ย้อนยุคอย่างงดงาม

ย้อนยุคอย่างงดงาม
          งานศิลป์ในสมัยก่อนมักได้รับการรังสรรค์โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศาสนา ช่างฝีมือทุกสาขาทั่วโลกล้วนทำงานด้วยศรัทธา ชิ้นงานน้อยใหญ่ไปจนถึงอาคารจึงมีความวิจิตร แม้กาลเวลาผ่านไปนับร้อยๆ ปี ทว่าฝีมือของคนรุ่นเก่าก็ยังคงความงาม สร้างความพิศวงให้คนรุ่นหลัง
          คุณวรชุน อยู่จินดา แห่งร้านอาหารเลมอนกราส สุขุมวิท 24 เป็นนักสะสมของเก่ามานานหลายสิบปี เมื่อบ้านเรือนไทยละแวกพหลโยธินแน่นขนัดด้วยของสะสมโดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าต่างๆ จึงตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหม่ในบริเวณเดียวกันเพื่อนำของเหล่านี้มาใช้ประโยชน์
          “บ้านหลังนี้ถ่ายทอดแบบมาจากศาลาวัด คือต้องการให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน ต่างจากเรือนไทยที่แยกเป็นหลังๆศาลาวัดมีชั้นเดียว แต่ใต้ถุนโปร่งโล่ง เลยนำรูปแบบนี้มาทำเป็นบ้าน แต่ ตรงส่วนใต้ถุนกั้นแบ่งเป็นห้องต่างๆ เช่น ห้องนั่งเล่น – รับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องพักแขก ชั้นสองเป็นโถงใหญ่ ใช้รับแขกและนั่งเล่น ห้องนอน ห้องทำงาน และมีศาลากว้างที่มีทางเดินต่อเนื่องกับระเบียง”
          บ้านสีครั่งหลังนี้ดูสูงใหญ่เท่ากับอาคาร 5 ชั้น ทั้งที่มีเพียง 3 ชั้นเท่านั้น ด้วยเหตุที่แต่ละชั้นมีความสูงกว่าบ้านหรืออาคารทั่วไป
          “เพดานชั้นล่างสูงจากพื้น 4.50 เมตร ชั้นที่สองสูง 7.50 เมตร เพราะไม่มีฝ้าเพดาน โปร่งมองเห็นโครงหลังคา เพราะนำหน้าจั่วไม้แกะ ของเก่ามาประดับที่ผนังด้านหนึ่งจึงต้องให้มีเนื้อที่มากเป็นพิเศษ ส่วนชั้นสามจัดเป็นห้องพระ เตรียมไว้สำหรับพระภิกษุจากต่างจังหวัดซึ่งมีกิจนิมนต์มากรุงเทพฯ วัดจากพื้นถึงโครงหลังคาส่วนจั่วสูง 4.50 เมตรŽ”
คุณวรชุนเป็นผู้ออกแบบบ้านหลังนี้เองโดยได้แนวคิดจากศาลาวัดดังที่เล่าไว้ แต่เรื่องการคำนวณโครงสร้างและการรับน้ำหนักต่างๆ ก็ให้วิศวกรมารับหน้าที่ไป
          “เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และของสะสมอื่นๆ ล้วนมีน้ำหนักมากคานชั้นล่างจึงต้องแข็งแรงเป็นพิเศษ รูปทรงหนากว่าปกติŽ”
          คุณวรชุนได้ใช้ฝีมือพรางความหนาของคานด้วยการตกแต่ง บางส่วนใช้ไม้แกะสลักเก่าของจีนมาติดประดับเหมือนขีดเส้นลดความหนาลง บางส่วนเช่นในห้องอาหารตกแต่งด้วยโมเสกทำเป็นลวดลายสัตว์ในตำนานสีสดสวยในรูปแบบจีนผสมล้านนา
          ”บ้านหลังนี้ใช้เวลาสร้างแค่ 10 เดือน ที่เร็วก็เป็นเพราะมีของครบ ซื้อของที่ต้องใช้ไว้ล่วงหน้าเกือบปี ไม้ต่างๆ เป็นไม้เก่าที่รื้อจากบ้านอายุ 80 – 100 ปี อย่างกรอบหน้าต่างที่เป็นไม้สักเก่า ยังมีกลอนทองเหลืองโบราณทรงยาวๆ ติดมาด้วย เป็นของนำเข้าจากยุโรป ซึ่งไม่น่าจะมีการสั่งซื้อเข้ามาแล้ว และทางยุโรปก็คงไม่ได้ผลิตส่งขายนอกจากนี้ยังมีพื้น ตง รอด คาน ซึ่งเป็นไม้เก่าทั้งหมดŽ”
          บางส่วนยังใช้หน้าต่าง ประตู ฉากพับ ซึ่งเป็นของศาลเจ้าหลายแห่งที่ถูกรื้อไปในคราวปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน ทำให้ของเก่าเหล่านี้เดินทางมายังเมืองไทยได้ คุณวรชุนนำมาดัดแปลงใช้กับส่วนต่างๆ ในบ้านได้อย่างน่ามอง
          “ทางเข้าด้านหน้าที่เห็นเหมือนหน้าต่างบนผนัง ของเดิมเป็นประตู แต่ด้านนี้หันไปทางทิศตะวันตกซึ่งบางคนถือ เลยแปลงเป็นหน้าต่าง แล้วทำประตูทางเข้าไว้สองด้าน คือด้านซ้ายและขวาแทนประตูชุดนี้ดัดแปลงจากฉากพับจีนอายุ 200 ปี 4 บาน ส่วนหน้าต่างเดิมคือประตูเล็กของกำแพงเมืองที่ใช้เปิดหลังหกโมงเย็น หลังประตูใหญ่ปิดแล้ว และมียามตรวจผู้คนที่ผ่านเข้าออกยามค่ำŽ”
          ห้องใหญ่ที่สุดในบ้านหลังนี้คือครัว ซึ่งยาวตลอดหัวบ้านจรดท้ายบ้าน เดิมมีพื้นที่ 4  x 15 เมตร หรือ 60 ตารางเมตร ปัจจุบันแบ่งส่วนหนึ่งเป็นห้องเก็บของใช้ในครัว เหลือเพียง 40 ตารางเมตร ที่ยังคงกว้างขวางน่าสบาย
          “เดิมจะเปิดสอนทำอาหาร เนื่องจากลูกค้าของร้านเลมอนกราสอยากมาฝึกทำ เพราะที่ร้านมีอาหารเฉพาะหลายอย่างซึ่งที่อื่นไม่มี เช่น ไก่ตะไคร้ ไก่ย่างปากพนัง กุ้งส้ม ฯลฯ แต่แล้วก็ยุ่งไม่มีเวลาพอเลยเลิกโครงการนี้ไปŽ”
          บ้านหลังนี้สร้างเสร็จเมื่อสามปีก่อน แต่ในพื้นที่นั้นร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นที่ปลูกมานาน และยังมีมุม
สวนที่จัดใหม่โดยคุณวรชุน
          “ที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 350 ตารางวา ซึ่งมีพอสำหรับสวนด้วย รูปแบบสวนต้องการให้เป็นสวนกึ่งป่าที่มีโบราณสถาน สะท้อนภาพป่าร้อนชื้น เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ที่กำแพงเพชร สุโขทัย หรือปราสาทหินพิมายŽ”
          บริเวณบ้านที่รายล้อมด้วยพันธุ์ไม้เขียวชอุ่มช่วยเน้นขับสีแดงขรึมคล้ายสีครั่งที่เจ้าของบ้านเลือกสี ผสมเอง บันไดใหญ่ที่ทอดขึ้นสู่ระเบียงและโถงชั้นสองโดยตรง ไม่ต้องผ่านเข้าตัวบ้านชั้นล่าง มีเจตจำนงให้แขกเหรื่อเข้าสู่งานเลี้ยงได้สะดวก พื้นที่ส่วนนี้รวมศาลาด้วย มีพื้นที่ประมาณ 200 ตารางเมตร
          แม้ตัวบ้านดูใหญ่โตกว้างขวาง แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยการตกแต่งและการออกแบบที่แสดงการต้อนรับ เป็นบ้านที่ได้ใช้และได้อยู่อย่างสุขใจเต็มเนื้อที่
          ”ยังมีกลุ่มเรือนไทยที่สร้างไว้สมัยที่ดินแถบนี้ยังเป็นเรือกสวนไร่นา น้ำประปายังมาไม่ถึง ตอนนี้เลยต้องอยู่ทั้งบ้านใหม่หลังนี้สลับกับเรือนไทย ใช้เวลาดูแลมาก อาจจะขายสักหลังหนึ่งเพื่อลดภาระในการดูแลลงบ้าง เพราะถ้ามีบ้าน เจ้าของก็ต้องอยู่เอง ไม่อย่างนั้นก็จะทรุดโทรมง่ายŽ”
          คุณวรชุน อยู่จินดา กล่าวถึงหลักความจริงที่บ้านจะสวยงามน่าอยู่ก็ด้วยความเอาใจใส่ของผู้เป็น เจ้าของ ทำให้บ้านหลังนั้นดูมีชีวิตชีวาและสดชื่น

เรื่องโดย : มัญชุสา
ภาพโดย : สังวาล, ชัยพฤกษ์

keyboard_arrow_up