บ้านในฝัน

หากเราจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง แน่นอนว่าเราก็ต้องวาดฝันทุกสิ่งที่ปรารถนาไว้ และหากสามารถสร้างสรรค์ให้เป็นจริงได้เหมือนที่ตั้งใจไว้มากที่สุด เราก็จะอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างมีความสุขที่สุด เช่นเดียวกันกับบ้านโมเดิร์นโทนสีขาว-เทา-ดำ หลังนี้ ที่ถึงแม้แต่ละห้องจะลุกไม่เหมือนกันเลย แต่นี่แหละคือตัวนำทางในการออกแบบ

เบื้องหลังที่ทำให้แต่ละห้องดูแตกต่าง คือแต่ละห้องซึ่งต่างก็มีเรื่องราวเป็นของตัวเอง โดยยึดแกนหลักในเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานตามความสะดวกของเจ้าของบ้านเป็นสำคัญ แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ตรงที่การเป็นบ้านจัดสรร ทำให้ไม่สามารถรื้อยกหรือทำใหม่ยกชุดได้ทั้งหมด แต่นี่แหละคือความท้าทายว่า ทีมออกแบบจะทำบ้านแบบนี้อย่างไรให้น่าสนใจและตรงกับความฝันของเจ้าของบ้านให้ได้มากที่สุด

ฉะนั้นการออกแบบก็เริ่มต้นตรงที่ผังภายในของตัวบ้าน ด้วยคอนเซ็ปต์ Create Interest Point of Space หรือการสร้างจุดสนใจในทุกพื้นที่ ด้วยความเชื่อที่ว่า ทุกพื้นที่ต่างก็มีจุดเด่นของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันการใช้งานก็เป็นเรื่องจำเป็นด้วย เพราะต้องเข้ามือเจ้าของบ้านให้ใช้งานได้อย่างถนัด ความโดดเด่นจึงอยู่ที่ตรงที่งานดีไซน์ที่ทำให้ผนังพื้นธรรมดากลายเป็นห้องที่ไม่ธรรมดา อย่างมุมเปียโนที่เนรมิตให้เหมือนเป็นเวทีคอนเสิร์ต ด้วยการเล่นกับมุมมองด้านลึก อย่างการยกพื้นไม้ขึ้นมา 1 สเต็ป และการดึงความสูงของบันได กลายเป็นโถงเปียโน สร้างอารมณ์ร่วมทั้งกับผู้เล่นและผู้ฟัง

ระหว่างทางเข้าสู่ห้องนั่งเล่น เป็นเสมือนแกลเลอรี่จัดแสดงผลงานศิลปะเพื่อสร้างสุนทรีย์ให้ชีวิตในทุกวัน พื้นที่ที่เคยไร้ค่าอย่างบันได กลายเป็นพื้นที่มูลค่าสูงด้านความรู้สึก ด้วยการผนังหินไลม์สโตนที่เป็นเสมือนน้ำตกไหลลงมาสู่พื้นน้ำ ร่วมกับประติมากรรมปลาที่ล้อคลื่นอยู่กับผืนน้ำราวกับเคลื่อนไหวได้ ตลอดทางที่คั่นระหว่างทางเดินสู่ห้องนั่งเล่นกรุด้วยผนังหินธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และผ่อนคลาย ลูกเล่นยังไม่จบเพียงเท่านั้น ผนังถูกจัดวางให้เป็นสโลปลาดลงเชื่อมด้วยฝ้านำสายตาต่อไปยังโทรทัศน์ เกิดเป็นมิติของแสงและเงาอย่างมีศิลปะ

ห้องออกกำลังกาย ซึ่งไอเดียตรงกับหน้าที่ของห้องคือความแอคทีฟ จึงใช้เส้นนำสายตาเพื่อสร้างความต่อเนื่องร่วมไปกับกระจกรอบด้าน สำหรับดึงแสงสว่างจากภายนอก ร่วมกับการใช้ปารัสโซ่ หรือผ้าใบขึงเป็นฝ้าแล้วซ่อนไฟไว้ภายในมากระตุ้นความรู้สึกแอคทีฟของร่างกาย และแม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่างกระจกที่วางเอียงเพื่อให้เห็นสัดส่วนร่างกายชัดเจนขึ้น ดีไซเนอร์ก็ใส่ใจเพื่อให้การใช้งานห้องมีประสิทธิภาพสูงสุด

พื้นที่สำคัญที่สุดของบ้านอีกแห่งคือห้องนอน หัวใจอยู่ที่ห้องนอนหลักที่กว้างขวาง มีห้องนั่งเล่นส่วนตัวสำหรับสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนฝูง จึงเชื่อมสเปซนี้ออกสู่ระเบียงไซส์ยักษ์ที่ใช้เป็นบาร์กึ่งกลางแจ้ง เช่นเดียวกับห้องน้ำชาวเวอร์ที่เป็นแบบเอ๊าต์ดอร์ ที่เรียกกันเล่นๆ ว่า sexy bathroom จากเทคนิคการทำผนังปูนแบบบิด เหมือนจะมิดชิด แต่แอบซ่อนช่องว่างให้มองเห็นสักเล็กน้อย แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับจุดประสงค์หลักคือความต้องการเชื่อมต่อธรรมชาติให้เข้ากับการดำเนินชีวิต และเชื่อมต่อทั้งห้องให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน

ห้องนอนที่เหลือ 2 ห้อง ห้องหนึ่งถูกทำเป็นห้องนอนแขก ส่วนอีกห้องถูกเปลี่ยนเป็นเวิร์คชอป ที่อนุมานได้กับการเปลือยเครื่องยนต์ จึงเลือกใช้กระจกล้อมรอบเพื่อให้มองเห็นว่ากำลังทำอะไรอยู่ โดยมีหินและเหล็กช่วยซัพพอร์ตเรื่องโครงสร้างให้อยู่ได้

เพราะเจ้าของบ้านเป็นคนชอบสังสรรค์ จึงสร้างสรรค์เรือนเล็กข้างสระว่ายน้ำเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับแฮงก์เอ๊าต์ริมสระโดยเฉพาะแรงบันดาลใจจากแมงกะพรุน ด้วยการซ่อนไฟ LED เปลี่ยนสีได้ไว้กับวัสดุโปร่งแสงอย่างหิน เพิ่มบรรยากาศคึกคักให้กับวงปาร์ตี้

ส่วนพื้นที่สุดท้าย คือห้องพระ เป็นพื้นที่ทางจิตใจ เล่นสนุกด้วยการสร้างคอนเซ็ปต์ปาฎิหาริย์ขึ้นมาสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับห้อง โดยการเล่นกับแสง ทั้งจากแสงธรรมชาติผ่านทางบานเลื่อนลูกเล่นลายไทย และแสงที่ผ่านอะคริลิกใสเป็นแท่นวางพระที่สร้างมิติให้เหมือนพระพุทธรูปลอยได้

บ้านหลังนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำดีไซน์เพื่อมาสร้างชีวิตประจำวันที่ตอบโจทย์ให้กับเจ้าของบ้าน ถึงแม้ข้อจำกัดบางอย่างจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่นี่คือความท้าทายที่ทดสอบดีไซเนอร์ว่า จะสามารถก้าวข้ามมัน และสร้างความสวยงามที่มาพร้อมฟังก์ชั่นใช้สอยอย่างยอดเยี่ยมได้อย่างไร

เจ้าของบ้าน : คุณสุทธิ เด่นวิทยา
ออกแบบ-ตกแต่งภายใน : บริษัท จาร์เค็น จำกัด (JARKEN)

keyboard_arrow_up