วิวเขาและหลองข้าว

วิวเขาและหลองข้าว

 

บนเส้นทางคดเคี้ยวของถนนสายหางดง-สะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสวยงามของธรรมชาติซ่อนอยู่ระหว่างสองข้างทาง บริเวณนี้เป็นพื้นที่ในหุบเขาที่มีความชันจนแทบไม่เห็นที่ราบโดยธรรมชาติเลย แต่ก็ช่วยเติมเสน่ห์ให้บ้านหลังนี้ได้ดี พันตำรวจเอก เกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ เจ้าของบ้าน เล่าถึงที่มาของพื้นที่นี้ว่า

“ที่ดินตรงนี้เคยเป็นสวนลิ้นจี่ มีบางต้นที่พอจะเก็บไว้ได้ แต่ต้นที่แก่มากๆก็จำเป็นต้องรื้อถอนไป จนกลายเป็นที่โล่ง ที่ดินตรงนี้มีสองส่วน มีร่องน้ำเป็นตัวแบ่งที่ดินเป็นสองฝั่ง ฝั่งละสองไร่”

ตัวบ้านตั้งอยู่บนเนินสูงสุดของพื้นที่ ประกอบด้วยเรือนไม้สักเก่ายกพื้นสูงสองหลังวางเป็นแนวตั้งฉากกันคล้ายรูปตัวแอล (L) มีบันไดระหว่างเรือนเป็นส่วนเชื่อมต่อ แต่ละหลังมีรูปทรงแตกต่างจากบ้านล้านนาทั่วไป คุณเกรียงศักดิ์ เล่าว่า

“เรือนทั้งสองหลังเป็นหลองข้าวหรือเรือนยุ้งข้าวของชาวล้านนา แต่หลองข้าวมีขนาดเล็ก จึงต้องปรับให้กว้างขึ้น ชั้นบนใช้เป็นห้องนอน ส่วนชั้นล่างที่เป็นใต้ถุนนี้ ปกติหลองข้าวจะมีระดับความสูงไม่มากนัก จึงต้องทำฐาน เพื่อวางเสาเพิ่มความสูง ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งาน ซึ่งมีทั้งมุมนั่งเล่น รับแขก รับประทานอาหาร และครัวเปิด”

เนื่องจากที่ตั้งของบ้านเป็นเนินชัน จึงออกแบบพื้นที่ใช้สอยแยกกันไปตามแต่ละระดับ ส่วนที่เตี้ยที่สุดทำเป็นศาลาโล่งสำหรับจอดรถของแขกผู้มาเยือน สูงขึ้นไปอีกระดับก่อนถึงตัวบ้านเป็นที่จอดรถหลักและส่วนเก็บของ ซึ่งทำเป็นหลังคาเรียบ เหนือขึ้นไปด้านบนคือระเบียงอเนกประสงค์ จัดวางโต๊ะอาหารตัวใหญ่ใช้เป็นมุมรับรองแขกได้ และสุดท้ายคือตัวบ้าน

การตกแต่งภายในเลือกใช้ไม้สักทำสีเข้ม หินธรรมชาติอย่างหินแกรนิตและหินอ่อนลายสวยเป็นวัสดุหลัก เน้นสไตล์ไทยประยุกต์ จัดวางของตกแต่งชิ้นเล็กๆอย่างไม้แกะสลักทรงสวย เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้และเบาะสีสดอย่างฟ้าหรือแดง ซึ่งทำให้บ้านดูสดชื่นขึ้น

จุดเด่นของบ้านที่หลายคนต้องอิจฉาคือทิวเขาเบื้องหน้า บ้านนี้ก็ออกแบบให้รับกับสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาให้ จึงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแสนสบาย โดยเฉพาะส่วนใต้ถุนบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนรวมแบบบ้านไทยที่ใช้งานมากที่สุด มีการตกแต่งแบบไม่เป็นทางการจนเกินไป ได้บรรยากาศของบ้านพักผ่อน เราทิ้งท้ายด้วยคำถามว่าเจ้าของบ้านชอบอะไรในบ้านหลังนี้มากที่สุด คำตอบที่ได้ก็ไม่ต่างไปจากความรู้สึกของเราเลย นั่นคือ…“ผมชอบวิวเขาและหลองข้าวครับ”

เรื่องโดย : Atta Otto
ภาพโดย : สังวาล พระเทพ, สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up