สุดฝีมือเพื่อพ่อ : ภูมิทัศน์ในมณฑลพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9

หลังจากผ่านการปรับภูมิทัศน์มานานร่วมปี มณฑลพิธีท้องสนามหลวงก็พร้อมรองรับพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาปลายฝนของเดือนตุลาคมที่กำลังจะมาถึง

สุดฝีมือเพื่อพ่อ

แนวคิดใหม่ในผังมณฑลพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ ท้องสนามหลวง

ครั้งนี้มันคือการออกแบบทุกส่วน

ดร.พรธรรม ธรรมวิมล หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในทีมภูมิสถาปนิก กลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม ผู้มีส่วนร่วมในการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมรอบพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวถึงบทบาทใหม่ในงานภูมิสถาปัตย์ว่า คือการกำหนดจุดวางตำแหน่งพระเมรุมาศให้ตรงตามแนวแกนสำคัญอย่างที่ไม่เคยถูกกำหนดอย่างแน่ชัดมาก่อนบนจุดตัดระหว่างรัตนเจดีย์สีทองในวัดพระแก้ว กับ พระวิหารในวัด มหาธาตุ เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศครั้งนี้ และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติอันสูงสุดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

และสืบเนื่องจากความประสงค์ของคณะจัดงานที่ต้องการให้สถาปัตยกรรมพระเมรุมาศครั้งนี้สามารถปรับให้เป็นนิทรรศการหลังจากสิ้นสุดงานพระราชพิธีไปแล้วหนึ่งเดือน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาสัมผัสงานสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระราชประเพณีที่สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ คณะออกแบบจึงต้องสร้างสรรค์องค์ประกอบใหม่เพิ่มเติมแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในงานพระเมรุใด

 

สุดฝีมือเพื่อพ่อ

01 พระเมรุมาศ ตั้งอยู่กึ่งกลางมณฑลพิธี สัญลักษณ์แทนเขาพระสุเมรุ 02 ลายตกแต่งบนพื้นรอบพระเมรุมาศ สัญลักษณ์แทนทวีปทั้ง 4 03 สระอโนดาตรอบฐานพระเมรุมาศจำลองบรรยากาศของป่าหิมพานต์ 04 บ่อน้ำ 4 มุมในลานรอบพระเมรุ ปลูกบัวหลวง ตัวแทนมหานทีสีทันดร 05 พระที่นั่งทรงธรรมที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ 06 แนวแกนทิศตะวันออก – ตะวันตกตรงกับพระวิหารในวัดมหาธาตุ 07 แนวแกนทิศเหนือ – ใต้ ตรงกับรัตนเจดีย์ สีทองในวัดพระแก้ว 08 ศาลาลูกขุน ที่นั่งของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ 09 ศาลาลูกขุน 2 ที่นั่งของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ 10 ศาลาลูกขุน 3 ตั้งอยู่นอกรั้วราชวัติ เป็นอาคารบริการ เช่น ห้องน้ำที่เก็บของ ฯลฯ 11 ทับเกษตรที่นั่งของ ข้าราชการและเป็นองค์ประกอบ กำหนดริมขอบเขตของมณฑลพิธี 12 ทิมที่นั่งของเจ้าพนักงาน พระสงฆ์ แพทย์หลวง 13 พลับพลายกอาคารโถงสำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อทรงรอรับส่งพระบรมศพจากพระมหาพิชัยราชรถเข้าสู่มณฑลพิธี 14 สวน และสระน้ำทางเข้ามณฑลพิธีทำหน้าที่เป็น “พิพิธภัณฑ์” จัดแสดงเรื่องราวของโครงการในพระราชดำริ 15 สวนตกแต่งประดับด้วยหญ้าแฝก หนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 17 ทางเข้าเดิมของสนามหลวงก่อนหน้าที่จะมีการปรับภูมิทัศน์
16 ถนนตัดใหม่เพื่อนำพระมหาพิชัยราชรถเข้าสู่สนามหลวง 18 เวทีแสดงละครและหุ่นกระบอก 19 เวทีแสดงโขน 20 เวทีแสดงดนตรีสากล 21 ที่ตั้งปืนใหญ่
“พิพิธภัณฑ์” ในมณฑลพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สวนฝั่งหนึ่งของมณฑลพิธีด้านทิศเหนือกึ่งกลางของท้องสนามหลวง จัดไว้ให้เป็นสวนต้อนรับผู้คนเข้าสู่ลานภายในพระเมรุมาศหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี ณ ที่นี้ คณะภูมิสถาปัตย์ได้เติมแนวคิดการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมให้เป็นพิพิธภัณฑ์

บ่อน้ำและนาข้าวเป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วย บอกเล่าเรื่องราวของโครงการในพระราชดำริ อาทิ คันดินบนนาข้าวรูปเลข หญ้าแฝก บ่อแก้มลิง กังหัน ชัยพัฒนา และฝายน้ำล้น ซึ่งส่วนใหญ่เน้นเรื่องราว พระราชกรณียกิจที่เกี่ยวกับการจัดการ น้ำ เพื่อ สะท้อนพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9

ผมคิดว่าน้ำเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ เป็นองค์ประกอบที่น่าจะนำมาสื่อสารถึงพระองค์ท่านได้เป็นอย่างดี หากติดตามพระราชกรณียกิจต่าง เราจะพบว่าใน 4 พันกว่าโครงการนั้น มี 3 พันกว่าโครงการที่เกี่ยวกับน้ำทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม น้ำ ของ ดร.พรธรรมมิเพียงสะท้อนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่ยังสะท้อนอยู่ในลานรอบพระเมรุมาศเป็นภาพของน้ำในอีกเรื่องราวซึ่งสะท้อนความเชื่อของภาพสวรรค์จากอีกดินแดน

 

“น้ำ” ในแดนสวรรค์

ในอดีตลานรอบ ๆ พระเมรุมาศมักตกแต่งด้วยกระถาง ต้นไม้ ดอกไม้ รูปปั้น ตามรูปแบบประเพณีที่มักทำตามกันมา จวบจนสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่ออิทธิพลตะวันตก แผ่มายังแดนสยาม การจัดสวนหย่อมและน้ำพุจึง เริ่มนำมาใช้เป็นองค์ประกอบรอบ ๆ พระเมรุเพื่อเสริมพระเกียรติยศของเจ้านายและสร้างบรรยากาศให้สถานที่

ในหลวงท่านทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ จึงทำให้นึกถึงเรื่องราวของป่าหิมพานต์ที่มีสระอโนดาต ซึ่งไม่เคยมีครั้งไหนที่รอบพระเมรุมาศจะมีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงน้ำมาก่อน

ดร.พรธรรมกล่าวถึง สระอโนดาต สระน้ำในตำนานความเชื่อเกี่ยวกับจักรวาลเรื่อง เขาพระสุเมรุ ถูกนำมาใช้เป็นแนวคิดหลักของการออกแบบภูมิทัศน์รอบพระเมรุมาศครั้งนี้ เพราะต้องการจำลองภาพการส่งพระมหากษัตริย์ผู้เป็นสมมุติเทพตามความเชื่อของไทยกลับคืนสู่แดนสวรรค์ เพื่อให้ภาพที่คิดไว้ออกมาสวยงามสมบูรณ์ จึงนำวิธีการสมัยใหม่มาใช้ เพื่อจำลองภาพของสระอโนดาตในป่าหิมพานต์ซึ่งอยู่ ณ ตีนเขาพระสุเมรุให้ออกมาสมจริงมากที่สุด

Photo: อภิรักษ์ สุขสัย
เทคโนโลยีกับภาพจำลองของดินแดนในความเชื่อ

พระเอกจริง คือพระเมรุมาศ งานแลนด์สเคปคืองานเสริมเพื่อช่วยให้ความหมายของการเป็นเขาพระสุเมรุ สมจริง นอกเหนือจากนี้คือต้องการสื่อถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 หากเดินเข้ามาแล้ว ผมอยากให้ทุกคนระลึกถึงท่าน

ดร.พรธรรมกล่าวถึงส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดใน มณฑลพิธีอย่างองค์พระเมรุมาศ เมื่อต้องการจำลองสถานที่ให้สวยงามดังแดนสวรรค์ งานภูมิสถาปัตยกรรมจึงเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง

วัสดุสมัยใหม่ช่วยเอื้อให้ภาพสวรรค์เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีสระว่ายน้ำมาใช้เพื่อ จำลองเป็นสระอโนดาต การใช้วัสดุไฟเบอร์กลาสเพื่อทำก้อนหินที่ต้องใช้เป็นจำนวนมาก รวมถึงการใช้อิฐบล็อกปูพื้นลานรอบพระเมรุมาศ ซึ่งต้องสั่งทำพื้นผิวพิเศษ โดยการใส่เกล็ดแก้วลงไปให้เกิดประกายระยิบยามสะท้อนกับแสงแดด ช่วยส่งเสริมภาพของภพภูมิสวรรค์ที่งดงามให้เหมือนจริงตามแนวคิด

เทคโนโลยีและวัสดุสมัยใหม่ช่วยให้ความคิดมีอิสระมากขึ้น ทำให้งานออกแบบเป็นจริงได้ง่าย ที่สำคัญคือสามารถทำให้เสร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว จึงน่าสนใจว่าแม้พระเมรุมาศจะเป็นงานออกแบบ แบบประเพณีนิยมที่มีข้อบังคับมากมาย แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่กลับช่วยให้ภาพความงามในคติต่าง ๆ ดูใกล้เคียงกับความเป็นจริงได้อย่างง่ายดาย

 

ติดตามเรื่องราว #สุดฝีมือเพื่อพ่อ ทั้งหมดได้ในนิตยสาร room ฉบับเดือนตุลาคม 2560 ที่ room ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ไทย ผ่านทุกกระบวนการสร้างสรรค์พระเมรุมาศ รวบรวม เรียงร้อย และสรุปแนวความคิดการออกแบบ ความร่วมมือร่วมใจของงานช่างไทยหลากหลายสาขาที่ทุ่มเทสุดฝีมือเพื่อถ่ายทอดความทรงจําและความรักด้วยการถวายงานแด่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย

 

อ่านต่อ :โปรเจ็กต์สุดฝีมือเพื่อพ่อ

สุดฝีมือเพื่อพ่อ ๑ : ลุยสำนักช่างสิบหมู่ แอบดูเบื้องหลังงานพระเมรุมาศ

สุดฝีมือเพื่อพ่อ ๒ : ชมเบื้องหลังการสรรค์สร้าง “พระเมรุมาศ”  

สุดฝีมือเพื่อพ่อ


เรื่อง กรกฎา, monosoda
ภาพ ศุภวรรณ, ศุภกร, อภิรักษ์, อนุพงษ์, นันทิยา, สรวิชญ์
ภาพประกอบ patit

keyboard_arrow_up