เฮือนศิลป์คนยอง

เฮือนศิลป์คนยอง
          เสน่ห์ของเมืองเหนือนอกจากความสวยงามของทิวทัศน์ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่สงบเรียบง่ายแล้ว สถาปัตยกรรมแบบล้านนาก็ถือว่ามีความโดดเด่นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน  และเมื่อพูดถึงบ้านสไตล์นี้เรามักนึกถึงบ้านที่ประดับกาแลบนหน้าจั่วของบ้าน ทว่าในดินแดนล้านนาก็ประกอบด้วยคนไทยหลากหลายเผ่าพันธุ์ หนึ่งในนั้นก็มี ไทยองŽ ซึ่งเราจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักบ้านเรือนในสไตล์นี้กัน 
          อาจารย์ลิปิกร มาแก้ว ศิลปินและอาจารย์คณะวิชาศิลปกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตภาคพายัพ เจ้าของบ้านหลังนี้เล่าว่า ครอบครัวของอาจารย์มีเชื้อสายไทยยอง ซึ่งมีพื้นเพอยู่ที่เมืองยอง ในรัฐชานของประเทศพม่า ด้วยความที่ไม่อยากให้ความเป็นมาของต้นตระกูลต้องสูญหายไป อาจารย์จึงเลือกที่จะสะท้อนวัฒนธรรมของไทยองผ่านรูปแบบของตัวบ้าน
          “บ้านหลังนี้เป็นเรือนหอของผมกับภรรยา รูปแบบบ้านที่ต้องการก็คือ ต้องสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นคนยองออกมา และอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อให้เหมาะกับวิถีชีวิตปัจจุบัน ที่สำคัญที่สุดคือ ผมอยากให้มีแกลเลอรี่อยู่ภายในบ้าน สำหรับแสดงงานศิลปะของผมพอดีได้คุณอดุลย์ซึ่งเป็นเพื่อนและสถาปนิกชาวล้านนามาช่วยทำบ้านหลังนี้ให้ออกมาตรงใจผมถ้าเป็นสถาปนิกอื่นอาจไม่เข้าใจเอกลักษณ์ของเรือนชนเผ่าไทยองอย่างละเอียดเหมือนอย่างที่ผมต้องการŽ”
          คุณอดุลย์ เหรัญญะ แห่งบริษัทล้านนาอาคีเทค จำกัด เล่าแนวคิดในการออกแบบให้ฟังว่า ”ผมสื่อความเป็นคนยองออกมาทางสถาปัตยกรรม โดยนำวัสดุและองค์ประกอบต่างๆอย่างยอดหลังคา ประตู และหน้าต่างของบ้าน โดยดัดแปลงจากหลองข้าว (ยุ้งข้าว)Ž”           เอกลักษณ์ของเรือนไทยองคือ ใช้หลังคาคลุมทรงเตี้ยและมีการลดหลั่นของระดับหลังคาคล้ายของพม่าและทิเบต แต่จะมีหลังคาซ้อนไม่มากเท่า ปกติบ้านของชาวบ้านทั่วไปจะมีหลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น ส่วนอาคารทางศาสนาจะเป็น 3 – 5 ชั้น ด้านบนของหลังคาจะมีปีกเล็กๆเรียกว่า จ๋องŽ ยื่นจากหน้าจั่วแทนกาแลที่เราคุ้นตา
          ”เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องที่ดินซึ่งมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 20 เมตร แต่ลึกถึง60 เมตร และด้านลึกหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ทำให้ต้องแก้ปัญหาเรื่องแสงแดดและความร้อน โดยออกแบบให้ชายคาของบ้านยาวกว่าปกติเพื่อให้เกิดร่มเงากับตัวบ้าน ทั้งยังต้องออกแบบตัวอาคารที่มีลักษณะยาวให้ดูไม่เหมือนตึกแถว โดยการลดระดับของหลังคา เมื่อดูจากภายนอกจะเหมือนเป็นเรือน 3 หลัง โดยแบ่งเป็นเรือนแกลเลอรี่ ซึ่งจะมีหลังคาสูงและซ้อนกันมากกว่าหลังอื่น เรือนนอน และเรือนรับรอง แต่ที่จริงพื้นที่ใช้สอยภายในจะต่อเนื่องกันทั้งหมด ส่วนวัสดุที่ใช้เป็นของพื้นถิ่นอย่างกระเบื้องดินเผา ผนังก่ออิฐโชว์แนวสีส้ม และไม้ โดยวัสดุเหล่านี้ก็จะเป็นตัวกำหนดโทนสีของบ้านด้วยŽ”
          การสร้างบ้านเพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยที่สะดวกสบายนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และยิ่งเป็นบ้านที่สะท้อนถึงความเป็นมาและเอกลักษณ์ของชนชาติด้วยแล้ว ยิ่งต้องการความละเอียดลออเพิ่มเป็นทวีคูณ ทว่าบ้านหลังนี้ก็สามารถตอบโจทย์ข้างต้นได้สมบูรณ์แบบ

เรื่องโดย : ทัตชัย น้อยสง่า
ภาพโดย : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

keyboard_arrow_up