แจกแบบบ้าน ฟรี ! แบบบ้านใหม่ ในบ้านเดิม

แจกแบบบ้าน

ครั้งแรกที่ได้ทราบว่า my home จะ แจกแบบบ้าน พานนึกไปถึงเวลาเราเดินไปตามร้านหนังสือแล้วเจอ “แบบบ้านสำเร็จรูป” วางขายอยู่เกลื่อนแผง ให้ความรู้สึกแปลก ๆ เขิน ๆ

แจกแบบบ้าน ถ้าแบบบ้านของเราอาจจะมีใครอีกไม่รู้กี่คนที่สร้างตามเพราะโดยส่วนตัวเชื่อว่าบ้านของแต่ละคนควรจะมีบุคลิกและรูปแบบที่สอดคล้องไปกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยผมจึงตัดสินใจว่าจะไม่ทำ “แบบบ้าน” ที่ตายตัวส่งให้กับทางกอง my home

เดี๋ยวนี้บ้านก็มีหน้าเหมือนกันไปหมดจริงๆ นึกถึงเวลาไปหาเพื่อนในหมู่บ้านจัดสรร กว่าจะหาบ้านเพื่อนเจอก็เล่นเอาเหนื่อย เพราะทุกหลังเหมือนกันเป๊ะ ครั้นจะปรับปรุงภายนอกบ้านให้เเตกต่างออกไปก็ต้องใช้เงินมหาศาล เเถมช่างเก่งๆ ก็ไม่ค่อยว่างมาทำบ้านให้เราอีกต่างหาก ผมจึงคิดว่าวิธีที่ง่ายที่สุดในการมีบ้านรูปแบบใหม่ก็คือ ปรับเเต่งบ้านจากข้างในด้วยตนเอง

“แบบบ้าน” ที่ผมจะแจกจึงมีหน้าตาเหมือนคู่มือแต่งบ้านเสียมากกว่า คือมีมุมสวยๆ ที่พร้อมให้คุณยกไปวางไว้ตรงไหนในบ้านก็ได้เพื่อให้คุณเติมจินตนาการและของสะสมส่วนตัวลงไปในแต่ละพื้นที่ได้อย่างอิสระ พร้อมทั้งจะมาเปิดเผยเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ จากประสบการณ์การแต่งบ้านของตัวผมเองที่สามารถนำไปปรับใช้กันได้เลย

แจกแบบบ้าน

1. เรียบ ๆ นี่แหละดีที่สุด

เมื่อมีบ้าน ไอเดียแรก ๆ ที่ผุดขึ้นมาคือ อยากได้บ้านแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เท่ โดดเด่น แต่เชื่อผมเถอะครับว่า บ้านที่อยู่สบายที่สุดคือบ้านเรียบ ๆ ที่มีสัดส่วนพอดีกับคุณ บันไดไม่ชันเกินไป ประตูบ้านไม่แคบเกินไป และใช้วัสดุที่คุณชอบ มีแปลนที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน โครงสร้างที่ดีและมีราคาประหยัดคือโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทาสีครับ

2. เลิกจำกัดความว่าบ้านนี้ “สไตล์ไหน”

เป็นความเชื่อที่ล้าสมัยมากครับที่จะต้อง ให้คำจำกัดความกับบ้านผนังปูนดิบหรือบ้านสีหวาน ๆ ที่ติดผ้าม่านลายดอก จำไว้ว่าถ้าใครถามว่าสไตล์บ้านของคุณเป็นแบบไหน ให้ตอบไปว่า “สไตล์ฉัน”

แจกแบบบ้าน

3. ทุกที่คือสวนของฉัน

ผมพบว่าการสร้างพื้นที่สีเขียวทั้งภายนอกและภายในบ้าน ทำให้ผู้อยู่มีความสุขขึ้นได้ การต้องรดน้ำต้นไม้ทำให้เราตื่นเช้าขึ้น ได้วิตามินจากแดดยามเช้าอีกต่างหาก จึงอยากจะแนะนำว่า ถ้าคุณพอจะมีมุมเล็ก ๆ (เล็กในที่นี้หมายถึงขนาดประมาณสี่ห้าตารางเมตรในสวนข้างบ้าน หรือจะเป็นพื้นที่ตรงมุมห้องน้ำข้างหน้าต่างก็ได้นะครับ) ลองหาต้นไม้มาปลูกกันดู โดยอาจจะเริ่มจากต้นที่ดูแลไม่ยุ่งยากมากนักอย่างลิ้นมังกร กระบองเพชรต้นเล็ก สับปะรดสี (ที่ใบเป็นสีเขียวเยอะหน่อย) หรือถ้าชอบต้นใหญ่ ๆ ก็อาจจะลองหาหมากเขียวหรือไทรใบสัก ที่สามารถปลูกในอาคารได้สบายๆ แต่อย่าไปเชื่อคนขายที่ชอบพูดว่า “ปลูกในห้องได้ ไม่ต้องโดนแดดเลย” เพราะในโลกนี้ไม่มีต้นไม้ต้นไหนจะอยู่ได้โดยไม่ต้องโดนแดดหรอก ทุก ๆ 2 – 3 วันก็หาเวลาเอาต้นไม้มาโดนแดดบ้างนะ อย่าลืมหาภาชนะรองก้นกระถางเพื่อจะได้สะดวกต่อการรดน้ำและยกไปไหนมาไหนด้วย

4. ติดรูปบนผนังซะ

หลายคนมองข้ามเรื่องนี้เพราะไม่รู้ว่าจะติดรูปอะไรดี ติดเยอะแค่ไหนถึงจะเหมาะ ผมมีหลักพิจารณาประมาณนี้ครับ

  • รูปที่ติดไม่ควรเป็นรูปที่มองแล้วไม่สบายใจ
  • ถ้าอยากได้ห้องอารมณ์แกลเลอรี่ ให้นำรูปที่ชอบใส่กรอบติดไปเลยครับ จะเรียงกันเป็นแนวตรงห่าง ๆ กันหรือติดเป็นกลุ่มก็ได้ และให้ติดแทรคไลต์ส่องรูปด้วย เพราะสามารถปรับเปลี่ยนองศาการส่องและตำแหน่งของโคมได้สะดวก ควรเลือกรูปที่มีโครงภาพหลากหลาย เช่น ถ้าคุณมีภาพลายดอกแล้วสักสองภาพ ควรหาภาพที่เป็นของชิ้นใหญ่ ๆ ชิ้นเดียวมาตัดเลี่ยน
  • ถ้าอยากให้ห้องดูน่ารักมุ้งมิ้ง ให้ใช้วิธีแปะรูปกับผนังโดยตรงหรือจะตัดกระดาษสีมาสร้างเป็นแพตเทิร์นผนังเองก็ได้ อาจใช้ภาพที่เด็กวาดเพื่อให้อารมณ์ของห้องดูสดใส มีแรงบันดาลใจ
  • ถ้าอยากให้ห้องดูเป็นสตูดิโอหน่อย แนะนำให้เลือกรูปถ่ายขนาดใหญ่สีขาว – ดำที่บ่งบอกความเป็นคุณ เช่น ถ้าคุณชอบแมวก็เลือกภาพพอร์เทรตแมวสวย ๆ ใส่กรอบสีทองเก๋ ๆ แล้วติดไปกลางผนังเลยจะสวยมาก
  • ในกรณีที่เป็นผนังโต๊ะทำงาน ลองหาสลิงพร้อมไม้หนีบมาติดรูปถ่ายหรือกระดาษโน้ตไว้กับผนัง เพื่อให้ง่ายต่อการสลับสับเปลี่ยน