บ้านโรงวัว

บ้านโรงวัว

         

 

เราขับรถออกจากมหานครลอนดอนมาตามทางหลวงแผ่นดินไกลร่วมร้อยกว่าไมล์ เพื่อจะมายังเขตแฮมป์เชียร์ (Hampshire) ซึ่งอยู่ทางชายฝั่งตอนใต้ของประเทศอังกฤษก่อนจะเดินทางมาที่นี่ คุณคิม วิลกี้ เจ้าของบ้านที่เราจะมาเยือนได้อธิบายเส้นทางว่าเมื่อเลี้ยวเข้าถนนดีนแล้วไม่ต้องตกใจถ้าเจอถนนขรุขระ ให้ขับตรงเข้ามาเรื่อยๆ จะเจอบ้านของเขาอยู่ด้านขวาของถนน ทว่าถนนขรุขระเกินกว่าที่เราคิดไว้ และไม่มีวี่แววของบ้านให้เห็นเลยสักหลัง อีกทั้งถนนก็แคบมาก รถไม่สามารถวิ่งสวนทางกันได้ ยังดีที่ข้างหนึ่งของถนนปลูกต้นไม้แน่นเหมือนแนวรั้ว ทำให้รู้สึกเพลินตาได้บ้าง ส่วนอีกด้านเป็นรั้วลวดหนามเตี้ยๆ กั้นเขตที่ดินซึ่งเป็นเนินหญ้าเหมือนในสนามกอล์ฟ มองไม่เห็นอะไรนอกจากกระต่ายป่าที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ ขับไปได้สักพักเราก็เห็นไก่ป่าตัวผู้หางยาวยืนขวางอยู่กลางถนน พอมันได้ยินเสียงรถก็รีบวิ่งหลบเข้าไปในแนวไม้ข้างทาง สีสันที่สวยงามของเจ้าไก่ป่าตัวนี้ทำให้เรารู้สึกตื่นตาไม่น้อย หลังจากจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งเราก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาหาบ้านคุณคิมต่อ ซึ่งต้องขับรถวนไปวนมาอยู่สองรอบ กว่าจะเห็นว่าป้ายชื่อของบ้านซ่อนอยู่ในพุ่มไม้และมีถนนเล็กๆ เข้าสู่ตัวบ้านหลบอยู่หลังแนวไม้ พอมาถึงจุดหมายปลายทาง ภาพแรกที่เห็นก็ทำให้เราหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เมื่อภาพของบ้านชนบทที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับอวดสีสวยสดไม่ซ้ำกันเลยปรากฏแก่สายตา  

คุณคิม ภูมิสถาปนิกหนุ่มเจ้าของบ้านยืนยิ้มต้อนรับ พร้อมเชิญเราเข้าไปยังบริเวณบ้านซึ่งกว้างใหญ่ไพศาลนับร้อยเอเคอร์เลยทีเดียว เขาเล่าว่าที่ดินผืนนี้ตกทอดมาหลายชั่วอายุคน เช่นเดียวกับตัวบ้านที่มีอายุหลายร้อยปี ภายในที่ดินผืนนี้มีสิ่งปลูกสร้างอยู่รวมกลุ่มกันสามหลัง โดยบ้านหลังใหญ่ตั้งอยู่กลางบริเวณ ล้อมรอบด้วยสนามหญ้าเรียบเนียน ปัจจุบันมีเพียงคุณแม่ของคุณคิมอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ถัดไปเป็นบ้านของคุณคิมที่ปรับปรุงจากโรงเลี้ยงวัว เขาจะมาอยู่ที่นี่เฉพาะวันหยุด

สุดสัปดาห์ เนื่องจากวันธรรมดาต้องทำงานที่สำนักงานออกแบบของเขาที่ตั้งอยู่ในเมือง ส่วนอีกหลังหนึ่งเป็นโรงเรือนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์

“เดิมโรงเลี้ยงวัวถูกทิ้งให้รกร้างอย่างไร้ประโยชน์ ปล่อยไปก็มีแต่จะทรุดโทรมลง ผมจึงปรับปรุงเป็นบ้านพักของตัวเอง เพื่อจะได้มาอยู่อย่างเป็นสัดส่วนใกล้ๆ แม่” คุณคิมเล่าต่ออีกว่าโรงเลี้ยงวัวมีลักษณะเป็นรูปยาว และเว้นช่องว่างตรงกลางให้สามารถเดินทะลุเข้าไปด้านหลังบ้านซึ่งจัดเป็นสวนเปิดและสวนปิดได้ โดยใช้พื้นที่เพียงครึ่งหนึ่งของโรงเรือนและใช้สัดส่วนเดิมของอาคาร ส่วนโครงสร้างคงเหลือไว้เพียงเสาและโครงหลังคา ผนังและพื้นภายในเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดส่วนภายนอกปล่อยให้เห็นแนวก่ออิฐสลับกับแนวก่อหิน มีการเพิ่มช่องแสง ประตู?หน้าต่างตามส่วนที่เหมาะสม จึงทำให้ภายในสว่างเพียงพอ โดยเฉพาะช่องแสงบานใหญ่บนหลังคาที่ทำให้ภายในบ้านได้รับแสงแดดอุ่นๆ ยามที่อากาศหนาวเย็น

บ้านโรงวัวหลังนี้ทำเป็นบ้านชั้นครึ่ง ภายในชั้นล่างใต้ส่วนชั้นลอยได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นแพนทรี่ขนาดพอเหมาะ ด้านตรงข้ามเป็นบันไดเล็กๆ ขึ้นไปชั้นลอย ใต้บันไดเป็นห้องน้ำเล็กๆ พร้อมที่แขวนเสื้อโค้ตติดกับห้องน้ำเป็นมุมทำงาน มีส่วนรับประทานอาหารซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแพนทรี่มากนักตั้งตรงกับช่องหน้าต่างพอดี ถัดไปเป็นห้องนั่งเล่นพร้อมเตาผิงและตู้ชั้นวางหนังสือเป็นแผงยาวตลอดผนังด้านทึบ ส่วนนี้ค่อนข้างโล่งเพราะมีเพดานสูง ปลายสุดของห้องเป็นประตูบานใหญ่

มองออกไปเห็นสวนหญ้าที่คุณคิมจงใจปลูกสลับกับต้นแอ๊ปเปิ้ลได้อย่างงดงาม

สำหรับชั้นลอย มีพื้นที่เล็กๆ หน้าบันได จึงวางเตียงนอนไว้สำหรับใช้รับรองเพื่อนที่แวะมาเยี่ยม ด้านปลายเตียงเป็นห้องน้ำขนาดกะทัดรัดพร้อมตู้เสื้อผ้าแบบบิลท์อินที่อยู่ด้านตรงข้าม จากประตูห้องน้ำสามารถเปิดเชื่อมไปยังห้องนอนคุณคิมได้ ซึ่งไม่มีอะไรเลยนอกจากเตียงนอนเตี้ยๆ แต่ที่ดูเก๋ไก๋เห็นจะเป็นด้านปลายเตียงที่ไม่มีผนังกั้นมองลงไปเห็นส่วนนั่งเล่นข้างล่างราวกับเป็นห้องเดียวกันหลังจากเดินชมบ้านจนทั่วแล้ว เรารู้สึกได้ว่า แม้บ้านหลังนี้จะมีกลิ่นอายชนบทที่ไม่หรูหราฟู่ฟ่า ทว่าความสดชื่นของธรรมชาติก็ช่วยทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวาและน่าอยู่มาก

เรื่องโดย : อาทิตย์
ภาพโดย : ฤทธิรงค์, อภิรักษ์

keyboard_arrow_up