Form Follow Passion ปล่อยไปตามอารมณ์

Form Follow Passion ปล่อยไปตามอารมณ์

 

เมื่อบ้านกลายเป็นพื้นที่ทดลองแต่งบ้านของเจ้าของบ้านคู่พี่น้องฝาแฝด คุณเอ-สุพัตราและคุณบี-สุภลักษณ์ ศรบรรจง ผู้คลั่งไคล้ในเสียงเพลง หลงรักการแต่งตัวพอๆกับหลงใหลการแต่งบ้าน เพลิดเพลินกับการหาต้นไม้มาปลูก และรักสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ บ้านหลังนี้จึงเป็นส่วนผสมของอารมณ์ความรู้สึกและความชอบล้วนๆ 

รูปลักษณ์ภายนอกของบ้านอาจดูคล้ายบ้านหลังอื่นๆในหมู่บ้าน แต่เมื่อก้าวพ้นประตูบ้านเข้ามาจะพบการตกแต่งภายในที่ดูอบอุ่นและสวยงาม เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์จากต่างยุคต่างสมัยที่มีการจัดวางไว้อย่างดี ดูเป็นคนละเรื่องกับภายนอกเลยทีเดียว คุณเอเล่าว่า

“เมื่อก่อนคิดจะทำข้างนอกด้วย แต่มีคนให้ไอเดียว่า ข้างนอกไม่ต้องทำให้ดูดีมากก็ได้ เพราะจริงๆเราใช้เวลาอยู่ในบ้านมากกว่าอยู่ข้างนอก”

การตกแต่งจึงเน้นภายในเป็นหลัก บ้านหลังนี้เป็นบ้านสมัยคุณตาคุณยายซึ่งคุณเอและคุณบีก็เคยอยู่มาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อมีการปรับปรุงใหม่ เจ้าของบ้านยังเก็บโครงบ้านเดิมไว้เกือบทั้งหมด เพื่อโชว์เสน่ห์ของบ้านเก่าที่มีเรื่องราวให้จดจำ

“เมื่อก่อนพื้นเป็นไม้หมด ปลวกกิน ก็เลยเริ่มทุบและต่อเติม ค่อยๆปรับเป็นพื้นกระเบื้องและพื้นปูน”

เจ้าของบ้านบอกว่าเพิ่งเปลี่ยนมาใช้ประตูหน้าต่างไม้ จากเดิมที่เป็นเฟรมอะลูมิเนียม โดยนำมาจากบ้านไม้หลังเดิมที่สุพรรณบุรี เรียกได้ว่าแทบทั้งหมดในบ้านนี้เป็นของเก่า ทั้งเป็นของเก่าของที่บ้านเองและของเก่าที่หาซื้อมาเพิ่มเติม คุณบีพูดอย่างติดตลกว่า

“รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสถาปนึก (สถาปนิก) และสไตล์หลุด (สไตล์ลิสต์) แต่งไปเหมือนจะดูใช่ แต่ไม่ใช่ บางทีผิด แต่เราก็ค่อยๆทำค่อยๆแต่งมาเรื่อย เมื่อเวลาผ่านไป ก็รู้สึกว่าที่เราทำมาก็โอเคอยู่นะ”

บ้านนี้มีเพียงสองชั้น พื้นที่ใช้งานหลักอยู่ข้างล่างทั้งหมด ออกแบบให้เปิดโล่งต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ส่วนรับแขก ครัว ส่วนรับประทานอาหาร ส่วนนั่งเล่น และแยกออกเป็นห้องนอนของคุณเอและคุณบี ชั้นบนเป็นห้องสมุด และห้องนอนของน้องชาย

ของตกแต่งในบ้านส่วนใหญ่มีกลิ่นอายของโบราณที่มาจากหลายยุคสมัย แตกต่างกันไปตามความชอบของเจ้าของบ้าน

“ตอนแต่งบ้านก็เลือกซื้อของและศึกษาว่าของชิ้นนั้นอยู่ในยุคไหน เรามีตั้งแต่ช่วงยุค 1920 – 1950 และ 1970 -1980 ตัวเอเองจะชอบข้าวของในช่วงยุค 1920 – 1940 และบางทีก็เก่าไปถึงปี 1800 ซึ่งตรงกับสไตล์เสื้อผ้าในช่วงยุคเอ็ดวาร์เดียน อันเป็นสไตล์ที่ชอบ”

คุณบีเสริมว่า “ความชอบมีเปลี่ยนไปบ้าง เพราะถึงจุดหนึ่งก็เบื่อ ก่อนหน้านี้ชอบสไตล์เรโทร เริ่มจากบีชอบสีจัดๆ ชอบหุ่นยนต์ เอชอบหวานๆแบบผู้หญิง พอเริ่มโตขึ้น เห็นสีสดๆบ่อยๆก็เบื่อ ตอนหลังก็มิกซ์กัน ไม่มีข้อจำกัดตายตัวว่าอะไรควรอยู่กับอะไร เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ”

แรงบันดาลใจในการแต่งบ้านของทั้งคู่เริ่มมาจากการเดินทางและหนังสือ คุณเอเล่าก่อนว่า “เป็นคนชอบเที่ยว ไปเจอดิสเพลย์ร้านสวยๆ ก็มักซื้อของนั้นกลับมาด้วย” คุณบีขยายความเพิ่มว่า “ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องการการอ้างอิง คงเป็นเอ เพราะเขาชอบเข้าร้านหนังสือ ก็จะหาแหล่งที่ชอบ เช่น ฝรั่งเศส และก็จะหาทางไปเที่ยว หากเจอของที่ถูกใจแต่การขนส่งยุ่งยาก คิดว่าสุดมือสอย เราก็ปล่อยไป หลังๆเริ่มมาเดินดูของไทยนี่ละมีเสน่ห์ดี เราได้ตู้กับข้าวมา ค่อยๆได้มาทีละชิ้นๆ เดิมตู้ไม่ได้วางอยู่ตรงนี้ แต่เราก็หาที่ลงจนได้”

หลังเดินชมบ้านจนทั่วแล้ว เรารู้สึกว่าการปล่อยให้หัวใจแต่งบ้านไปตามอารมณ์ความรู้สึก แทนการใช้หลักการหรือกฎเกณฑ์การตกแต่ง ก็ช่วยให้บ้านดูสวยงาม น่าอยู่ และเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว

คุยกับเจ้าของบ้าน
อะไรคือแรงบันดาลใจให้อยากแต่งบ้าน
คุณเอ: บ้านคืองานอดิเรกของเรา ของที่วางโชว์ก็เป็นของสะสมทั้งนั้น เราอยู่ที่บ้าน เราเป็นตัวเราเอง ไม่ต้องแต่งหน้าแต่งตัว อยู่บ้านต้องอยู่ให้มีความสุขก่อนเป็นพื้นฐาน มองไปตรงไหนก็สบายตาสบายใจ เหมือนห้องเป็นของเรา เรารู้ว่าอันไหนมาจากไหน และค่อยๆศึกษายุคสมัยของของแต่ละชิ้น ก็เป็นความรู้สึกที่สนุกดี
คุณบี : เราใช้เวลาอยู่บ้านมาก มากกว่าอยู่ข้างนอกด้วยซ้ำ ตื่นเช้ามาเราก็เห็นบ้าน ตื่นมาดูต้นไม้ ชงกาแฟ เปิดเพลง ฟังเพลง ดูหนัง ก็เลยอยากให้บ้านของเราดูดี หาโน่นหานี่มาแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่
ทำไมถึงชื่นชอบของเก่า
คุณบี : ของเก่ามีประวัติ ตอนเขามาอยู่กับเรา เขาก็มีเรื่องเล่ามาแล้ว ของที่บ้านก็เป็นของที่มีประวัติมาตลอด เหมือนมีมาตั้งแต่สมัยคุณตาคุณยาย มาถึงคุณแม่ เราชินกับการเห็นอะไรแบบนี้ เราชอบที่ได้เห็นของเก่าหรืออะไรที่ไม่สมบูรณ์ เพราะสิ่งเหล่านี้ดูสวยได้ด้วยตัวเอง อย่างแต่ก่อนมีของเก่าสมัยคุณตา สมัยนั้นเราไม่รู้ค่าเลย พวกกระจกในห้องน้ำ ตู้เย็น ตู้กับข้าว ทีวีธานินทร์ขาวดำ โคมไฟ ฯลฯ พอถึงเวลาซาเล้งรับซื้อของเก่ามา เราก็ขายให้เขาหมดเลย หลังๆก็มานึกว่าทำไมของพวกนี้เราไม่มี พอมีโอกาสได้เจอเลยไปหาซื้อกลับมา
เลือกของตกแต่งอย่างไร
คุณเอ : เลือกทุกอย่างที่ตัวเองชอบ มีบางชิ้นที่ชอบเหมือนกัน บางชิ้นชอบต่างกัน แต่เวลาอยากได้โน่นอยากได้นี่มักเลือกมาจากใจ ต้องไปเห็นของก่อน เดินหาไปเรื่อยๆ พอเห็นแล้วคิดว่าหากนำมาวางที่บ้านเราน่าจะสวย ก็ซื้อเลย
คุณบี: บางทีก็เลือกเพราะของชิ้นนั้นสวยดี แต่พอกลับมาบ้าน ค้นเจอว่าเป็นของนักออกแบบระดับโลกก็มี
เวลาไหนคือเวลาแต่งบ้าน
คุณเอ : กลางคืนค่ะ สบายดี เป็นเวลาจัดบ้าน เวลาไม่จัดก็จะคอยถูคอยเช็ดทำความสะอาด
ไปเลือกซื้อของตกแต่งบ่อยไหม
คุณเอ : ซื้อเป็นช่วงๆ บางช่วงก็เว้น คือถ้าแวบขึ้นมาก็ทำเลย อย่างจัดสวนอยู่อยากได้กระถาง ก็จะเดินตามตลาดแบกะดิน ไปหาว่าอะไรที่เอามาทำได้ มักเดินช่วงวันเสาร์อาทิตย์ และชอบเดินคนเดียว  คุณบี : เอมักเซอร์ไพร้ส์ ไปซื้อของมาและวางไว้ที่เตียง เขาเจอแล้วรู้ว่าอันนี้ใช่ เราน่าจะชอบแน่เลย
มีแหล่งช็อปที่ไหนบ้าง
คุณเอ: เดินทั่วแทบทุกตลาด ทั้งตลาดรัชดาไนท์ จตุจัตร ตลาดรถไฟ ตลาดไฟฉาย และตลาดปัฐวิกรณ์ ส่วนใหญ่จะได้ของกระจุกกระจิกมากกว่า
ชมคลิปวิดีโอเพิ่มเติม

เรื่องโดย : รนภา นิตย์
ภาพโดย : ศุภกร ศรีสกุล

keyboard_arrow_up