I love เชียงใหม่

I love เชียงใหม่
          เป็นประจำทุกปีที่ทีมงาน “บ้านและสวน” ต้องขึ้นมาจังหวัดเชียงใหม่เพื่อถ่ายภาพบ้านสวยๆ มาฝากคุณผู้อ่าน สำหรับผมเองมีโอกาสได้เห็นบ้านมามากมาย แต่บ้านที่ดอยสะเก็ดหลังนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่หลังที่ผมประทับใจ สิ่งที่ผมชอบไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตหรือการตกแต่งแบบหรูหรา หากแต่เป็นทำเลที่ตั้งและสิ่งต่างๆ ที่ประกอบเป็นบ้านหลังนี้ แม้จะต้องนั่งรถบุกป่าฝ่าดงเข้าไปเกือบสองกิโลเมตร แต่เมื่อได้เห็น บ้านสองชั้นทรงล้านนาประยุกต์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจี มีภูเขาอยู่รายรอบ ความเหน็ดเหนื่อยก็หายไปทันที?แถมวันที่ไปถ่ายภาพก็เป็นช่วงเวลาหลังฝนตก ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีครามแล้ว อากาศแสนจะสดชื่นทีเดียว 
          ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้มาเห็นความอ่อนช้อยของศิลปวัฒนธรรมไทยผสานกับภูมิประเทศที่งดงามของบ้านหลังนี้ จะรู้สึกหลงใหลในมนตร์เสน่ห์แห่งความเรียบง่ายนี้ และผมก็คิดว่า คุณจอห์น มาร์ เจ้าของบ้านชาวอังกฤษผู้นี้คงรู้สึกเช่นเดียวกัน ทว่าเขาไม่เพียงชื่นชอบศิลปวัฒนธรรมล้านนาเท่านั้น แต่ยังตกหลุมรักแม่หญิงเชียงใหม่ คุณณัฐนันท์ พัศดุธาร กระทั่งตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย
          คุณจอห์น เริ่มบทสนทนาว่า “ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าและส่งออกเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่อังกฤษ ทำให้ต้องเดินทางไปดูสินค้าตามประเทศต่างๆเป็นประจำ เมื่อประมาณสิบปีก่อนได้มาเที่ยวเชียงใหม่ตามคำชักชวนของเพื่อนชาวไทยซึ่งเป็นพี่ชายของภรรยา พอได้มาสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่และงานศิลปะของชาวล้านนาก็เกิดความชื่นชอบจนถึงขั้นหลงใหล เลยตัดสินใจซื้อที่ดินเพื่อปลูกบ้านทีเชียงใหม่ ครั้งหนึ่งภรรยาพาไปเที่ยวคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (น้อยมหาอินทร์) ในตัวเมืองเชียงใหม่ ผมรู้สึกชอบรูปทรงของตัวอาคาร จึงนำมาเป็นไอเดียในการทำบ้าน โดยทำเป็นเรือนหลักสำหรับพักอาศัยเองเพียงเรือนเดียว ไหนๆ ก็อยู่กันแค่สองคน มีแค่ห้องนอนกับห้องรับแขกอย่างละห้องก็พอ เนื่องจากทำเลของบ้านตั้งอยู่กลางหุบเขาที่แวดล้อมด้วยทุ่งนา ผมคิดว่าไม่ว่าจะนั่งอยู่ตรงไหนของบ้านก็ขอให้ได้เห็นวิว จึงทำระเบียงเสียรอบบ้านเลย”
          คุณณัฐนันท์ เสริมว่า “คุณจอห์นชอบธรรมชาติมาก แต่เป็นฝรั่งขี้หนาว เปิดแอร์เปิดพัดลมไม่ได้เลย บ้านหลังนี้จึงไม่ได้ติดแอร์ แต่มีประตูอยู่รอบบ้านแทน ที่สำคัญคือ อยากให้บ้านดูกลมกลืนกับธรรมชาติให้มากที่สุด ชั้นล่างของบ้านจึงทำเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ส่วนชั้นบนเป็นไม้ ส่วนเรือนรับรองที่สร้างแยกไปอีกหลังก็เกิดจากแนวคิดที่ว่า เวลามีญาติหรือเพื่อนฝูงมาจะไปพักที่โรงแรมก็ไม่สะดวก จึงทำไว้เพื่อความเป็นส่วนตัวของทั้งเราและแขกด้วย โดยเรือนรับรองได้แนวคิดมาจากเรือนไทยที่วังสวนผักกาด ลักษณะเป็นบ้านไทยในอยุธยา ใช้โทนสีดำ แดงและทองเป็นหลัก รวมทั้งใช้วัสดุพื้นถิ่นเพื่อให้ดูกลมกลืนกับธรรมชาติและสภาพแวดล้อมมากที่สุดค่ะ”
          ทั้งเรือนหลักและเรือนรับรองต่างหันหน้าไปทางทิศใต้ โดยเรือนหลักมีลักษณะเป็นอาคารล้านนาประยุกต์?มีพื้นที่ใช้สอยทั้งสิ้น 170 ตารางเมตร ชั้นล่างเป็นพื้นที่เปิดโล่งทำเป็นส่วนรับแขก?จัดวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวซึ่งส่วนใหญ่เป็นของเก่าที่เจ้าของบ้านสะสมไว้ ชั้นบนซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งเช่นเดียวกันทำเป็นห้องนอนใหญ่ มีส่วนที่กั้นเป็นห้องเล็กสองห้องคือห้องน้ำกับห้องแต่งตัว
          ส่วนเรือนรับรองสร้างแบบเรือนไทยภาคกลาง มีชั้นเดียว ประกอบด้วยชานหน้าบ้านสำหรับนั่งเล่น ห้องนอน 2 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัว มีส่วนเตรียมอาหารขนาดเล็กและส่วนแต่งตัวรวมอยู่ด้วยกัน การตกแต่งใช้วัสดุพื้นถิ่นอย่างกกและไม้ไผ่เป็นหลัก
          กล่าวได้ว่าบ้านทั้งสองหลังนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นไทยและการใช้วัสดุพื้นถิ่นที่เป็นธรรมชาติ ได้อย่างกลมกลืน จนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นฝีมือการออกแบบบ้านของชาวต่างชาติ
          ก่อนจบบทสนทนาในครั้งนี้ คุณจอห์นได้ทิ้งท้ายกับเราว่า “ผมคิดว่า ชาติก่อนผมคงจะเป็นคนไทยพอได้มาสัมผัสวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมของคนไทยจึงหลงใหลชนิดถอนตัวไม่ขึ้น และฝันไว้ว่าชาตินี้จะต้องมีบ้านไทยแบบล้านนาแท้ๆ สักหลังให้ได้”

 

เรื่องโดย : SPRANT
ภาพโดย : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

keyboard_arrow_up