หนึ่งห้องนอนกลางทุ่งนา

หนึ่งห้องนอนกลางทุ่งนา
          หลังจากออกแบบบ้านและอาคารอื่นๆ มาแล้วมากมาย เมื่อถึงคราวต้องออกแบบบ้านของตัวเองบ้าง คุณสุริยา เสาร์หมื่น สถาปนิกลูกล้านนาโดยกำเนิด ผู้มีพื้นเพอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ กลับต้องคิดให้มากยิ่งกว่าการออกแบบให้ผู้อื่น 
          “หลายคนติดภาพจากโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราเทวีซึ่งผมออกแบบเป็นสไตล์ล้านนา เลยพลอยคิดว่าผมทำเป็นแต่สไตล์นี้เท่านั้นจริงๆ แล้วนั่นเป็นเพียงโอกาสหนึ่งที่ทำให้เราได้ทำงานตรงนั้น และก็กลายเป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้ผมอยากจะเลี่ยงงานแบบนั้นเมื่อทำบ้านของตัวเอง ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ แต่ผมอยากได้บ้านที่เป็นบ้านของผมเอง”
          นอกจากออกแบบบ้านให้ตัวเองแล้ว คุณสุริยายังต้องทำเผื่อเพื่อนอีกสามคนด้วย เพราะทั้งสี่คนร่วมกันซื้อที่ดินผืนหนึ่งกลางทุ่งนาในเขตอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และแบ่งสร้างเป็นบ้าน 4 หลัง อีกส่วนหนึ่งสร้างเป็นโรงแรมขนาดเล็กชื่อว่า “at Villa Sansai” (เพิ่งลงในคอลัมน์ “นอกบ้าน”ฉบับเดือนมีนาคม 2551) โดยออกแบบสิ่งก่อสร้างทั้งหมดให้กลมกลืนกันบ้านทั้งสี่หลังเป็นบ้านชั้นเดียว มีขนาดและรูปทรงภายนอกใกล้เคียงกันส่วนภายในจะแตกต่างกันไปตามบุคลิกของเจ้าของบ้านแต่ละคน
          “ผมออกแบบบ้านหลังนี้โดยเริ่มต้นจากการคิดถึงพื้นที่ภายในก่อน เพราะมีประสบการณ์จากบ้านหลังเดิมที่กั้นแต่ละส่วนเป็นห้องเล็กๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่ในกล่อง ผมอยากให้พื้นที่เกือบทุกส่วนในบ้านหลังนี้เปิดถึงกัน ดังนั้นจึงออกแบบให้พื้นห้องมีระดับต่างกัน เพื่อเป็นการแยกสัดส่วนแทนการทำกำแพง จึงรู้สึกเหมือนว่าทั้งบ้านมีห้องเดียว”
          บ้านหลังนี้มีทางเข้าสองด้าน ทางเข้าหลักอยู่ด้านหน้า ออกแบบเป็นซุ้มประตูยื่นออกมาจากตัวบ้าน บานประตูเป็นไม้เก่าจากประเทศอินเดียแกะลายอย่างละเอียดลออ บริเวณนี้ยังทำม้านั่งปูนหล่อไว้ด้วย ส่วนทางเข้าอีกด้านเป็นทางเดินขนานกับโรงรถ ต้องเดินผ่านซุ้มประตูซึ่งมีลักษณะคล้ายซุ้มเรือนแก้ว ทางเข้านี้นำไปสู่ชานพื้นปูนด้านหลังบ้าน
          ภายในบ้านแบ่งพื้นที่เป็นสองส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกเป็นส่วนนั่งเล่น โดยออกแบบให้ผนังด้านหนึ่งเป็นชั้นไม้โปร่งสำหรับวางของและเครื่องเสียง ส่วนด้านตรงข้ามชั้นก่อแท่นคอนกรีตแล้ววางเบาะกับหมอนอิงใช้แทนโซฟานั่งเล่น ริมประตูชิดชานด้านหลังก่อโต๊ะคอนกรีตจัดเป็นมุมทำงาน
          อีกส่วนหนึ่งคือห้องนอนอยู่ด้านหลังส่วนนั่งเล่น โดยมีผนังทึบเว้นช่องตรงกลางแต่งด้วยประตูบานเลื่อนไม้เก่าของจีนเป็นตัวกั้น แต่ปกติจะเปิดประตูไว้เพื่อความต่อเนื่องของพื้นที่ ภายในห้องนอนก่อเป็นแท่นขนาดใหญ่สำหรับวางฟูก ส่วนช่องหลืบที่แยกจากห้องนอนจัดเป็นส่วนแต่งตัวและห้องน้ำ ทั้งส่วนนั่งเล่นและห้องนอนมีช่องเปิดหลายช่อง เพื่อช่วยระบายอากาศและเปิดรับแสงสว่าง
          “ผมชอบให้ภายในบ้านดูกว้าง ไม่ชอบมีเฟอร์นิเจอร์มากเกินไปแล้วก็ไม่ชอบเครื่องปรับอากาศด้วย แม้จำเป็นต้องติดเผื่อไว้ แต่ปีหนึ่งผมใช้แค่สองสามครั้งเองครับ ผมพยายามทำบ้านให้อยู่สบาย คือต้องมีแสงธรรมชาติเพียงพอ ขณะเดียวกันก็ทำประตูหน้าต่างไว้เยอะๆ รวมทั้งมีการป้องกันความร้อนที่หลังคาและผนังไว้ด้วย เพื่อให้บ้านเย็นสบายที่สุดครับ
          “สำหรับบ้านหลังนี้ ผมมองว่าเป็นการออกแบบเพื่อสนองความต้องการในวันนี้มากกว่า เพราะตอนนี้ผมอยู่เพียงคนเดียว หากในอนาคตมีครอบครัวคงต้องหาที่ใหม่ และก็คงไม่ใช่แบบนี้ครับ”

เรื่องโดย : จัตตริน
ภาพโดย : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up