หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับหนึ่ง

หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับหนึ่ง
          “โลกใบนี้อาจแบ่งได้เป็นสองส่วน หนึ่ง คือ โลกที่อยู่ภายในจิตใจ ซึ่งมีตัวเราเป็นผู้ควบคุม สอง คือ โลกที่อยู่รอบๆ ตัวเรา บางครั้งเราก็ไม่สามารถควบคุมโลกรอบๆ ตัวได้ แต่เราเลือกที่จะหาจุดซ้อนทับระหว่างโลกทั้งสองใบนี้ได้” 
          หากเปรียบกับบ้านหลังนี้ งานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในก็เป็นดั่งโลกภายใน ส่วนงานภูมิสถาปัตยกรรมก็เป็นดั่งโลกภายนอก เมื่อโลกสองใบพบพื้นที่ที่พอดีกันก็เกิดเป็นบ้านสวยที่น่าอยู่
          หากมองเผินๆ บ้านสบายหลังนี้อาจเป็นเพียงบ้านสวยที่ดูลงตัวหลังหนึ่งแต่สิบปากว่าคงไม่เท่าตาเห็นและกายได้สัมผัส เพราะเมื่อก้าวเข้ามาภายในบ้าน ก็รู้สึกได้ถึงความน่าอยู่และโปร่งโล่ง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่บ้านพักอาศัยทุกหลังควรมี
          บ้านกลางกรุงเทพมหานครหลังนี้เป็นของ คุณรัติยา โชติธรรมรัตน์ จุดเริ่มต้นของการทำบ้านเริ่มจากการพูดคุยกับสถาปนิก คุณธนสิทธิ์ เนศนิตย์ โดยบอกความต้องการไปว่า อยากได้บ้านที่โปร่ง สามารถมองออกไปเห็นภายนอกได้มากที่สุด สถาปนิกจึงวางอาคารเป็นรูปตัวแอล (L) และสร้างคอร์ตกลางบ้านที่สามารถเปิดมุมมองได้ตลอดเวลา ภายในบ้านก็มีระยะจากพื้นถึงฝ้าสูง 3 เมตร ซึ่งสูงกว่าระดับมาตรฐานทั่วไปที่จะสร้างที่ 2.70 เมตร รวมทั้งการแยกเสากลมลอยออกมาจากตัวบ้าน ทำให้บ้านดูเบาและไม่อึดอัด
          ลำดับถัดมาคือการพูดคุยกับมัณฑนากร “บอกเขาว่าเราอยากจะนำของแต่งบ้านที่สะสมไว้มาวางตกแต่งในทุกส่วนของบ้าน ของเหล่านี้ก็ซื้อมาจากหลายแหล่ง มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอนนี้ในห้องเก็บของมีแต่ของแต่งบ้าน จึงนำมาจัดเปลี่ยนหมุนเวียนได้ตลอดเวลา” อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนมองว่าไม่สำคัญ แต่สำหรับ คุณรัติยา แล้ว สิ่งเหล่านี้ดูจะเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ เลยทีเดียว
          คุณอุมาวรรณ นาคศรีรุ้ง มัณฑนากร พูดถึงเรื่องการออกแบบให้ฟังว่า“เราพยายามคุมโทนสีของบ้านให้เป็นไปในทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายใน โดยโทนสีที่สถาปนิกคิดมาให้กรอบนอกของบ้านจะเป็นสีขาวเทา ดำ รวมไปถึงน้ำตาลอ่อน สำหรับภายในบ้านจะใช้สีขาวเป็นสีหลักในการตกแต่ง เสริมด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้มหรือสีดำ ก็ทำให้ทั้งภายนอกและภายในดูเป็นเรื่องราวเดียวกันทั้งหลัง อีกทั้งสีขาวยังช่วยเสริมให้ของแต่งบ้าน เช่น แจกัน ถ้วย ชาม ที่เจ้าของบ้านสะสมดูเด่นขึ้น จะวางของสไตล์ไหนก็ดูไม่ขัดเขิน”
          โทนสีดังกล่าวยังรวมไปถึงการออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรมด้วย คุณภาสกร สุวรรณสิงห์ ผู้ออกแบบ ก็ใช้โทนสีขาว เทาและดำ ในการทำพื้นทางเดินและขอบสระว่ายน้ำ เป็นการออกแบบจากสิ่งที่มีอยู่และเสริมให้บ้านหลังนี้ดูลงตัวมากยิ่งขึ้น
          บ้านหลังนี้อาจดูไม่ตื่นเต้นเร้าใจ แต่ความเรียบง่ายที่เกิดจากการใส่ใจในสีและผิวสัมผัสของวัสดุ ก็ทำให้การออกแบบทั้งสองฝั่ง(สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในกับภูมิสถาปัตยกรรมรอบบ้าน) สามารถดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ใครกำลังปลูกบ้านหรืออยู่ในขั้นตอนการออกแบบ ลองหาเวลาให้สถาปนิก มัณฑนากร และภูมิสถาปนิกมาคุยเรื่องการออกแบบพร้อมๆ กันกับเราสักครั้ง หรือหลายครั้งก็ดี) ผมเชื่อว่าไม่นานเราก็จะพบจุดตัดของโลกสองใบที่เราตามหาอยู่ โลก (บ้าน) ที่เราจะอยู่ไปอีกนานแสนนาน

เรื่องโดย : เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์
ภาพโดย : ราสิเกติ์ สุขกาล

keyboard_arrow_up