HUAMARK 09 : โฮมออฟฟิศ และศิลปะแห่งการอยู่อาศัยร่วมกับเวลา

โฮมออฟฟิศ

หากคุณมีโอกาสสร้างบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง คุณอยากให้บ้านของคุณเป็นอย่างไร มีรูปร่างหน้าตาหรือลักษณะแบบไหนกัน?

ถ้ามีบ้านผมอยากปลูกต้นไม้เยอะ คงจะมีความสุขมาก ถ้าได้ถอดรองเท้าเดินย่ำไปบนสนามหญ้า

นี่คือความปรารถนาของ คุณนนท์อินทนนท์ จันทร์ทิพย์ สถาปนิกแห่ง INCHAN Atelier ผู้เป็นทั้งผู้ออกแบบและเจ้าของบ้านหัวหมาก09 หลังนี้ โดยเขาเลือกจะหยิบยกบ้านของตัวเองมาเป็นงานทดลองเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีต่าง ๆ ที่เคยร่ำเรียนมา คลุกเคล้ากับประสบการณ์ด้านการออกแบบ จนได้งานสถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องราวของตัวเอง พร้อมเผยเสน่ห์แห่งสัจวัสดุที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

หลังจากคุณนนท์และภรรยา คุณพลอย-ธริศราย์ จันทร์ทิพย์ เริ่มหาซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้าน โดยเลือกทำเลที่ใกล้กับบ้านของคุณแม่คุณพลอย ทั้งคู่จึงตกลงซื้อที่ย่านหัวหมาก ซึ่งเป็นบ้านในหมู่บ้านเก่าอายุกว่า 30 ปี บนเนื้อที่ 80 ตารางวา และตัดสินใจรื้อบ้านหลังเดิมออกทั้งหมด เนื่องจากมีปัญหาระดับพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับถนน ประกอบกับความต้องการใช้งานพื้นที่เพิ่มมากขึ้น นำมาสู่การออกแบบก่อสร้างอาคารหลังใหม่สูง 4 ชั้น มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 490 ตารางเมตร ในรูปแบบของพื้นที่มิกซ์ยูส รวมฟังก์ชันออฟฟิศ บ้านพักอาศัย และสตูดิโอทำงานศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน

        “ผมให้ความสำคัญกับเรื่องการออกแบบวางผังที่เน้นการระบายอากาศและแสงแดด ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่าถึงอย่างไรเราคงหนีเรื่องแดดลมฝนไม่พ้น ปัจจัยด้านสภาพอากาศจึงกลายมาเป็นโจทย์หลักในการออกแบบ จากนั้นก็ตั้งเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรให้บ้านหลังนี้เป็นสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับสภาพอากาศเขตร้อนชื้นเหมาะแก่การอยู่อาศัย

        นำมาสู่การวางแผนผังพื้นที่ใช้งานออกเป็น 2 ส่วน คือฝั่งทิศเหนือและทิศใต้ โดยยกพื้นที่กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ทางทิศเหนือให้เป็นสวน ส่วนที่เหลือคือพื้นที่ตั้งอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทอดตัวยาวตามแนวตะวันออก-ตก เพื่อขวางทางลมแล้วใช้การเจาะช่องเปิดในขนาดต่าง ๆ กัน สำหรับรับลมและแสงให้เข้ามาสู่ตัวบ้านในปริมาณที่เหมาะสม

โดยตัวบ้านมีความกว้างเพียง 4 เมตร หรือเทียบเท่ากับความกว้างของตึกแถวทั่วไป แต่ละด้านมีการก่อผนังซ้อนกันอีกชั้นในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้เกิดช่องว่างสำหรับถ่ายเทอากาศ และเป็นเหมือนฉนวนกันความร้อนไปในตัว ช่องว่างรอบบ้านที่เกิดขึ้นนี้นำไปสู่การจัดพื้นที่ฟังก์ชันหลัก ๆ เพื่อให้สัมพันธ์กับสภาพอากาศ และทิศทางของลมและแสงแดด โดยช่องวางทางทิศใต้ได้กำหนดให้เป็นแนวบันได ช่องว่างทางทิศเหนือและทิศตะวันออกออกแบบเป็นพื้นที่ระเบียงและส่วนเซอร์วิสต่างๆ  ต่อเนื่องไปถึงด้านทิศตะวันตกที่ก่อผนังสองชั้นเชนกัน เพื่อให้เกิดเอกภาพในงานออกแบบที่กลมกลืนกันทั้งอาคาร

 “เพราะว่าแต่ละชั้นมีการใช้งานคนละแบบ จึงนำมาสู่วิธีคิดว่าจะทำอย่างไรให้รู้สึกว่าเราใช้พื้นที่แต่ละส่วนได้อย่างคุ้มค่าท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่เหมือนกันในแต่ละชั้น”      

ด้วยวิธีคิดที่ชัดเจนจึงทำให้พื้นที่ใช้สอยของอาคารทั้ง 4 ชั้น ได้รับการแบ่งออกตามลักษณะฟังก์ชันการใช้งาน เริ่มจากชั้น1 กับการออกแบบให้เป็นออฟฟิศสถาปนิก แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองห้องหลัก ๆ คือห้องใหญ่สำหรับทำงานเป็นทีม จัดวางโต๊ะทำงานตัวยาว ส่วนอีกห้องเป็นห้องทำงานขนาดเล็ก รวมฟังก์ชันห้องประชุมและห้องสมุดไว้ด้วยกัน เลือกใช้โต๊ะกลมที่เหมาะกับการคุยงาน โดยห้องทั้งสองยังสามารถมองเห็นกันได้เพราะกั้นด้วยกระจกใสเต็มบาน

ขยับมาที่ชั้น 2 ซึ่งถือเป็นชั้นเริ่มต้นของพื้นที่พักอาศัยส่วนตัว แบ่งเป็นพื้นที่นั่งเล่น เชื่อมต่อกับส่วนครัว และส่วนรับประทานอาหาร ช่วยให้พื้นที่ทั้งชั้นดูโปร่งโล่ง  ถัดมาที่ชั้น3 พื้นที่สุดไพรเวท บรรจุไว้ด้วยสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ ประกอบด้วยห้องนอนของคุณนนท์-คุณพลอยหนึ่งห้อง และห้องนอนสำหรับคุณแม่อีกหนึ่งห้อง มีห้องน้ำคั่นกลางระหว่างห้องนอนทั้งสอง และใช้ห้องน้ำร่วมกัน โดยวางผังห้องน้ำแบบโอเพ่นแปลน มีห้องแต่งตัวอยู่ภายในที่รายล้อมด้วยตู้เสื้อผ้ารอบ ๆ

ชมพื้นที่สตูดิโอ ชั้น 4 สวน และภายนอกบ้าน ต่อคลิกที่นี่