ความสุข ของบ้านที่ปลายไร่

ความสุข ของบ้านที่ปลายไร่
          รั้วไม้เตี้ยๆ ทาสีขาวซึ่งซีดจางไปบ้างเป็นเครื่องหมายที่บอกถึงขอบเขตของบริเวณมากกว่าจะใช้ปิดกั้น ถนนดินโรยกรวดหยาบข้างหน้านั้นนำทางไปสู่บ้านเล็กในทุ่งกว้างของครอบครัวอีแวนส์ ในประเทศอังกฤษ
          แต่ก่อนนั้นพ่อแม่ลูกครอบครัวอีแวนส์เคยใช้ชีวิตอยู่ในบ้านซึ่งมีพื้นที่ไม่ใหญ่นักในเมืองร็อปเลย์ (Ropley) คุณชาร์ล็อตต์ – แม่ เคยทำงานในบริษัทออกแบบจัดสวน ส่วน คุณเดสมอนด์ – พ่อ ก็ชอบเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ อยู่มาวันหนึ่งทั้งสองเห็นพ้องต้องกันว่าจะหาที่ที่เหมาะสม เพราะอยากจะทำเนิร์สเซอรี่เพาะชำต้นไม้เอง และบ้านเดิมก็มีพื้นที่ไม่มากนัก กระทั่งได้เจอบ้านหลังนี้ก็รู้สึกถูกใจ ส่วน คุณเคท – ลูกสาว ก็ดีใจใหญ่ เพราะโรงโม่หลังเก่าในบริเวณบ้านสามารถบูรณะเป็นสตูดิโอทำงานศิลปะได้
          บ้านหลังนี้มีลักษณะที่เรียกว่าบ้านแบบชนบทอังกฤษอย่างแท้จริง ตั้งอยู่ตรงตะเข็บชายแดน รอยต่อระหว่างเวลล์กับอังกฤษในเมืองแชปสโตว์ (Chapstow) มีเนื้อที่ประมาณ 5 เอเคอร์ เจ้าของทั้งสองบอกว่า ซื้อบ้านหลังนี้และอยู่อาศัยมาประมาณ 30 ปีแล้วคุณชาร์ล็อตต์เล่าประวัติความเป็นมาของบ้านให้ฟังว่า
          “บ้านนี้สร้างตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ในบริเวณประกอบด้วยบ้านสามหลัง หลังที่เราอยู่เป็นบ้านหลังเล็กสุด เดิมมีทางเข้าบ้านอยู่ด้านหลัง ปัจจุบันกลายเป็นด้านหลังของบ้านไปแล้ว บ้านหลังขนาดกลางอยู่ใกล้กับบ้านหลังเล็กนี้ เดิมเป็นโรงโม่พลังน้ำ จึงมีลำธารไหลผ่านเพราะในบริเวณที่ดินมีการทดน้ำเข้ามาเพื่อใช้หมุนเครื่องโม่ ต่อมาภายหลังเปลี่ยนเป็นโรงงานทำกระดาษ เรายังเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ แม้จะใช้งานไม่ได้แล้วก็ตาม ส่วนอีกหลังอยู่ห่างขึ้นไปบนเนินเล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าหลังที่สองเล็กน้อย เดิมเป็นโรงวัว ชั้นบนเป็นที่เก็บหญ้าภายหลังเมื่อเปลี่ยนกิจการเป็นโรงงานทำกระดาษแล้ว หลังนี้ก็ใช้เป็นที่ตากกระดาษ ในบ้านหลังนี้เรายังไม่ได้ทำอะไร นอกจากใช้เป็นที่เก็บเครื่องไม้เครื่องมือทำสวน ซึ่งต่อไปเราตั้งใจว่าอยากจะทำเป็นห้องพักแขก”
          คุณชาร์ล็อตต์ยังเล่าอีกว่า “สภาพของบ้านที่มาเจอครั้งแรกนั้นแย่มาก รอบบ้านมีแต่ป่า เราช่วยกันปรับปรุงมาเรื่อยๆ ทีละเล็กทีละน้อยจนวันนี้กลายเป็นบ้านในฝันของพวกเรา” ดูเหมือนจะเป็นนิสัยของคนอังกฤษไปเสียแล้วที่พอใจจะทำบ้านด้วยตนเอง
          บ้านที่ครอบครัวอีแวนส์อาศัยอยู่นี้ ส่วนใหญ่ยังคงความเป็นบ้านชนบทแบบดั้งเดิม กล่าวคือเป็นบ้านสองชั้น ชั้นล่างมีห้องนั่งเล่นกับห้องรับประทานอาหารโดยมีบันไดคั่นกลาง ส่วนชั้นบนมีห้องนอนสองห้องแยกเป็นด้านซ้ายและขวา หรือที่เรียกว่าบ้านสองชั้น ชั้นละสองห้องนั่นเอง และถ้าเป็นแบบดั้งเดิมจริงๆ ห้องน้ำจะอยู่นอกบ้าน เมื่อครอบครัวอีแวนส์ย้ายเข้ามาอยู่ จึงต่อเติมห้องน้ำไว้ภายในบ้านเพิ่มอีกห้องเพื่อความสะดวก
          “นอกจากนี้เรายังต้องเพิ่มครัวอีกห้อง ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เคยใช้เป็นที่รีดนมวัว ไม่มีผนัง เรามาต่อเติมกันเอง หลายส่วนของบ้านเราก็อนุรักษ์ของเดิมไว้ เช่น ชั้นใต้หลังคาตรงโรงวัวนี้เคยเป็นห้องนอนเด็กมีบันไดลิงพาดให้เดินขึ้นไป ดูน่าสนใจดี แม้ตอนนี้จะใช้เป็นพื้นที่เก็บของเท่านั้น”
          ตัวบ้านภายนอกก่อด้วยหินสีเทา แต่แทบจะมองไม่เห็น เพราะมีเถาไอวี่เลื้อยขึ้นคลุมไปจนถึงแนวหลังคา ด้านหลังของห้องครัวยังต่อเติมเป็นเรือนกระจกขนาดพอประมาณ ใช้เป็นส่วนเพาะต้นไม้ ช่วยเสริมความน่ารักแก่ตัวบ้านยิ่งขึ้น
          แม้ว่าส่วนต่างๆ ภายในบ้านจะไม่บอกถึงความโก้หรูใดๆ แต่สิ่งของเครื่องใช้รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ก็ล้วนเป็นของเก่าของครอบครัวที่ใช้งานกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งคุณชาร์ล็อตต์จำได้ทุกชิ้นและเล่าให้เราฟังอย่างออกรส แสดงให้เห็นว่าของทุกชิ้นในบ้านนั้นมีคุณค่าทางใจต่อผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง

 

เรื่องโดย : ชัชว์ระวี
ภาพโดย : ฤทธิรงค์, อภิรักษ์

keyboard_arrow_up