หลงเสน่ห์ โมร็อกโก

หลงเสน่ห์  โมร็อกโก
          ความโดดเด่นของรูปทรงที่สง่างาม ดูน่าเกรงขาม สีสันที่สะดุดตา ผนวกกับความอ่อนช้อยในการเก็บรายละเอียดของงานสถาปัตยกรรมสไตล์โมร็อกโก ซึ่งไม่เพียงใช้ฝีมือ แต่ยังต้องอาศัยสมาธิและความอดทนในการสร้างสรรค์ด้วย สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้มีผู้ชื่นชมและหลงใหลงานสไตล์นี้อยู่เป็นจำนวนไม่น้อย หนึ่งในนั้นมี คุณพิสิทธิ์ ฉั่วตระกูล และ คุณสกล สกลผดุงเขตต์  รวมอยู่ด้วย
          คุณสกล เล่าว่า เขาใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่มา 15 ปีแล้ว ด้วยความชื่นชอบงานศิลปะที่มีกลิ่นอายความเป็นอินเดีย เขาจึงตั้งใจให้บ้านหลังนี้เป็นตัวแทนที่สื่อถึงความประทับใจนั้น โดยเลือกสร้างบ้านในที่ดินริมฝั่งแม่น้ำปิง แถบตำบลป่าแดด
          “เรามีแบบบ้านที่อยากได้อยู่ในหัวตั้งแต่แรกแล้ว จึงมีแนวทางในการทำบ้านหลังนี้ค่อนข้างชัดเจน และโชคดีที่ได้นักออกแบบที่สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจ จะมีปัญหาบ้างกับช่างที่เป็นชาวบ้าน ถ้าถามว่าส่วนที่ยากที่สุดของบ้านหลังนี้คือตรงไหน ผมว่าน่าจะเป็นงานฉาบผนัง เนื่องจากเราอยากได้ผนังสีส้มที่ดูหยาบๆ ดิบๆแต่ช่างกลับถามว่าแน่ใจแล้วหรือ แล้วผนังจะสวยเหรอ และก็พยายามจะฉาบให้เรียบ ซึ่งเราไม่ได้ต้องการอย่างนั้น ครั้นจะเปลี่ยนช่างก็ไม่ได้ เพราะงานจะออกมาไม่เหมือนกันทั้งหลัง กว่าจะได้อย่างที่เห็นนี้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน”
          คุณพิสิทธิ์ เล่าเสริมว่า เราทั้งคู่ต่างชอบอะไรที่เหมือนๆ กัน คือฝังใจกับบ้านสไตล์แขกของประเทศโมร็อกโก แต่ไม่เคยไปเที่ยวสักที ได้แต่ดูจากในหนังสือ จนมีโอกาสไปเที่ยวที่ Red Fort โบราณสถานที่สวยงามของประเทศอินเดีย จึงเหมือนเป็นการจุดประกายความฝันของเราขึ้นมาอีกครั้งŽ
          บ้านหลังนี้วางผังอาคารเป็นรูปตัวแอล (L) หากดูไกลๆจะเหมือนเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียว มีน้ำพุขนาดย่อมอยู่ด้านข้างบ้าน ที่พื้นปลูกต้นถั่วบราซิล สีเขียวของใบตัดกับสีเหลืองของดอกเล็กๆ ดูราวกับพรมธรรมชาติ ขณะที่สีแดงและสีเหลืองอมส้มของดอกชบาก็สอดรับกับโทนสีของตัวบ้าน เสาขนาดใหญ่ที่เรียงรายอยู่สองฝั่งของตัวอาคาร นอกจากจะช่วยสร้างร่มเงา คอยป้องกันแดดและฝนแล้ว ยังทำให้ตัวอาคารเกิดมิติที่น่ามอง จุดเด่นของแนวเสาก็คือบัวหัวเสาและลวดลาย ประตู ทางเข้าบ้านออกแบบให้มีสัดส่วนที่ดูยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่ระหว่างเสาคู่ยักษ์ เพื่อเน้นให้ผู้มาเยือนทราบตั้งแต่แรกว่าควรจะเข้า – ออกด้านใด
          เมื่อก้าวผ่านประตูทางเข้า ความโอ่อ่าที่ซ่อนไว้อยู่ภายในก็เผยโฉมออกมาให้เห็น ภายในบ้านทั้งหลังตกแต่งด้วยโทนสีขาว ทำให้แลดูโปร่งและสบายตา เมื่อมองจากโถงด้านล่างไปยังเฉลียงที่ยื่นออกมาจากห้องนอนใหญ่ชั้นบนยิ่งรู้สึกได้ถึงความสง่างามของบ้านหลังนี้ โดยเฉพาะยามเมื่อแสงแดดส่องผ่านช่องแสงด้านบน ลงมายังตำแหน่งของเฉลียงพอดี นอกจากนี้การใช้ผนังกระจกที่สูงจนแทบจรดกับฝ้าเพดานก็ทำให้ภายในบ้านสว่างไสวโดยไม่จำเป็น ต้องเปิดไฟ
          ชั้นล่างของบ้านมีห้องรับแขกที่กรุกระจกโดยรอบ แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกร้อน เพราะระดับเพดานของส่วนนี้มีความสูงมากกว่าปกติ จึงมีการระบายอากาศที่ดี สำหรับผนังส่วนที่โดนแดดเจ้าของเลือกใช้ อิฐมวลเบา ถัดไปเป็นห้องรับประทานอาหารซึ่งยกระดับพื้นให้สูงกว่า ห้องรับแขก เพื่อใช้พื้นที่ข้างใต้เป็นห้องใต้ดินสำหรับเก็บของ   ชั้นสองของบ้านประกอบด้วยห้องทำงาน ห้องนอนใหญ่ และห้องน้ำที่ทำให้ใครๆ ต่างพากันอิจฉาเจ้าของบ้านหลังนี้ เพราะมีส่วนอาบน้ำกลางแจ้งที่สามารถออกไปนอนแช่น้ำชมธรรมชาติทั้งท้องฟ้าและสวนสวยที่จัดไว้ตรงระเบียงข้างห้องนอนใหญ่ได้ในคราวเดียวกัน ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการยกสปาสุดหรูมาไว้ที่บ้าน
          นอกเหนือจากรูปร่างหน้าตาภายนอกที่สวยงามแล้ว หัวใจหลักของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านสไตล์ใดก็ตาม ควรยึดถือความสบาย และตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของเจ้าของเป็นสำคัญ ซึ่งบ้านหลังนี้สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

เรื่องโดย : ทัตชัย น้อยสง่า
ภาพโดย : สังวาล พระเทพ, ฤทธิรงค์ จันทองสุข

keyboard_arrow_up