปแล้ว

2.LCD TV (Liquid Crystal Display)

ภาพจาก www.usa.philips.com

LCD TV (Liquid Crystal Display) ทีวีที่ใช้หลอดไฟ CCFL ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดผอมคล้าย ๆ หลอดกาแฟ เรียงใน แนวนอนยาวลงมาเป็นตัวกำเนิดแสง และมี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สี ทั้ง สีแดง น้ำเงิน เขียว คอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงจากหลอด CCFL Backlight ส่องลอด ผ่านออกมาเป็นสีสันต่าง ๆ หลอด CCFL ค่อนข้างจะอ้วน จึงเป็นหนึ่งเหตุผลว่าทำไม LCD TV ถึงมีความหนามากกว่า LED TV

3.Plasma TV

ภาพจาก www.theelectricdiscounter.com.au

Plasma TV คือจอทีวีที่สามารถกำเนิดแสงได้เอง ทำงานด้วยการปล่อยแรงดันไฟเข้าไปกระตุ้น เม็ดพิกเซลให้ส่องสว่าง แสดงภาพเคลื่อนไหวได้ดี ให้สีดำที่ดำสนิท สีสันมีความเป็นธรรมชาติ มีมิติและมุมมองของการแสดงภาพที่กว้างกว่า LCD TV แต่กระจกของ Plasma TV จะสะท้อนแสงเมื่อตั้งอยู่ในห้องที่มีแสงจ้ามากๆ และมีอัตราการกินไฟมาก ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยม และพลาสม่าทีวีก็ได้ถูกปิดสายการผลิตไปแล้ว

4.LED TV (Light Emitting Diode)

ภาพจาก www.xcite.com

LED TV (Light Emitting Diode) เป็นทีวีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด ต่อยอดมาจาก LCD โดยใช้หลอดไฟ LED ขนาดจิ๋ว 3 สี ได้แก่ สีแดง น้ำเงิน และเขียว เป็นตัวกำเนิดแสง ให้แสงสว่างได้ดีว่า LCD กินไฟน้อยกว่า และตัวเครื่องมีความบางยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ที่ซับซ้อนไปกว่านั้น LED TV ยังมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ โดยไล่เรียงกันไปตามประสิทธิภาพจากน้อยไปหามาก ไม่ว่าจะเป็น Edge LED, Full LED และ RGB LED ซึ่งราคาก็จะเพิ่มขึ้นไปตามประสิทธิภาพในการแสดงผล

ทีวีแบบ OLED TV (Organic Light Emitting Diode) //ภาพจาก http://televisions.reviewed.com

นอกจากนี้ก็ยังมีคำอื่นๆ ที่เราจะได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง เช่น OLED TV (Organic Light Emitting Diode) ทีวีสมัยใหม่ที่เม็ดพิกเซลสามารถให้กำเนิดแสงได้เองคล้ายกับ Plasma ไม่ต้องพึ่งหลอดไฟเหมือน LCD หรือ LED จุดเด่นของจอภาพชนิดนี้คือมีลักษณะคล้ายแผ่นฟิล์ม มีความบางและความยืดหยุ่น สามารถพัฒนาหน้าจอให้มีความโค้งได้แถมยัง กินไฟน้อย

หน้าจอ QLED //ภาพจาก www.samsung.com

ส่วน QLED TV (Quantum-Dot Light-Emitting Diode) นวัตกรรมทีวีล่าสุดที่นำเทคโนโลยี Quantum Dot มาใช้แทนหลอด Diode แบบเก่า จอภาพสามารถแสดงสีสันได้สมจริง ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะสว่างหรือมืด ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยย่อมตามมาด้วยราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง

สำหรับ QLED TV ของซัมซุง มีลูกเล่นใหม่ที่น่าสนใจอีกแล้ว นั่นคือ Ambient Mode หรือโหมดสร้างบรรยากาศใหม่ๆให้โทรทัศน์เมื่อปิดเครื่อง โดยเมื่อสั่งปิด จอภาพจะแสดงภาพที่ปรากฏให้กลมกลืนเหมือนกับฉากด้านหลัง  เช่น ลวดลายบนผนังจริงเป็นลายอิฐโชว์แนว หน้าจอสามารถนำลวดลายของผนังที่อยู่ด้านหลังเพื่อมาแสดงผลบนจอได้ (ด้วยการถ่ายรูปและสร้างภาพผ่านแอพพลิเคชั่น SmartThings ) นอกจากนี้สามารถนำนาฬิกา พยากรณ์อากาศ รวมถึงข่าวสารต่างๆมาแสดงผลบนหน้าจอได้อีกด้วย

Ambient Mode สามารถนำลวดลายบนกำแพงมาแสดงบนหน้าจอได้ ทำให้การปิดโทรทัศน์มิใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป
The Wall Modular MicroLED TV ขนาดหน้าจอ 146 นิ้ว เครื่องแรกในโลก มาพร้อมดีไซน์ไร้กรอบ และสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ต่างๆ

 

The Wall Modular MicroLED TV

นวัตกรรมสุดล้ำของซัมซุง ซึ่งเป็นหน้าจอแบบโมดูลาร์ ไมโครแอลอีดี ที่มีแหล่งกำเนิดแสงในตัว (Self-emitting Modular MicroLED) สามารถสร้างระดับความสว่างได้สูงมาก มีความคมชัดสมจริง และให้สีสันสดใสมีชีวิตชีวา และด้วยหน้าจอที่เป็นโครงสร้างแบบโมดูลาร์นี้ สามารถนำมาเรียงต่อกันเพื่อประกอบเป็นจอภาพขนาดใหญ่ หรือรูปแบบต่างๆได้ตามใจเราปรารถนา คล้ายๆกับการต่อเลโก้นั่นเอง เทคโนโลยีไมโครแอลอีดีที่ใช้ในเดอะวอลล์ จึงเปรียบเหมือนการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้วงการเทคโนโลยีจอภาพในอนาคตก็ว่าได้

ไปดูความละเอียดของหน้าจอทีวีที่หน้า2 
keyboard_arrow_up