ผลิดอกออกผล

ผลิดอกออกผล
          ขึ้นต้นชื่อเรื่องแบบนี้ คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งสับสนคิดว่าเราจะนำเสนอเรื่องราวของต้นไม้หรือการจัดสวนในคอลัมน์บ้านสวยนะครับ หากแต่บ้านที่มีรูปทรงแปลกตา ให้อารมณ์มันๆ หลังนี้ เป็นบ้านที่มีแนวคิดตรงกับชื่อเรื่องจริงๆ เป็นอย่างไรนั้นมาดูกันครับ
          บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 80 ตารางวา ในย่านถนนวิภาวดีรังสิต เจ้าของบ้านคือสมาชิกสี่คนของ?ครอบครัววัชรานันท์ ประกอบด้วย?คุณสมิต เจ้าของบ้านฝ่ายชายซึ่งเป็นสถาปนิก เจ้าของบริษัทสมิตแอสโซซิเอทส์ จำกัด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชุลีพร ภรรยา พร้อมด้วยลูกสาวและลูกชาย น้องวรนล และ น้องชาคร คุณสมิตเริ่มต้นเล่าถึงที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้ให้ฟังว่า
          “บ้านหลังนี้เกิดจากข้อจำกัดเรื่องที่ดินซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นักจำเป็นต้องขึ้นตัวบ้านในทางสูง ส่วนรูปทรงสี่เหลี่ยมสี่มุมของบ้านสื่อถึงจำนวนสมาชิกสี่คน แผงระแนงอะลูมิเนียมที่มองดูคล้ายกลีบดอกไม้ซึ่ง มองเห็นได้จากภายนอกนั้น เราต้องการสื่อถึงการเจริญเติบโตของครอบครัวการมีรากฐานที่มั่นคงอบอุ่น เป็นต้นไม้ที่พร้อมจะผลิดอกออกผล และเจริญเติบโตต่อไปในวันข้างหน้า”
          บ้านหลังนี้มีทั้งหมดสี่ชั้น ชั้นล่างเป็นส่วนรับแขกแบบทางการและส่วนบริการ ชั้นสองเป็นพื้นที่ของครอบครัว มีส่วนนั่งเล่นดูโทรทัศน์ ส่วนรับประทานอาหาร ครัว ห้องน้ำ และห้องนอนแขก ชั้นสามเป็นห้องนอนลูกคนละห้อง ชั้นสี่เป็นห้องนอนพ่อแม่และห้องออกกำลังกาย หลังคาออกแบบเป็นดาดฟ้า สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ อาทิ ขึ้นมาชมวิวทิวทัศน์
          “การออกแบบพื้นที่ใช้สอยนั้นมาจากพฤติกรรมของครอบครัวเราเป็นหลัก ชั้นล่างเป็นส่วนรับแขกแบบทางการและส่วนบริการต่างๆ ซึ่งเราไม่อยากให้ปะปนกับพื้นที่ส่วนอื่น ชั้นสองเป็นพื้นที่ของครอบครัวอย่างแท้จริงผมใช้เป็นที่ดูหนัง นั่งเล่น ซ้อมดนตรี รับประทานอาหาร ส่วนแม่บ้านชอบทำครัว เราจึงออกแบบให้พื้นที่ดังกล่าวนี้เชื่อมถึงกันหมด เวลาแม่บ้านทำอาหารก็สามารถดูทีวีหรือพูดคุยกับลูกได้ตลอด หรือเมื่อชวนเพื่อนสนิทมาสังสรรค์ก็ใช้พื้นที่ตรงนี้แหละ สะดวกดี
          “ชั้นสามเป็นห้องนอนลูกส่วนชั้นสี่เป็นห้องนอนของผมกับภรรยา ปกติผมใช้เวลาอยู่ในห้องนอนไม่มากนักจึงไม่ได้ออกแบบให้ใหญ่โตแค่มีพื้นที่วางเตียงนอนก็พอแล้วแต่ออกแบบให้มีส่วนแต่งตัวกับห้องน้ำที่กว้างขวางสะดวกสบายผนังรอบห้องกรุกระจกเพื่อให้มองเห็นวิวในยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ”  การออกแบบวางผังแปลนของบ้านหลังนี้ยังคำนึงถึงทิศทางของแสงแดดลมและฝนประกอบด้วยโดยพื้นที่ใช้สอยหลักเช่นห้องรับแขกส่วนพักผ่อน- นั่งเล่น ห้องนอน จะวางไว้ด้านทิศตะวันออกของบ้าน จึงไม่โดนแดดบ่ายที่ร้อนแรง พื้นที่เหล่านี้จึงเย็นสบายจนเรารู้สึกได้
          หลายส่วนของบ้านหลังนี้เป็นการออกแบบเพื่อต่อยอดแนวคิดในเชิงทดลอง ซึ่งเจ้าของบ้านไม่ได้หวังผลในการใช้งานมากนัก เพียงแค่สนองความต้องการและสื่อให้เห็นตัวตนของสมาชิกในบ้านก็เพียงพอแล้วอาทิ แผงระแนงอะลูมิเนียมซึ่งเปรียบเสมือนกลีบดอกไม้ที่ติดตั้งอยู่รอบบ้านแม้จะช่วยกันแดดได้ไม่มากนัก เพราะหากต้องการประโยชน์ใช้สอยดังกล่าวก็ต้องกรุระแนงให้ถี่มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการบดบังมุมมองทางสายตาและเสียวิวทิวทัศน์ไป นอกจากนี้พื้นที่เล็กๆ น้อยๆ ที่เรามักมองข้ามอย่างช่องว่างระหว่างเสา ส่วนที่ยื่นออกจากโครงสร้าง เจ้าของบ้านก็พิสูจน์ให้เห็นว่า แท้จริงแล้วหากต้องการพื้นที่ใช้งานจริงๆ ก็สามารถทำได้
          “ผมคิดว่าบ้านควรเป็นสิ่งที่สื่อถึงตัวตนของเจ้าของในทุกด้านทั้งพฤติกรรมการใช้สอยและความต้องการเฉพาะตัวต่างๆ ซึ่งตัวตนของแต่ละครอบครัวก็ไม่ควรมีหลักการใดๆ มาเป็นตัวกำกับ”
          หลายส่วนของบ้านซึ่งออกแบบมาให้ไม่เหมือนบ้านหลังอื่นนี่แหละคือตัวตนของครอบครัววัชรานันท์ อันเป็นรากฐานที่พร้อมจะเติบโตแบ่งบานต่อไปในภายหน้า เป็นการต่อยอดทางความคิดที่ไม่รู้จบอย่างแท้จริง

 

เรื่องโดย : รับอรุณ
ภาพโดย : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up