สวนในศาล…ความงามในแบบจีน

สวนในศาล…ความงามในแบบจีน
          ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่าอุดรธานี เกิดจากแรงศรัทธาของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งรวบรวมกำลังทรัพย์ร่วมกันจัดสร้างบนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ ใช้งบประมาณถึง 60 ล้านบาท และได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทรงเป็นประธานทั้งในพิธีวางศิลาฤกษ์และพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งพระองค์ท่านมักเสด็จมาทรงงานที่นี่เสมอ รวมทั้งทรงเป็นเชื้อพระวงศ์พระองค์แรกที่เสด็จมา ณ สถานที่แห่งนี้
          พื้นที่ภายในศูนย์วัฒนธรรมออกแบบเป็นกลุ่มอาคาร ประกอบด้วยอาคารเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา อาคารการเรียนรู้ อาคารหอประชุมปรีชา ชัยรัตน์ อาคารสำนักงาน อาคารร้านค้า และอาคารพิพิธภัณฑ์คุณธรรม ซึ่งล้วนเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนประยุกต์ที่สวยงาม ออกแบบโดย คุณต้น – ปัญญา บุญประคม
          อาคารน่าสนใจที่ผมอยากแนะนำคือ พิพิธ ภัณฑ์คุณธรรม ซึ่งภายในอาคารบอกเล่าเรื่องราวของคนไทยเชื้อสายจีนที่เดินทางมาอาศัยอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2442 จวบจนถึงปัจจุบัน รวมถึงประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าปู่-ย่า ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมที่ชาวอุดรธานีให้ความศรัทธามากที่สุด และยังมีส่วนจัดแสดงประวัติ คำสอน และเรื่องราวของท่านขงจื๊อ มหาบุรุษปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของจีนด้วยรูปแบบของโรงภาพยนตร์สามมิติและวีดิทัศน์ Diorama ที่ทันสมัย
          นอกจากงานสถาปัตยกรรมอันสวยงามแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นมากก็คือ “สวนคุณธรรมพันปี 24 กตัญญู” ซึ่งตั้งอยู่กลางกลุ่มอาคาร เป็นสวนสไตล์จีนที่ตกแต่งด้วยไม้มงคลของจีน ไม่ว่าจะเป็น หลิว ไผ่ดำ หงส์ฟู่ ประทัดจีน โป๊ยเซียน หรือเทียนหอม โดยจัดให้รายล้อมสระบัวและบ่อปลาอีกที พื้นที่สวนโดยรอบตกแต่งด้วยภาพประติมากรรมนูนสูง บอกเล่าตำนานสุดยอด 24 กตัญญูของแผ่นดิน จีนพร้อมคำบรรยาย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชน สวนจีนแห่งนี้ออกแบบโดย คุณวรวุฒิ แก้วสุก ร่วมด้วย คุณวิทยา ก่อบัว และ อาจารย์ อรรนพ ทองคุ้ม เป็นที่ปรึกษา
คุณวรวุฒิเล่าถึงแนวทางการออกแบบให้ฟังว่า
          “ผมกับทีมงานเดินทางไปศึกษาเกี่ยวกับสวนจีนที่ประเทศจีนนาน 11 วัน ไปดูสวนตามที่ต่างๆดูคอนเซ็ปต์การออกแบบของเขา แล้วนำมาออกแบบในรูปแบบใหม่ คิดว่าทำอย่างไรให้เมื่อเข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในเมืองจีน เดิมมีทีมที่ทำงานด้านสถาปัตยกรรมของอาคารอยู่ก่อนแล้ว ผมขอปรับเปลี่ยนบางส่วนและร่วมออกแบบด้วย เช่นซุ้มประตูทางเข้าหลักก็เปลี่ยนเป็นซุ้มโค้งแบบจีนหรืออย่างรั้วโดยรอบ สะพานหินในสวน ศาลาในสวนทำให้ได้บรรยากาศจีนมากขึ้น พื้นที่สวนส่วนกลางทำเป็นบ่อตลอดแนว เลียนแบบสภาพธรรมชาติในเมืองลี่เจียงของจีน ที่มีลำธารอันเกิดจากหิมะละลายไหลเป็นน้ำลงมาจากภูเขา และนำบรรยากาศของโรงเตี๊ยมที่ด้านหลังมีระเบียงริมน้ำมาใช้ด้วยการทำเป็นระเบียง มีที่นั่งพักจิบน้ำชาริมบ่อท่ามกลางกลุ่มหลิวที่มีใบพลิ้วไหว นอกจากนี้ ยังจำลองเขาอวตารมาอยู่ในพื้นที่สวน เพราะถ้ามีแต่ตัวอาคารกับบ่อน้ำก็ดูเรียบ ไม่น่าสนใจ เราสร้างเป็นกลุ่มหินคล้ายภูเขา หรือเรียกว่าเป็นเขามออยู่ในน้ำ เพื่อสร้างบรรยากาศให้สวนดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
          “ส่วนพรรณไม้ก็เลือกใช้ที่ดูเป็นจีนจริงๆต้นไม้ส่วนใหญ่ในเมืองจีนมักเป็นไม้ที่มีใบเล็กๆเรียวๆ ยาวๆ เพราะสภาพอากาศบ้านเขาหนาวแล้วผมจะเลือกใช้สีแค่ 3 สี คือ สีแดง สื่อถึงความเป็นจีน สีขาว สื่อถึงความเป็นพุทธ วัดวาอารามต่างๆ และสีเหลือง สื่อถึงพระมหากษัตริย์ เราใช้สีเหล่านี้กับกลุ่มไม้พุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเข็มศรีลังกาพุดศุภโชค พุดเวียดนาม เทียนหอม และประทัดจีน ส่วนไม้ใหญ่ก็เลือกใช้เพียงไม่กี่ชนิดและต้องสื่อถึงความเป็นจีนเช่นกัน อย่างหลิวที่ดูเบาๆ ลู่ลม ซึ่งสื่อถึงความเป็นจีนได้แน่นอน แล้วก็ใช้เลี่ยนเป็นต้นที่มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของจีน
          “นอกจากนี้ผมต้องการสร้างจุดเด่นให้บริเวณทางเข้าสวนดูมีเอกลักษณ์ ก็พยายามหาต้นไม้ใหญ่ ที่มีความโดดเด่นและสื่อถึงความเป็นจีน โชคดีได้ต้นหนึ่งมาก็คือ มะรุมยักษ์ กิ่งและใบมีลักษณะ ลู่ลงเหมือนน้ำตก ภาพรวมดูอ่อนน้อมถ่อมตนเหมาะกับสวนแห่งนี้ แต่ทีนี้จะเรียกว่ามะรุมยักษ์ ก็ดูไม่เข้ากับสวนสักเท่าไร แล้วชื่อก็เป็นสิ่งสมมุตินะครับ (หัวเราะ) จากที่เราไปสำรวจตามวังตามสวนในเมืองจีนจะนิยมปลูกเล็บมังกรซึ่งเป็นไม้เถาเลื้อยทีแรกตั้งใจจะสั่งนำเข้ามาปลูก แต่รอไม่ไหว เราเลยตั้งชื่อมะรุมยักษ์ใหม่ว่า ‘เครามังกร’ เพื่อให้เข้ากับสวน นอกจากนี้ก็จะปลูกพวกเฟินกนกนารีและมอสส์เพื่อให้สวนดูสงบนิ่ง ส่วนของเขามอในน้ำก็เพิ่มระบบพ่นหมอกลงไป จำลองบรรยากาศ ยอดเขาที่สูงเทียมเมฆในเมืองจีน
          “ในสวนนี้ยังมีงานประติมากรรมนูนสูงที่ทำเหมือนงานแกรนิตสลักบอกเล่าตำนานสุดยอด 24 กตัญญูของแผ่นดินจีน ฝีมือของ อาจารย์โต้ง จากแมกไม้แกลลอรี ด่านเกวียน มาตกแต่งรอบสวน เพิ่มเรื่องราวในสวนให้มีสาระและน่าสนใจยิ่งขึ้น ในส่วนของบ่อน้ำเลือกปลูกบัวและเลี้ยงปลาจักรพรรดิ ซึ่งมีแค่สีเงินและสีทอง แทนความเป็นหยิน-หยางช่วยให้ภาพของสวนดูเป็นแบบจีนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น”
          ศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้จึงเป็นเสมือนหอจดหมายเหตุที่บอกเล่าความเป็นมาตั้งแต่ครั้งอดีตถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนที่มาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดอุดรธานี รวมทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวจีน เป็นสถานที่ที่มีความงามทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและการจัดสวนแบบจีน ซึ่งผมเชื่อว่า สวยและยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในบ้านเรา
          นับเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของจังหวัดอุดรธานี หากคุณมีโอกาสก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวนะครับ

วชิรพงศ์ หวลบุตตา
ศุภกร ศรีสกุล

keyboard_arrow_up